หน้าหลักเช็คเมลล์ติดต่อเราสมุดเยี่ยมลิงค์คาทอลิกแผนผังเวบไซด์

ค้นหาข้อมูล :

วันจันทร์สัปดาห์ที่สอง

บทอ่านจากหนังสือซามูเอล ฉบับที่หนึ่ง 1ซมอ.15:16-23
“การเชื่อฟังนั้นดีกว่าเครื่องบูชา... พระองค์จึงทรงถอดท่านออกจากตำแหน่งกษัตริย์”

ในครั้งนั้นซามูเอลกล่าวแก่ซาอูลว่า“พอทีเถอะให้ข้าพเจ้าบอกท่านว่าพระเจ้าได้ตรัสอะไรกับข้าพเจ้า เมื่อคืนนี้” ซาอูลจึงกล่าวแก่ซามูเอลว่า“พูดไปเถิด”ซามูเอลจึงกล่าวว่า “แม้ท่านจะเห็นว่าตนเองเป็นคนเล็กน้อยท่านก็มิิได้เป็นประมุขของบรรดาเผ่าของอิสราเอลดอกหรือ? พระเจ้าได้ทรงเจิมท่านให้เป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอล

 ทรงใช้ท่านออกไปประกอบภารกิจตรัสว่า “จงไปทำลายชาวอามาเลข คนบาปหนาเสียให้สิ้นเชิงจงต่อสู้กับเขาจนกว่าะได้ทำลายพวกเขาให้หมดสิ้น” แล้วทำไมท่านจึงไม่เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเจ้าแต่ไปติดใจกับทรัพย์สินที่ยึดาได้ กระทำการชั่วร้ายในสายพระเนตรพระเจ้าเล่า?”

ซาอูลจึงตอบซามูเอลว่า“ข้าพเจ้าได้เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเจ้าแล้วได้ไปประกอบภารกิจตามที่พระองค์ทรงใช้ข้าพเจ้าไปได้คุมตัวอากักพระราชาแห่งชาวอามาเลขมาได้ทำลายชาวอามาเลขจนสิ้นเชิง แต่ประชาชนได้เก็บแกะและโคของเชลยเอาไว้ เป็นส่วนที่ดีที่สุดจากของที่จะต้องถูกทำลายนั้น เพื่อนำมาถวายบูชาแด่พระเจ้าที่เมืองกิลกาล” แต่ซามูเอลกล่าวว่า

“พระเจ้าทรงพอพระทัยในเครื่องเผาบูชา
และสัตว์บูชาเท่ากับการเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระองค์หรือ?
นี่แนะ การเชื่อฟังนั้นดีกว่าการถวายบูชา
และการยอมฟังก็ดีกว่าไขมันของบรรดาแกะผู้
เพราะบาปเช่นการถือฤกษ์ถือยามก็เป็นการกบฎ
ความดื้อดึงก็เป็นความชั่วเช่นเดียวกับการไหว้รูปเคารพ
เพราะเหตุที่ท่านทอดทิ้งพระวจนะของพระเจ้า
พระองค์จึงทรงถอดท่านออกจากตำแหน่งกษัตริย์”
(นี่คือพระวาจาของพระเจ้า)

สร้อย ข้าพเจ้าจะแสดงความรอดของพระเจ้าให้แก่ผู้ดำเนินชีวิตอย่างไม่มีที่ติ
(หรือ เหลงที่ 48) ในวันนี้ถ้าท่านได้ยินเสียงของพระองค์ ก็อย่าทำใจแข็งเลย


เพลงสดุดี สดด.50:8-9,16-18,21 และ 23
ก)เรานี้เป็น พระเจ้า ของเจ้าทั้งหลายเรื่องถวาย บูชา ตามหน้าที่
เราไม่ดุ ว่าซ้ำ พร่ำวจีวัวที่มี จากไร่ อย่าได้ปัน

ข)พระเจ้าตรัส ดำรัส แก่คนชั่ว“ไฉนมัว ท่องบัญญัติ อย่างโง่เขลา
หยิบยกพัน- ธสัญญา มาอ้างเอาแต่ตัวเจ้า ไม่ยอมให้ แก้ไขเลย
เจ้าไม่ยอม รับฟัง คำสั่งสอนขโมยซ่อน เห็นแจ้ง เจ้าแกล้งเฉย
เจ้ากลับเป็น เพื่อนเขา ราวคุ้นเคยเจ้าชมเชย คนเล่นชู้ เจ้ารู้ดี

ค)เจ้าคงคิด ว่าเรา เหมือนเจ้านั้นแต่ว่าวัน นี้เรา จะเฝ้าถาม
จะว่ากล่าว เร้าจิตใจ ให้คิดความพยายาม ทำให้ เข้าใจดี”....
การขอบคุณ พระไซร้ ให้ลือเลื่องควรเป็นเครื่อง บูชา พาสดใส
เราจะช่วย ทุกคน ให้พ้นภัยจงตั้งใจ เชื่อฟัง อย่างแน่นอน

อัลเลลูยา  ฮบ.4:12
อัลเลลูยา อัลเลลูยา
พระวาจาของพระเจ้าเป็นพระวาจาที่มีชีวิตและบังเกิดผล
สามารถวินิจฉัยความรู้สึกนึกคิดภายในใจ

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก มก.2:18-22
“เจ้าบ่าวยังอยู่กับเขา”

เวลานั้น บรรดาศิษย์ของยอห์นและพวกฟาริสีกำลังจำศีลอดอาหาร  มีคนมาทูลถามพระเยซูเจ้าว่า “ทำไมศิษย์ของยอห์นและศิษย์ของพวกฟาริสีจำศีลอดอาหาร แต่ศิษย์ของท่านไม่จำศีลเลย?”พระองค์ทรงตอบว่า “ผู้รับเชิญมาในงานสมรสจะจำศีลอดอาหารได้หรือขณะที่เจ้าบ่าวยังอยู่กับเขา?ตราบใดที่เจ้าบ่าวยังอยู่ด้วยเขาย่อมจำศีลอดอาหารไม่ได้ แต่จะมีวันหนึ่งที่เจ้าบ่าวจะถูกพรากไป

