![]() |
|
บทเทศน์สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลมหาพรต
เรื่องราวชีวิตของผู้คนที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์ทั้งจากภาคพันธสัญญาเดิมและภาคพันธสัญญาใหม่เป็นประสบการณ์ชีวิตความสัมพันธ์ระหว่างเรามนุษย์บนโลกนี้กับองค์พระเจ้าแห่งเมืองสวรรค์ เรื่องราวดังกล่าวถูกเรียกว่า ประวัติศาสตร์แห่งความรอด หมายความว่า เป็นเหตุการณ์บนเส้นทางชีวิตของเรามนุษย์บนโลกแห่งประวัติศาสตร์ที่มีเส้นชีวิตของพระเจ้าเข้ามาตัดผ่านพาดเกี่ยวข้องในชีวิตเป็นเหตุการณ์ๆไป แต่ละเหตุการณ์ๆนั้นๆพระเจ้าได้เข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อช่วยเรามนุษย์ให้รอดพ้นกลับมาร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ใหม่เสมอ ในช่วงเวลาแห่งเทศกาลมหาพรต ซึ่งอาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์ที่ 3 แล้ว พระศาสนจักรนำเรื่องราวในพระคัมภีร์ทั้งภาคพันธสัญญาเดิมและภาคพันธสัญญาใหม่มาอ่านให้เราคริสตชนได้ใช้รำพึงพิจารณาไตร่ตรองถึงชีวิตของผู้คนต่างๆ ที่ปรากฏในพระคัมภีร์แต่ละตอนๆ การพิจารณารำพึงไตร่ตรองดังกล่าวจะช่วยให้เรามองเห็นร่องรอยการช่วยให้รอดของพระเจ้ากับประชากรของพระองค์ แล้วย้อนมามองเห็นการช่วยให้รอดพ้นของพระเจ้าที่จะทรงกระทำกับชีวิตของเราในปัจจุบันนี้ด้วย พ่อขอเชิญชวนให้พี่น้องรำพึงไตร่ตรองเริ่มต้นตั้งแต่ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมที่ท่านนักบุญเปาโลกล่าวถึงในจดหมายของท่านถึงชาวโครินทร์ประจำอาทิตย์นี้ ในเรื่องที่ชีวิตของเราล้วนได้รับการบำรุงเลี้ยงดูจากพระเจ้าตลอดช่วงเวลาแห่งการเดินทางบนโลกนี้ ที่เต็มไปด้วยการทดสอบทดลอง เหมือนชนชาติอิสราเอลที่ได้รับการเลี้ยงดูจากพระเจ้าตลอด 40 ปีในถิ่นทุรกันดาน ก่อนจะข้ามผ่านเข้าสู่แผ่นดินแห่งพระสัญญา ท่านนักบุญเปาโลชี้ให้เห็นว่าพระเจ้าทรงเลี้ยงดูชีวิตของเรามิใช่เพียงด้วยอาหารผ่านร่างกายเท่านั้น แต่ทรงประทานอาหารฝ่ายจิตให้กับเราทั้งหลายพร้อมๆกันไปตลอดการเดินทางที่เต็มไปด้วยการทดสอบทดลองนี้ด้วยเพียงแต่ว่าเราทั้งหลายในปัจจุบันดูจะได้เปรียบกว่าผู้คนในสมัยพันธสัญญาเดิมที่ได้รับการเลี้ยงดูผ่านทางโมเสสและบรรดาประกาศกต่างๆ แต่เราทั้งหลายได้รับการเลี้ยงดูผ่านองค์พระเยซูคริสตเจ้า องค์ ศิลาทรงชีวิต ที่มีศักยภาพที่จะมอบอาหารเลี้ยงดูเราได้มากกว่า ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยเฉพาะในคุณภาพฝ่ายจิต เพราะชีวิตของพระองค์ เต็มเปี่ยมไปด้วยพระจิตของพระเจ้า ทรงดำเนินชีวิตภายใต้การทรงนำของพระจิตเจ้าเสมอ อีกทั้งยังทรงประทานพระจิตของพระองค์ให้แก่เราทั้งหลายหลังจากที่ทรงเสด็จสู่สวรรค์แล้วด้วย อย่างไรก็ตาม