หนังสือเมล็ดพันธุ์แห่งปรีชาญาณ เล่ม 5 หน้า 110-112

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

แม้ว่าทีโอคริตจะเป็นเพียงเด็กเล็กๆ เขาต้องทำงานหาเงินด้วยตัวเอง วันเวลาของเขาดูยาวนานและงานของเขาก็ดูหนักหนาสาหัส แต่จิตใจของเด็กน้อยไม่เคยย่อท้อและเขามักร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าเสมอว่า “ขอถวายพระพรแด่พระเจ้า” แต่เช้าถึงเย็นถึงค่ำคืน เขาร้องเพลงขณะทำงาน การทำงานของเขานำความยินดีมาสู่หัวใจของเขาและหัวใจของผู้ที่เขาอยู่อาศัยและทำงานให้ และยังนำความยินดีมาสู่พระทัยของพระเจ้าที่ทรงสดับฟังจากเบื้องบน

วันหนึ่งขณะที่เขาทำงานไปร้องเพลงไป พระสงฆ์องค์หนึ่งที่เดินผ่านมารู้สึกประทับใจกับเสียงเพลงไพเราะที่เขาร้องพระสงฆ์จึงเข้าไปข้างในพร้อมกับพูดว่า “ดีมากลูก คำสรรเสริญของพระเจ้าต้องดังขึ้นไปถึงพระเจ้าอย่างแน่นอน และคงจะดีหากเจ้าจะได้เป็นพระสันตะปาปาแห่งโรม และในมหาวิหารนักบุญเปโตร เจ้าจะได้ขับร้องบทเพลงแห่งความชื่นชมยินดีสรรเสริญพระเจ้าในเทศกาลปัสกา”

ทีโอคริตมีความสุขมากกับงานของเขา แต่เขาอยากทำตามคำแนะนำที่ให้เขาไปร้องเพลงในกรุงโรม ในมหาวิหารนักบุญเปโตร

เขาจึงขอพระเจ้าว่า “ขอพระองค์ทรงโปรดให้ข้าได้ไปร้องเพลงในมหาวิหารนักบุญเปโตรสักครั้งก่อนสิ้นลมหายใจ”

เทวดากาเบรียลได้ยินเสียงร้องขอและความปรารถนาอันแรงกล้าของเขา

วันรุ่งขึ้นทีโอคริตหายไป เพราะเทวดาได้พาเขาไปตามเส้นทางสู่การเป็นพระสันตะปาปาที่กรุงโรม

ทันใดนั้นพระเจ้าตรัสถามว่า “ทำไมเราไม่ได้ยินเสียงร้องของทีโอคริตขณะที่เขาทำงาน” เทวดากาเบรียลจึงลงจากสวรรค์ กลายร่างเป็นเด็กน้อยเหมือนทีโอคริตและทำงานแทนเขาเท่าที่จะทำได้ งานทุกอย่างดูง่ายมาก แต่เมื่อเทวดากาเบรียลพยายามร้องเพลงสรรเสริญเขากลับทำไม่ได้

พระเจ้าตรัสว่า “เราได้ยินเสียงเพลงสรรเสริญ แต่เพลงนั้นกลับไม่ลึกซึ้งเหมือนเพลงของทีโอคริต เราคิดถึงการสรรเสริญของมนุษย์ผู้นั้น”

เทวดากาเบรียลจึงเลิกปลอมตัว ไม่มีใครสามารถแทนที่ใครได้อย่างครบถ้วน แม้แต่เทวดาก็ยังตระหนักว่าไม่สามารถจะทำแทนที่เด็กน้อยตัวเล็กๆคนนั้นได้

ดังนั้นเทวดากาเบรียลจึงไปที่กรุงโรมในเทศกาลปัสกาขณะนั้นทีโอคริต พระสันตะปาปาองค์ใหม่กำลังจะร้องเพลงเกียรติแด่พระเจ้า เทวดากาเบรียลพูดว่า “เรานำท่านมาจากงานที่ท่านทำอยู่ และทำให้ท่านเป็นพระสันตะปาปา แต่มันเป็นความผิดพลาดอันใหญ่หลวง เราเองทำผิดพลาดไป ท่านสามารถเป็นพระสันตะปาปาได้ แต่ไม่มีใครแทนที่ท่านในบ้านหลังเดิมของท่านได้”

“เราอุตส่าห์พยายามไปทำหน้าที่แทนท่านโดยยอมสละจากการเป็นเทวดา”

“เราเคยคิดว่าเสียงของท่านดูเหมือนจะแผ่วเบาเกินไปแต่เมื่อไม่มีเสียง

ของท่าน เราไม่สามารถจะร้องเพลงของท่านได้ พระเจ้าไม่พอพระทัย”

“มีบทเพลงมากมายสำหรับพระเจ้า ที่ทุกคนขับขานให้พระองค์ แต่เมื่อปราศจากเสียงร้องเพลงของท่านแล้วเสียงขับขานทั้งมวลก็ไม่ครบถ้วน และพระเจ้าทรงคิดถึงเสียงเล็กๆที่ร้องเพลงสรรเสริญท่าน”

“จงกลับไปกับเรา ไปบ้านหลังเดิมของท่าน อยู่กับงานที่ท่านเคยทำ กลับไปสู่วัยเด็กของท่าน และจงร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าเช่นที่เคยทำ”

ด้วยเหตุนี้ทีโอคริตจึงใช้ชีวิตจนเข้าสู่วัยชราที่บ้านของตนเอง เขาไม่เคยได้ร้องเพลงถวายเกียรติพระเจ้าในมหาวิหารนักบุญเปโตรที่กรุงโรม แต่เมื่อเขาสิ้นชีวิตและพระสันตะปาปาองค์ใหม่สิ้นพระชนม์ วิญญาณของทั้งสองเคียงคู่กันไปสวรรค์

การรับใช้พระเจ้าทุกอย่างมีค่าเท่ากันในสายพระเนตรของพระองค์ไม่ว่าจะเป็นใคร ไม่ว่าจะทำหน้าที่อยู่แห่งไหน ขอแต่ให้ทุกคนทำด้วยหัวใจเท่านั้น