ในวันนั้น เขาจะจำศีลอดอาหาร ไม่มีใครเอาผ้าใหม่ไปปะเสื้อเก่า  เพราะผ้าใหม่ที่เอามาปะเสื้อเก่านั้นจะหดตัวมากกว่า ทำให้รอยขาดเลวร้ายกว่าเดิม ไม่มีใครเอาเหล้าองุ่นใหม่ใส่ในถุงหนังเก่า เพราะเหล้าจะทำให้ถุงหนังขาด ทั้งเหล้าทั้งถุงก็จะเสียไป! แต่เหล้าใหม่ต้องใส่ในถุงหนังใหม่
(นี่คือพระวาจาของพระเจ้า)


วันอังคารสัปดาห์ที่สอง

บทอ่านจากหนังสือซามูเอล ฉบับที่หนึ่ง 1ซมอ.16:1-13
“ซามูเอลเจิมดาวิดท่ามกลางบรรดาพี่ชาย และพระจิตของพระเจ้าก็เสด็จมาประทับอยู่กับดาวิด”

ในครั้งนั้นพระเจ้าตรัสกับซามูเอลว่า“เจ้าจะเป็นทุกข์ถึงเรื่องซาอูลไปนานเท่าใดเล่าเมื่อเราได้ถอดเขาจกเ ป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอล แล้วจงเติมน้ำมันให้เต็มเขาสัตว์ของเจ้าแล้วไปเถอะเราใช้เจ้าไปหาเจสซีชาวเบธเลเฮม เพราะในบรรดาบุตรของเขา เราจัดเตรียมกษัตริย์องค์หนึ่งไว้แล้วสำหรับเรา”ซามูเอลจึงกราบทูลว่า“ข้าพเจ้าจะไปได้อย่างไร ถ้าซาอูลได้ยินเข้า ก็จะมาฆ่าข้าพเจ้าเสีย”พระเจ้าตรัสว่า“จงนำโคตัวเมียไปด้วยตัวหนึ่ง แล้วกล่าวว่า “ข้าพเจ้ามาถวายบูชาแด่พระเจ้า”เจ้าจงเชิญเจสซีมาถวายบูชาด้วย แล้วเราจะแสดงให้เจ้ารู้ว่าเจ้าจะต้องกระทำอะไร และเจ้าจะต้องเจิมผู้ซึ่งเราจะบอกให้เจ้ารู้”

ซามูเอลก็กระทำตามที่พระเจ้าทรงบัญชาและมาที่เมืองเบธเลเฮม พวกผู้ใหญ่ของเมืองนั้นตัวสั่นออกมาหาท่าน กล่าวว่า “ท่านมาอย่างสันติหรือ?”ซามูเอลตอบว่า “มาอย่างสันติ ข้าพเจ้ามาถวายบูชาแด่พระเจ้าจงชำระตัวท่านให้บริสุทธิ์และขอเชิญมาถวายบูชากับข้าพเจ้า” ซามูเอลยังบอกให้เจสซีและบุตรทุกคนชำระตัวให้บริสุทธิ์ แล้วเชิญพวกเขาให้มาถวายบูชาด้วย

เมื่อพวกเขามาถึงแล้วซามูเอลเห็นเอลีอับจึงคิดว่า“ผู้ที่พระเจ้าทรงให้เจิมนั้นอยู่เฉพาะพระพักตร์พระองค์แ น่แล้ว” แต่พระเจ้าตรัสกับซามูเอลว่า “อย่ามองดูรูปร่างภายนอกหรือความสูงแห่งร่างกายของเขา เราไม่ยอมรับเขา เพราะพระเจ้าทอดพระเนตรไม่เหมือนมนุษย์ มนุษย์มองที่รูปร่างภายนอกแต่พระเจ้าทอดพระเนตร  จิตใจ”แล้วเจสซีก็เรียกอาบีนาดับให้เดินผ่านหน้าซามูเอลแต่ซามูเอลกล่าวว่า“พระเจ้ามิได้ทรงเลือกคนนี้”
 

แล้วเจสซีให้ชัมมาห์เดินผ่านมาอีก ซามูเอลก็กล่าวว่า“พระเจ้าก็มิได้ทรงเลือกคนนี้ด้วย” แล้วเจสซีให้บุตร ทั้งเจ็ดเดินผ่านหน้าซามูเอล ซามูเอลบอกกับเจสซีว่า “บุตรชายของท่านอยู่ที่นี่หมดแล้วหรือ?” เขาตอบว่า “ยังมีคนสุดท้องอีกคนหนึ่งเขากำลังเลี้ยงแกะอยู่” ซามูเอลจึงบอกเจสซีว่า“จงใช้คนไปตามมาเพราะเราจะไม่ยอมนั่งโต๊ะจนกว่าเขาจะมาที่นี่”เจสซีจึงใช้คนไปตามมาเขาเป็นคนผิวแดงๆ หน้าตาสวยและรูปร่างงามพระเจ้าจึงตรัสว่า“จงลุกขึ้นเจิมเขาเถิดเพราะเป็นคนนี้แหละ”

ซามูเอลจึงนำขวดน้ำมันและเจิมเขาท่ามกลางบรรดาพี่ชาย และพระจิตของพระเจ้าก็เสด็จมาประทับอยู่กับ ดาวิดตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไปแล้วซามูเอลจึงลุกขึ้นกลับไปยังเมืองรามาห์
(นี่คือพระวาจาของพระเจ้า)

สร้อย เราได้พบดาวิดผู้รับใช้ของเรา
(หรือ เพลงที่ 66) จงขอบพระคุณพระเป็นเจ้า เพราะพระองค์พระทัยดี