แม้เราในสมัยปัจจุบันดูจะได้เปรียบกว่าผู้คนในพันธสัญญาเดิมอยู่ก็จริง แต่หากเราไม่ใส่ใจรับรู้ถึงข้อผิดพลาดจากผู้คนในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม แล้วกลับไปกระทำผิดพลาดซ้ำเหมือนที่พวกเขากระทำ สิ่งที่เรียกว่าได้เปรียบนั้นก็ไม่มีความหมายแต่ประการใดกับชีวิตของเรา แต่จะก่อให้เกิด เสียงตำหนิในมโนธรรมหนักไปกว่าผู้คนในภาคพันธสัญญาเดิมเสียอีก เพราะหากพวกเรามีบุญถึงขนาดที่มีพระเยซูเจ้าเดินร่วมชีวิตกับพวกเราแล้ว แต่กลับทำผิดเหมือนพวกเขาที่มีเพียงโมเสสและประกาศกต่างๆเท่านั้นที่ร่วมชีวิตไปกับพวกเขา ความผิดพลาดของเราก็น่าที่จะใหญ่กว่า ความผิดพลาดดังกล่าวที่ท่านนักบุญเปาโลกล่าวถึงนั้นก็คือ การบ่น ที่ส่งผลทำให้ชีวิตต้องพินาศไป พี่น้องที่เคารพ พี่น้องเคยหรือชอบ บ่นว่า ใครบ้าง ด้วยเรื่องอะไรบ้างในชีวิตของพี่น้อง ในถ้อยคำที่บ่นว่านั้น เคยก้าวข้ามไปถึงขั้น บนว่าพระเจ้า แบบผู้ที่ไม่เชื่อในพระองค์ เหมือนชนชาติอิสราเอลบ้างไหม โดยเฉพาะกับการบ่นว่า เมื่อชีวิตต้องเผชิญกับความทุกข์ยากลำบากบนเส้นทางแห่งการทดลองที่พระเจ้าประทานให้ จนทำให้ชีวิตสุ่มเสียงที่จะต้องพินาศไปตามที่ท่านนักบุญเปาโลกได้กล่าวถึงในบทจดหมายของท่าน พี่น้องที่เคารพ พระเจ้าของเราเป็นพระเจ้าผู้ทรงชีวิต พระองค์ทรงเป็นผู้ทรงชีวิตดังชื่อของพระองค์ที่ทรงประกาศต่อหน้าโมเสสในหนังสืออพยพที่เราอ่านประจำอาทิตย์นี้ว่าพระนามของพระองค์คือเราเป็นผู้ที่เป็นอยู่ด้วยพระนามที่ทรงประกาศนั้น พระองค์จึงทรงมีชีวิตอยู่คงที่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็น เมื่อวานนี้ วันนี้ และ ตลอดไป ด้วยเนื้อแท้แห่งชีวิตของพระองค์ที่เป็นอยู่ พระองค์ทรงปรารถนาให้เรามนุษย์ทุกคนมีคุณสมบัติชีวิตเหมือนชีวิตของพระองค์ที่เป็นอยู่นั้นเช่นกัน คือให้เราทั้งหลายเป็นผู้ที่ดีบริบูรณ์ และร่วมมีชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ตลอดไป ไม่ว่าจะเป็นเมื่อ วานนี้ วันนี้ และ ตลอดไป เพื่อตอบรับพระประสงค์ของพระองค์ที่ทรงปรารถนาดีกับชีวิตของเรานั้น
ขอพี่น้องจงน้อมรับที่จะไม่ บ่นว่า จนชีวิตต้องพินาศไป เหมือนชนชาติอิสราเอลในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม อีกทั้งให้เราทั้งหลาย กลับใจเปลี่ยนแปลงชีวิต จะได้ไม่ต้องพินาศ ไปตามที่พระเยซูเจ้าทรงเตือนผู้คนในสมัยของพระองค์ ในพระวรสารประจำอาทิตย์น ให้เราปฏิบัติเช่นนี้ด้วยความมั่นใจว่า พระเจ้าของเราทรงเข้าใจถึงความเป็นจริงทุกๆ ประเด็นที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา และจะทรงยื่นมือของพระองค์เข้าพิทักษ์ปกป้องนำทางเราให้รอดพ้น ตามแผนการแห่งความรอดที่พระองค์จะทรงจัดไว้ให้กับเราทั้งหลายอย่างเหมาะสม
| |||