เพลงสดุดี สดด.89:19-20,21,26-27
ก)อดีตกาล ผ่านมา เวลาหนึ่งพระผู้ซึ่ง เสวยสวรรค์ สุดหรรษา
ตรัสแก่ผู้ รับใช้ ยามไสยาปรากฏมา ทางฝัน ในทันที
“เราเลือกได้ ชายชาญ ทหารเอกเรืองดิเรก เลิศลักษณ์ สมศักดิ์ศรี
สวมมงกุฎ ให้เขา เป็นเมาลีสรรคนดี จากบรรดา ประชากร
แล้วประทาน ที่นั่ง บังลังก์เอกอภิเษก ระบุ อนุสรณ์
คือดาวิด คนดี มีพระพรเป็นบวร ราชา มหาชน

ข)พลังฤทธิ์ จะสถิต อยู่กับเขา อำนาจเรา จักแสดง ทุกแห่งหน
เขาจะไป ที่ใด ไม่อับจนทุกทุกคน นับถือ เลื่องลือชา

ค)เขาจะกล่าว แก่เรา “พระเจ้าข้าเป็นบิดา ดวงจิต พิสมัย
พระพิทักษ์ รักษา ช่วยข้าฯ ไว้ให้รอดได้ เห็นชัด ข้ออัศจรรย์”
เราจะให้ ตำแหน่ง แห่งศักดิ์ศรีบุตรหัวปี ของเรา ผู้เนาสวรรค์
ให้ดำรง ยศฐา จอมราชันสงบสุขสันต์ เบื้องหน้า สถาพร

อัลเลลูยา เทียบ อฟ.1:17-18
อัลเลลูยา อัลเลลูยา
ขอให้พระบิดาของพระเยซูคริสตเจ้าประทานให้ตาใจของเราสว่างขึ้น
เพื่อจะได้ทราบว่าพระองค์ทรงเรียกเรามาให้มีความหวังประการใดบ้าง

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก มก.2:23-28
“วันสับบาโตมีไว้เพื่อมนุษย์ มิใช่มนุษย์มีไว้เพื่อวันสับบาโต”

วันสับบาโตวันหนึ่ง พระเยซูเจ้าเสด็จผ่านนาข้าวสาลี ขณะที่บรรดาศิษย์เดินทางอยู่ก็เด็ดรวงข้าวมา พวกฟาริสีทูลพระองค์ว่า“ทำไมศิษย์ของท่านทำสิ่งต้องห้ามในวันสับบาโตเล่า?” พระองค์ตรัสตอบว่า “ท่านไม่ได้อ่านหรือว่า กษัตริย์ดาวิดและผู้ติดตามได้ทำอะไร ขณะที่มีความต้องการและหิวโหยพระองค์ได้เสด็จเข้าไปใน พระนิเวศของ

พระเจ้าเมื่ออาบียาธาร์เป็นมหาสมณะได้เสวยขนมปังที่ตั้งถวาย ซึ่งใครจะรับประทานไม่ได้นอกจากบรรดาสมณะเท่านั้น และพระองค์ยังให้ผู้ติดตามรับประทานอีกด้วย?”แล้วพระเยซูเจ้าทรงเสริมว่า “วันสับบาโตมีไว้เพื่อมนุษย์ มิใช่มนุษย์มีไว้เพื่อวันสับบาโต เพราะฉะนั้น บุตรแห่งมนุษย์จึงเป็นนายเหนือแม้กระทั่งวันสับบาโตด้วย”
(นี่คือพระวาจาของพระเจ้า)


วันพุธสัปดาห์ที่สอง

บทอ่านจากหนังสือซามูเอล ฉบับที่หนึ่ง 1ซมอ.17:32-33,37,40-51
“ดาวิดใช่สลิงและหินก้อนเดียวพิชิตชาวฟิลิสเตียคนนั้น”

ในครั้งนั้น ดาวิดทูลซาอูลว่า “อย่าให้จิตใจของผู้ใดฝ่อไปเพราะชายคนนี้เลย  ข้ารับใช้ของพระองค์จะไปสู้รบกับชาวฟิลิสเตียคนนี้” ซาอูลกล่าวกับดาวิดว่า“เจ้าจะไปสู้รบกับชาวฟิลิสเตียคนนั้นไม้ได้ดอก เพราะเจ้ายังเป็นเด็กส่วนเขาเป็นทหารชำนาญศึกมาตั้งแต่หนุ่มๆแล้ว”ดาวิดทูลตอบว่า“พระเจ้าผู้ได้ทรงช่วยกู้ข้าพเจ้าจากอุ้งเล็บขอสิงโตและหมี จะทรงช่วยกู้ข้าพเจ้าจากมือของชาวฟิลิสเตียคนนี้ด้วย” ซาอูลจึงตรัสแก่ดาวิดว่า“ไปเถอะพระเจ้าจะสถิ ตอยู่กับเจ้า”

ดาวิดถือไม้เท้าไว้และเลือกหินก้อนเกลี้ยงๆจากลำธารได้ห้าก้อนใส่ในย่าม คนเลี้ยงแกะที่สะพายอยู่ มือถือสลิงเดินเข้าไปหาชาวฟิลิสเตียคนนั้น ชาวฟิลิสเตียค่อยๆ เดินเข้ามาหาดาวิดทีละน้อย พร้อมกับคนถือโล่เดินนำหน้าเขาจ้องมองเห็นดาวิดแล้วก็ดูถูก เพราะดาวิดเป็นเด็กหนุ่มผิวแดง รูปร่างงาม จึงพูดกับดาวิดว่า“ข้าเป็นหมาหรือ เจ้าจึงถือไม้เท้ามาสู้กับข้า” แล้วก็แช่งด่าดาวิด ออกนามพระของตน พูดกับดาวิดว่า “มาหาข้าที่นี่ข้าจะเอาเนื้อเจ้าให้นกและสัตว์ในทุ่งกินเสีย”

ดาวิดจึงพูดกับชาวฟิลิสเตียคนนั้นว่า “ท่านถือดาบ หอกและง้าวมาสู้กับข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้ามาสู้กับท่านในพระนามพระเจ้าจอมโยธา พระเจ้าแห่งกองทัพอิสราเอล ผู้ที่ท่านได้ท้าทาย วันนี้ พระเจ้าจะมอบท่านไว้ในมือข้า พเจ้า ข้าพเจ้าจะโค่นท่านลงและตัดหัวเสีย วันนี้ ข้าพเจ้าจะให้ศพของกองทัพฟิลิสเตียเป็นเหยื่อนกในอากาศและสัตว์ป่า ทั่วทั้งแผ่นดินจะได้ทราบว่ามีพระเจ้าองค์หนึ่งในอิสราเอล แล้วชุมนุมชนนี้ทั้งสิ้นจะทราบว่า พระเจ้าทรงช่วยโดยไม่ใช้ดาบหรือหอก เพราะว่าการรบครั้งนี้เป็นการรบของพระเจ้า พระองค์จะทรงมอบท่านไว้ในมือของข้าพเจ้า”

เมื่อชาวฟิลิสเตียคนนั้นลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้เพื่อปะทะกับดาวิด ดาวิดก็วิ่งเข้าหาแนวรบเพื่อปะทะกับเขาอย่ างรวดเร็ว เอามือล้วงเข้าไปในย่ามหยิบหินก้อนหนึ่งออกมา ใช้สลิงเหวี่ยงหินก้อนนั้นออกไป ถูกชาวฟิลิสเตียที่หน้าผาก ก้อนหินจมเข้าไปในหน้าผาก เขาก็ล้มหน้าคว่ำลงกับพื้นดิน

ดังนี้ ดาวิดก็ได้ใช้สลิงและหินก้อนเดียวพิชิตชาวฟิลิสเตีย โค่นเขาลงและฆ่าเสียด้วย ทั้งๆ ที่ไม่มีดาบอยู่ในมือเลย แล้วดาวิดจึงวิ่งไปยืนเหยียบชาวฟิลิสเตียไว้ ชักดาบของเขาเองออกจากฝักฆ่าเขาแล้วตัดศีรษะเขา เมื่อชา วฟิลิสเตียเห็นว่ายอดทหารของตนตายเสียแล้วก็พากันหนีไป
(นี่คือพระวาจาของพระเจ้า)

สร้อย สาธุการแด่พระเจ้า ป้อมปราการอันเข้มแข็งของข้าพเจ้า
(หรือ เพลงที่ 68) จงร้องเพลงบทใหม่ถวายแด่พระเจ้า


เพลงสดุดี สดด.144:1-2,9-11ก
ก)ขอสรรเสริญ เยินยอ ต่อพระเจ้าที่ทรงเฝ้า คุ้มครอง ป้องปวงข้าฯ
พระองค์ทรง ฝึกสอนเยี่ยม เตรียมข้าฯ มาให้แกร่งกล้า ในยาม สงครามครัน
พระองค์เป็น ผู้พิทักษ์ รักษ์คุ้มครองปวงข้าฯ ผอง ทรงป้องไว้ หทัยมั่น
เป็นที่พึ่ง พำนัก พักชีวันและทรงธรรม์ ช่วยให้รอด ปลอดภัยพาล

ข)ข้าพระองค์ วางใจ ไท้สูงส่งว่าจะทรง คุ้มภัย ให้พ้นผ่าน
ทรงปราบชาติ ทั้งมวล ล้วนจัดการสยบมาน อยู่ใต้ข้าฯ ไม่ว่าใคร

ค)พระเป็นเจ้า ข้าฯ ขับร้อง พร้องเสียงใส  บทเพลงใหม่ ถวายองค์ ทรงสร้างสรรค์
ข้าฯ ดีดพิณ ขับเพลง บรรเลงครันร้องรำพัน ถวายองค์ ทรงศักดา
ให้กษัตริย์ มีชัย ในศัตรูดาวิดผู้ รับใช้ ไท้รักษา
ช่วยข้าพ้น ศัตรูโหดโฉดทุกคราช่วยให้ข้าฯ พ้นอำนาจ ต่างชาติพลัน

อัลเลลูยา 1ธส.2:13
อัลเลลูยา อัลเลลูยา
จงรับฟังพระวาจาของพระเจ้า อย่าให้เหมือนกับว่าเป็นคำของมนุษย์
แต่จงรับตามที่เป็นจริง คือเหมือนกับพระวาจาของพระเป็นเจ้า

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก มก.3:1-6
“ในวันสับบาโตควรจะช่วยชีวิต หรือปล่อยให้ตายไป”

เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จเข้าไปในศาลาธรรมอีกครั้งหนึ่งที่นั่นมีชายมือลีบคนหนึ่ง ประชาชนบางคนคอยจ้องมองดูว่าพระองค์จะทรงรักษาชายมือลีบในวันสับบาโตหรือไม่ เพื่อจะหาเหตุฟ้องพระองค์ได้ พระองค์ตรัสแก่ชายมือลีบว่า “ลุกขึ้นมายืนตรงกลางนี่ซิ!”แล้วตรัสแก่คนทั้งหลายว่า “ในวันสับบาโตนั้น ควรทำความดีหรือความชั่วควรจะช่วยชีวิตหรือปล่อยให้ตายไป?” คนเหล่านั้นก็นิ่งอยู่ พระองค์จึงทอดพระเนตรพวกเขาด้วยความกริ้ว

ทรงเศร้าพระทัยเพราะจิตใจหยาบกระด้างของพวกเขา แล้วตรัสแก่ชายมือลีบว่า “จงเหยียดมือออกซิ” ขาก็เหยียดมือออก และมือนั้นก็หายเป็นปกติ พวกฟาริสีจึงได้ออกไป และได้ประชุมทันทีกับพรรคพวกของกษัตริยเฮโรด เพื่อปรึกษาว่าจะกำจัดพระองค์ได้อย่างไร
(นี่คือพระวาจาของพระเจ้า)
 


วันพฤหัสบดีสัปดาห์ที่สอง

บทอ่านจากหนังสือซามูเอล ฉบับที่หนึ่ง 1ซมอ.18:6-9 และ 19:1-7
“ซาอูลเสด็จพ่อของฉันกำลังหาช่องจะฆ่าเธอ”

ในครั้งนั้น เมื่อดาวิดกำลังเดินทางกลับมาหลังจากฆ่าชาวฟิลิสเตียคนนั้นแล้ว พวกผู้หญิงได้ออกมาจากเมือ งต่างๆ ของอิสราเอล ร้องเพลงเต้นรำต้อนรับกษัตริย์ซาอูล ตีกลองร้องรำอย่างร่าเริงคลอเสียงเครื่องดนตรีต่างๆพวกผู้หญิงเต้นรำและร้องรับกันว่า

“ซาอูลฆ่าคนเป็นพันๆส่่วนดาวิดฆ่าคนเป็นหมื่นๆ”

ซาอูลทรงกริ้วเป็นอย่างยิ่ง ไม่พอพระทัยคำร้องเช่นนี้เลย พระองค์ตรัสว่า “เขาว่าดาวิดฆ่าคนเป็นหมื่นๆ ส่วนเรา เขาว่าฆ่าเพียงพันๆเท่านั้น นอกจากราชอาณาจักรแล้วดาวิดยังขาดอะไรอีกเล่า?” นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ซาอูลก็ทรงอิจฉาดาวิด ซาอูลกับโยนาธานพระโอรสและบรรดาข้าราชการให้ฆ่าดาวิดเสีย แต่โยนาธานพระโอรสของซาอูลชอบพอกับดาวิดมาก จึงบอกดาวิดว่า “ซาอูลเสด็จพ่อของฉันกำลังหาช่องจะฆ่าเธอ

เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้เช้าจงระวังตัวให้ดี จงอยู่เสียในที่ลับซ่อนตัวไว้ ฉันจะออกไปยืนอยู่ข้างๆ เสด็จพ่อในทุ่งนาที่เธออยู่จะกราบทูลเสด็จพ่อถึงเรื่องของเธอถ้ารู้เรื่องอะไร ฉันจะบอกให้เธอทราบ”โยนาธานกล่าวชมดาวิดให้ซา อูลพระราชบิดาฟังทูลว่า“ขอพระราชาอย่าทรงกระทำบาปต่อดาวิดข้ารับใช้ของพระองค์เลย เพราะดาวิดไม่ได้ทำผิดอะไรต่อพระองค์ การงานของเขาก็เป็นงานปรนนิบัติรับใช้พระองค์อย่างดี

เพราะเขาได้เสี่ยงชีวิตของตนและประหารชาวฟิลิสเตียคนนั้นและพระเจ้าทรงนำชัยชนะใหญ่หลวงมา ให้อิสราเอลทั้งปวง พระองค์ก็ทรงเห็นแล้วและทรงชื่นชมยินดี แต่ไฉนพระองค์จึงจะกระทำบาปหลั่งโลหิตที่ไร้ความผิดโ ดยฆ่าดาวิดเสียอย่างไร้เหตุผลเล่า?”ซาอูลทรงฟังเสียงของโยนาธานและปฏิญาณว่า “พระเจ้าทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด ดาวิดจะไม่ตาย” โยนาธานจึงเรียกดาวิดมาพบและแจ้งให้ทราบเรื่องนี้ และได้นำดาวิด ไปเฝ้าซาอูลและดาวิดก็ได้เข้าเฝ้ารับใช้ซาอูลเหมือนแต่ก่อน
(นี่คือพระวาจาของพระเจ้า)

สร้อย ข้าพเจ้าวางใจในพระเจ้า ข้าพเจ้าไม่กลัวเลย
(หรือ เพลงที่ 36) แม้ข้าพเจ้าอยู่กลางเงาความตาย ข้าพเจ้าก็ไม่กลัวสิ่งร้ายทั้งสิ้น


เพลงสดุดี สดด.56:1-3, 8-9,11,12-13
ก)พระเจ้าข้า โปรดเมตตา ตัวข้าฯ นี้เขาโจมตี ข้าฯ หนัก ประจักษ์จิต
ถูกข่มขู่ ศัตรูร้าย หมายชีวิตเฝ้าพิชิต ตลอดมา ข้าฯ เจ็บตัว
ตลอดวัน ศัตรูหมาย ทำร้ายข้าฯคนมากหน้า สู้ข้าฯ พลัน รุมกันทั่ว
โอ้พระผู้ สูงสุดหล้า เมื่อข้าฯ กลัวขอฝากตัว วางใจ ในพระองค์

ข)พระองค์ทราบ ข้าฯ ลำบาก ยากเพียงไรบันทึกไว้ ความยากจน ทุกข์ทนยิ่ง
ในสมุด จดลงไป ได้อ้างอิงถ้วนทุกสิ่ง หรือมิใช่ ไท้ทรงทำ
วันที่ข้าฯ ทูลพระเจ้า ข้าฯ เดารู้ว่าศัตรู กลับหลังหัน วันยังค่ำ
นี่ทำให้ ข้าฯ แจ้งอยู่ พระผู้นำเฝ้าประจำ ฝ่ายข้าฯ เป็นอาจิณ

ค)ข้าฯ วางใจ ในพระเจ้า เฝ้านบไหว้ข้าจะไม่ หวาดผวา พาฟุ้งซ่าน
มนุษย์ทำ ข้าฯ ไม่ได้ พวกภัยพาลเพราะดวงมาน ข้าฯไว้ใจ ในพระองค์

ง)พระเป็นเจ้า ข้าฯ พร้อม น้อมถวายดังมุ่งหมาย สัญญา ข้าฯ ประสงค์
จะถวาย บูชาไท้ ใจมั่นคงด้วยเสริมส่ง ถ้อยสรรเสริญ และเยินยอ
เพราะทรงช่วย ข้าฯ รอดตน พ้นตายได้ไม่ปราชัย พ่ายแพ้ แต่เป็นต่อ
ข้าฯ ใช้ชีพ ต่อพระพักตร์ พิทักษ์คลอในแสงทอ ส่องสิ่งที่ มีจิตใจ

อัลเลลูยา 2ทธ.1:10ข
อัลเลลูยา อัลเลลูยา
พระคริสตเยซู พระองค์ได้ทรงทำลายความตาย
และทรงนำชีวิตและความไม่รู้จักตายให้ปรากฏอย่างชัดแจ้งโดยทางข่าวดี

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก มก.3:7-12
“คนที่มีผีสิงก็ร้องว่า “ท่านคือพระบุตรของพระเจ้า” แต่พระเยซูเจ้าทรงกำชับแข็งแรง
มิให้มันประกาศดังนั้น”

เวลานั้น พระเยซูเจ้ากับบรรดาศิษย์ได้ออกไปยังทะเลสาบ ผู้คนหมู่ใหญ่ จากแคว้นกาลิลีติดตามพระองค์ ผู้คนจากแคว้นยูเดีย จากกรุงเยรูซาเล็ม จากแคว้นอิดูเมอา จากอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำจอร์แดน และจากบริเวณเมือ งไทระและไซดอนเป็นหมู่ใหญ่ ซึ่งได้ยินสิ่งที่ทรงกระทำก็ได้มาเฝ้าพระองค์พระเยซูเจ้าจึงตรัสสั่งบรรดาศิษย์

ให้จัดเรือไว้ลำหนึ่ง เพื่อว่าฝูงชนจะได้ไม่เบียดเสียดพระองค์ เพราะพระองค์ทรงรักษาผู้ป่วยจำนวนมากจนบรรดาผู้ป่วยด้วยโรคต่างๆ เบียดเสียดกันเข้ามาเพื่อแตะต้องพระองค์  บรรดาปิศาจเมื่อเห็นพระองค์ ก็กราบลง พลางตะโกนว่า“ท่านเป็นบุตรของพระเจ้า!”แต่พระองค์ทรงกำชับอย่างแข็งขันมิให้มันแพร่งพรายว่าพระองค์เป็นใค ร
(นี่คือพระวาจาของพระเจ้า) 
 


วันศุกร์สัปดาห์ที่สอง

บทอ่านจากหนังสือซามูเอล ฉบับที่หนึ่ง 1ซมอ.24:2-20
“ดาวิดไม่ยอมให้เขาฆ่าซาอูล”

ในครั้งนั้นซาอูลทรงนำไพร่พลที่คัดเลือกแล้วจากอิสราเอลจำนวนสามพันคนไปตามหาดาวิดกับพรรคพวกที่หินเลียงผา พระองค์เสด็จมาที่คอกแกะริมทาง ที่นั่นมีถ้ำอยู่ถ้ำหนึ่ง ซาอูลจึงเสด็จเข้าไปปลดทุกข์ ฝ่ายดาวิดกับพร รคพวกกำลังซ่อนตัวอยู่ก้นถ้ำพรรคพวกของดาวิดจึงบอกเขาว่า“นี่เป็นวันที่พระเจ้าตรัสกับท่านว่า “ดูซิเราจะมอบศัตรูของเจ้าไว้ในมือของเจ้า และเจ้าจะกำกับเขาตามที่เจ้าเห็นควร”

ดาวิดจึงลุกขึ้นย่องเข้าไปตัดชายฉลองพระองค์ ของซาอูล แต่แล้วดาวิดก็เสียใจที่ได้ตัดชายฉลองพระองค์ของซาอูลจึงกล่าวแก่พรรคพวกว่า“ขอพระเจ้าทรงห้ามไม่ให้ข้าพเจ้ากระทำเช่นนี้ต่อเจ้านายของข้าพเจ้า ซึ่งเป็นผู้ที่ พระเจ้าทรงเจิมตั้งไว้ อย่าให้ข้าพเจ้ายื่นมือออกทำอันตรายพระองค์เลย เพราะว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงเจิมไว้”ดาวิดได้พูดเช่นนี้ห้ามพรรคพวกของตนไว้ไมยอมให้พวกเขาทำร้ายซาอูล

ซาอูลทรงลุกขึ้นออกจากถ้ำเดินทางต่อไป ต่อมาดาวิดก็ลุกขึ้นด้วย และออกไปจากถ้ำ ร้องทูลซาอูลว่า“ข้าแต่พระราชาของข้าพเจ้า” เมื่อซาอูลทรงเหลียวไปดู ดาวิดก็กราบลงที่พื้นดินดาวิดทูลซาอูลว่า “ไฉนพระองค์จึงทรงเ ชื่อถ้อยคำของคนที่กล่าวว่า“ดาวิดกำลังหาโอกาสที่จะทำร้ายพระองค์” นี่แน่ะวันนี้พระเนตรของพระองค์ได้เห็นแล้วว่าพระเจ้าทรงมอบพระองค์ไว้ในมือของข้าพเจ้าในถ้ำข้าพเจ้าได้คิดที่จะประหารพระองค์เสียแล้วแต่ข้าพเจ้าก็ได้ไว้พระชนม์ของพระองค์ ข้าพเจ้าได้กล่าวว่า

“ข้าพเจ้าจะไม่ยื่นมือออกทำร้ายเจ้านายของข้า  เพราะพระองค์เป็นผู้ที่พระเจ้าทรงเจิมไว้”ดูซิท่านพ่อ จงดู ชายฉลองพระองค์ในมือของข้าพเจ้าเถิด เพราะข้าพเจ้าได้ตัดชายฉลองพระองค์ออก แต่มิได้ประหารพระองค์เสีย ขอพระองค์ทรงทราบและเห็นเถิดว่าข้าพเจ้ามิได้คิดร้ายหรือเป็นกบฎ ข้าพเจ้ามิได้กระทำผิดต่อพระองค์เลย

แม้ว่าพระองค์จะตามล่าฆ่าชีวิตของข้าพเจ้า ขอให้พระเจ้าทรงพิพากษาระหว่างข้าพเจ้า และพระองค์เถิดขอพระเจ้าให้ความยุติธรรมแก่ข้าพเจ้าในคดีความกับพระองค์เพราะมือของข้าพเจ้าจะไม่กระทำอะไร ต่อพระองค์์เ ลย ดังคำพังเพยโบราณว่า “ความอธรรมก็ออกมาจากคนอธรรม” แต่มือของข้าพเจ้าจะไม่กระทำอะไรต่อพระองค์ ข้าแต่พระราชาแห่งอิสราเอล พระองค์ออกมาตามหาใครเล่า?พระองค์ไล่ตามผู้ใด?ไล่ตามสุนัขที่ตายแล้วไล่ตามตัวหมัดเพียงตัวเดียว

เพราะฉะนั้น ขอให้พระเจ้าทรงเป็นผู้พิพากษาและประทานคำตัดสินระหว่างข้าพเจ้าและพระองค์เถิด ขอพร ะเจ้าทรงทอดพระเนตรและพิจารณาเรื่องราวของข้าพเจ้า และช่วยกู้ข้าพเจ้าให้พ้นเงื้อมมือของพระองค์เถิด”เมื่อดาวิดทูลเสร็จ ซาอูลจึงตรัสว่า “ดาวิดลูกเอ๋ย นั่นเป็นเสียงของเจ้าหรือ?”แล้วก็ทรงกันแสงเสียงดังตรัสกับดาวิดว่า “เจ้าชอบธรรมยิ่งกว่าข้า เพราะเจ้าตอบแทนข้าด้วยความดี แต่ข้าได้ตอบแทนเจ้าด้วยความชั่ว เจ้าได้ประกาศในวันนี้แล้วว่า เจ้าได้กระทำความดีต่อข้าอย่างไร

ในการที่เจ้ามิได้ประหารข้าเสีย ในเมื่อพระเจ้าทรงมอบข้าไว้ในมือของเจ้าแล้ว เพราะว่าถ้าใครพบศัตรูเข าจะยอมปล่อยให้ปลอดภัยไปหรือ? ดังนั้นขอพระเจ้าทรงกระทำดีแก่เจ้าสนองการที่เจ้าได้กระทำแก่ข้าในวันนี้บัดนี้ข้าได้เห็นชัดแล้วว่าเจ้าจะเป็นกษัตริย์อย่างแน่นอน และราชอาณาจักรอิสราเอลจะมั่นคงอยู่ในมือของเจ้า”
(นี่คือพระวาจาของพระเจ้า)

สร้อย ขอทรงพระกรุณาเถิด พระเจ้าข้า ขอทรงพระกรุณาเถิด
(หรือ เพลงที่ 49) พระองค์ทรงเมตตาเถิด โปรดทรงพระเมตตาเทอญ


เพลงสดุดี สดด.57:1-8, 3,5 และ 10
ก)โอ้พระเจ้า ขอเมตตา ปวงข้าฯ เถิดพระผู้เลิศ ช่วยรอด ปลอดภัยข้าฯ
ข้าฯแสวง แหล่งป้อง ผองภัยนาใต้ร่มฟ้า เงาปีก หลบหลีกภัย
จนกว่าอัน- ตราย ทั้งหลายผ่านพ้นสถาน ที่ข้าฯ ซ่อนอาศัย
ข้าฯ กราบทูล ขอพระ ทรงอภัยทรงจัดให้ สิ่งถ้วน ล้วนจำเป็น

ข)พระองค์ทรง ตอบจาก ฟากสวรรค์ทรงป้องกัน เหล่าร้าย ไม่ขู่เข็ญ
ทรงปราบปราม ยามยาก ทุกข์ลำเค็ญทรงให้เห็น รักนั้น อันซื่อตรง

ค)ขอพระองค์ ทรงสำแดง ความยิ่งใหญ่ให้เห็นใน ฟ้าสูง ดังมุ่งหมาย
สำแดงพระ สิริ ขจรขจายแผ่ขยาย ดังก้อง โลกทั้งปวง
ความรักอัน มั่นคง ยืนยงนักแจ้งประจักษ์ เจนใจ ในโลกหล้า
ทรงซื่อสัตย์ เที่ยงแท้ แน่วาจามากเท่าฟ้า ถึงสวรรค์ พิมานชัย

อัลเลลูยา  2 คร.5:19
อัลเลลูยา อัลเลลูยา
พระเจ้าทรงให้โลกคืนดีกับพระองค์ในองค์พระคริสตเจ้า
และทรงมอบให้เราประกาศสารแห่งการคืนดี

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก มก.3:13-19
“พระองค์ทรงเรียกผู้ที่พระองค์ทรงต้องการ”

เวลานั้นพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นไปบนภูเขาทรงเรียกผู้ที่พระองค์ทรงต้องการให้มาพบพระองค์ เขาเหล่านั้นก็มาเฝ้าพระองค์ พระองค์จึงทรงแต่งตั้งศิษย์สิบสองคน ให้อยู่กับพระองค์ เพื่อจะทรงส่งเขาออกไปเทศน์สอน โดยให้มีอำนาจขับไล่ผีปีศาจด้วย

อัครสาวกทั้งสิบสองที่ทรงแต่งตั้ง คือ ซีโมน พระองค์ทรงตั้งชื่อใหม่ให้เขาว่า “เปโตร” ยากอบ บุตรของเศเ บดี และยอห์นน้องชายของยากอบ พระองค์ทรงตั้งชื่อให้สองพี่น้องนี้ว่า “โบอาแนรเกส”ซึ่งแปลว่า“ลูกฟ้าร้อง”อันดรูว์ ฟิลิป บารโธโลมิว มัทธิว โทมัส ยากอบบุตรของอัลเฟอัส ธัดเดอัส ซีโมนจากกลุ่มชาตินิยม และยูดาส อิสคาริโอท ต่อมายูดาสอิสคาริโอทผู้นี้ได้ทรยศต่อพระองค์
(นี่คือพระวาจาของพระเจ้า)
 


วันเสาร์สัปดาห์ที่สอง

บทอ่านจากหนังสือซามูเอล ฉบับที่สอง 2ซมอ.1:1-4, 11-12,17,19, 23-37
“วีรบุรุษล้มตายเสียแล้ว”

ในครั้งนั้นดาวิดกลับจากไปฆ่าฟันชาวอามาเลขมาพักอยู่ที่เมืองศิกลากได้สองวัน พอถึงวันที่สามก็มีชายคน หนึ่งมาจากค่ายของซาอูล สวมเสื้อผ้าขาดวิ่นและมีผงคลีดินอยู่บนศีรษะเมื่อมาถึงดาวิดเขาก็ซบหน้าลงถึงพื้นดินกระทำความเคารพ ดาวิดถามเขาว่า“เจ้ามาจากไหน?”เขาตอบว่า“ข้าพเจ้าหนีรอดมาจากค่ายอิสราเอล”ดาวิด ถามว่า“เล่าให้ฟังซิว่าเหตุการณ์เป็นไปอย่างไรบ้าง” เขาตอบว่า“ประชาชนหนีจากการรบไปแล้ว มีคนล้มตายมากมาย ซาอูลและโยนาธานราชโอรสก็สิ้นพระชนม์ด้วย”

ดาวิดได้ฉีกเสื้อผ้า และคนที่อยู่กับท่านก็กระทำเช่นเดียวกัน ทุกคนได้ไว้ทุกข์และร้องไห้ อดอาหารจนถึงเย็ นให้ซาอูลและโยนาธานราชโอรส และประชากรของพระเจ้า และพงศ์พันธุ์อิสราเอล เพราะเขาเหล่านั้นล้มตายด้วยดาบดาวิดคร่ำครวญถึงซาอูลและโยนาธานราชโอรสเป็นเพลงคร่ำครวญดังนี้ว่า

“โอ้ อิสราเอลเอ๋ย ศักดิ์ศรีของเจ้าถูกประหารเสียแล้วบนที่สูง วีรบุรุษก็ล้มตายเสียแล้ว
ซาอูลและโยนาธานเอ๋ย ท่านเป็นที่รักและน่ารักใคร่
จะอยู่หรือจะตายทั้งสองก็ไม่แยกจากกัน
ทั้งสองรวดเร็วกว่านกอินทรี
ทั้งสองแข็งแรงกว่าสิงโต
ธิดาแห่งอิสราเอลเอ๋ย จงร้องไห้ถึงซาอูลเถิด
พระองค์ได้ประทานผ้าสีแดงเข้มให้เจ้าแต่งตัวอย่างโอ่อ่า

และประทานเครื่องประดับประดาทองคำไว้เหนืออาภรณ์ของเจ้า วีรบุรุษล้มลงเสียแล้วหนอ
ท่ามกลางศึกสงคราม โยนาธานถูกประหารอยู่บนที่สูงของเจ้า
พี่โยนาธานเอ๋ย ข้าพเจ้าเป็นทุกข์เพื่อท่าน
ท่านเป็นที่รักใคร่ของข้าพเจ้าอย่างมาก
มิตรภาพของท่านกับข้าพเจ้านั้นประเสริฐยิ่งกว่าความรักต่อหญิงใดใด
ทำไมหนอวีรบุรุษจึงล้มลงเสียแล้ว
และอาวุธยุทโธปกรณ์จึงพินาศไปเล่า?”
(นี่คือพระวาจาของพระเจ้า)

สร้อย ขอให้พระพักตร์ของพระองค์ทอแสง แล้วข้าพเจ้าทั้งหลายก็จะรอด
(หรือ เพลงที่ 71) โปรดแสดงพระเมตตาต่อข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด พระเจ้าข้า


เพลงสดุดี  สดด. 80:1-2, 4-6
ก)ผู้พิทักษ์ ชนชาติ อิสราเอลทั้งทรงเป็น ผู้นำ ล้ำเลิศหล้า
ประชาชน ตามท่าน ในมรรคาฟังวาจา สดับ รับวจี
ขอประทับ เบื้องบน พระที่นั่งซึ่งมีทั้ง เครูบิม ริมพระที่
สำแดงความ รักใคร่ ห่วงใยดีซึ่งทรงมี ต่อเขา ตามเผ่าพันธุ์
เอฟราอิม เบนยามิน มนัสเสห์ทรงทุ่มเท รักชอบ มอบพรสรร
ให้พวกเรา เห็นพลัง พระองค์พลันทรงผายผัน โปรดด้วย ช่วยเรามวล

ข)พระเจ้าทรง พิโรธ กริ้วโกรธข้าฯ อีกช้านาน จะโปรด ยกโทษให้
พระโกรธา ประชากร ร้อนรนใจที่เขาได้ อธิษฐาน ขานพระคุณ
พระองค์ให้ พวกเรา กินน้ำตาต่างข้าวปลา อาหาร พาลว้าวุ่น
เพื่อนบ้านรุก แดนดิน ถิ่นสกุลศัตรูวุ่น เยาะเย้ย เปรียบเปรยเรา

อัลเลลูยา เทียบ กจ.16:14ข
อัลเลลูยา อัลเลลูยา
ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเปิดจิตใจข้าพเจ้าทั้งหลาย
ให้สนใจฟังพระวาจาของพระบุตรของพระองค์

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก มก.3:20-21
“มีคนกล่าวว่าเขาเสียสติไปแล้ว”

เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง ประชาชนมาชุมนุมกันอีก จนพระองค์กับบรรดาศิษย์ไม่สามารถแม้แต่จะรับประทานอาหาร เมื่อบรรดาญาติพี่น้องของพระองค์ได้ยินเช่นนี้ก็ออกไปคุมพระองค์ไว้ เพราะเขากล่าวว่า “เขาเป็นบ้าไปแล้ว”
(นี่คือพระวาจาของพระเจ้า)