หน้าหลักเช็คเมลติดต่อเราสมุดเยี่ยมลิงค์คาทอลิกแผนผัวเวปไซต์

ค้นหาข้อมูล :

วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม 2008
     สัปดาห์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา


บทอ่านจากหนังสือปรีชาญาณ                                                             ปชญ 12:13,16-19

นอกจากพระองค์ ไม่มีพระอื่นใดที่เอาใจใส่ทุกสิ่ง ที่พระองค์จำต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า  พระองค์มิได้ทรงตัดสินอย่างไม่ยุติธรรม พระอานุภาพของพระองค์เป็นบ่อเกิดแห่งความยุติธรรม เพราะพระองค์ทรงเป็นเจ้านายของทุกสิ่ง พระองค์จึงทรงปรานีต่อทุกคน   เมื่อมีผู้สงสัยอาชญาสิทธิ์ของพระองค์   พระองค์ก็ทรงแสดงพระอานุภาพ  ทรงกำจัดความจองหองของผู้ที่รู้จักพระอานุภาพนั้น แต่ถึงแม้จะทรงแสดงพลานุภาพเพียงนั้น พระองค์ก็ทรงพิพากษาอย่างอ่อนโยน    ทรงปกครองชาวเราด้วยพระทัยปรานี เพราะเพียงแต่ทรงพอพระทัยเท่านั้น พระฤทธานุภาพก็จะมารับใช้พระองค์พระองค์ทรงกระทำเช่นนี้ก็เพื่อสอนประชากรของพระองค์ให้ทราบว่า คนชอบธรรมต้องใจดีต่อเพื่อนมนุษย์ พระองค์ประทานความหวังแก่บรรดาบุตรของพระองค์ว่า เมื่อเขาทำบาปแล้ว พระองค์ยังโปรดให้เขากลับใจด้วย

บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวโรม                            รม 8:26-27

พี่น้อง ในทำนองเดียวกัน พระจิตเจ้าเสด็จมาช่วยเหลือเราผู้อ่อนแอ   เพราะเราไม่รู้ว่าจะต้องอธิษฐานภาวนาขอสิ่งใดที่  เหมาะสม แต่พระจิตเจ้าทรงอธิษฐานภาวนาวอนขอแทนเราด้วยคำที่ไม่อาจบรรยาย และพระผู้ทรงสำรวจจิตใจทรงทราบความปรารถนาของพระจิตเจ้า เพราะว่าพระจิตเจ้าทรงอธิษฐานเพื่อบรรดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ตามพระประสงค์ของพระเจ้า

พระวรสารนักบุญมัทธิว                                                       (แบบยาว มธ 13:24-43)มธ 13:24-30

เวลานั้น พระเยซูเจ้าทรงเล่าเป็นอุปมาอีกเรื่องหนึ่งให้พวกเขาฟังว่า “อาณาจักรสวรรค์เปรียบได้กับชายคนหนึ่งที่หว่านข้าวพันธุ์ดีในนาของตน  ขณะที่ทุกคนนอนหลับ ศัตรูก็มาหว่านข้าวละมานทับลงบนข้าวสาลีแล้วจากไป
เมื่อต้นข้าวงอกขึ้นจนออกรวง ข้าวละมานก็ปรากฏแซมอยู่ด้วย บรรดาผู้รับใช้จึงไปหานายถามว่า ‘นายครับ  นายหว่านข้าวพันธุ์ดีในนามิใช่หรือ แล้วข้าวละมานมาจากที่ใดเล่า’ นายตอบว่า ‘ศัตรูมาหว่านไว้’ ผู้รับใช้จึงถามว่า ‘นายต้องการให้เราไปถอนมัน  ไหม’ นายตอบว่า ‘อย่าเลย เกรงว่าเมื่อท่านถอนข้าวละมาน ท่านจะถอนข้าวสาลีติดมาด้วย  จงปล่อยให้ข้าวสองชนิดงอกงามขึ้นด้วยกันจนถึงฤดูเก็บเกี่ยว แล้วฉันจะบอกคนเก็บเกี่ยวว่า จงเก็บข้าวละมานก่อน มัดเป็นฟ่อน เผาไฟเสีย ส่วนข้าวสาลีนั้น   จง  เก็บเข้ายุ้งของฉัน’”

เรียบเรียงจากบันทึกวีดีโอบทเทศน์
คุณพ่อวิทยา แก้วแหวน
อาทิตย์ที่ 16 เทศกาลธรรมดา
 

พี่น้องที่เคารพครับ    สรรพสิ่งและสิ่งสร้างทั้งหลายในโลกจักรวาลแห่งนี้ต่างอยู่ในพระญาณเอื้ออาทรหรือพระญาณสอดส่องของพระเป็นเจ้า พระเจ้าทรงดูแลหลังจากที่พระองค์ทรงสร้างทุกสิ่งให้เกิดขึ้นแล้ว ให้ทุกสิ่งนั้นเคลื่อนตัวไปร่วมชีวิตด้วยกัน เพื่อพัฒนากันและกันไปสู่ความดีสมบูรณ์ตามพระประสงค์ของพระองค์ ชีวิตของเรามนุษย์สิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตล้วนแต่อยู่ในพระญาณเอื้ออาทรนี้ทั้งสิ้น ในโลกนี้มีทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดี แต่พระเจ้าทรงประสงค์ให้ทั้งสองสิ่งนี้อยู่ร่วมกัน ไม่ใช่ให้สิ่งดีฆ่าสิ่งเลว ให้หมดไปและไม่ใช่ให้สิ่งเลวฆ่าสิ่งดีให้หมดไปเช่นเดียวกัน ในร่างกายของเรานั้นก็มีเชื้อโรคต่างๆ มากมาย บางทีก็ทำให้เราป่วยไปรักษาแล้วก็หายเป็นปกติได้ แท้ที่จริงแล้ว เชื้อโรคนั่นแหละที่สร้างภูมิต้านทานพัฒนาตนเองให้เข้มแข็งขึ้น  ทั้งสองสิ่งนี้จะต้องอยู่ร่วมกัน

วันนี้พระคัมภีร์จากพระวรสารโดยท่านนักบุญมัทธิว พระเยซูเจ้าทรงเล่าเรื่องอุปมาเรื่องข้าวละมานต่อจากอาทิตย์ที่แล้วที่พระองค์ทรงเล่าเรื่องอุปมาเรื่องการหว่านพันธุ์พืช มีข้าวพันธุ์ดีที่หว่านลงไปในนา และก็มีข้าวพันธุ์เลวถูกหว่านลงไปด้วย ข้าวพันธุ์ดีนั้นพระเจ้าหว่านไว้ ส่วนข้าวพันธุ์เลวเป็นปีศาจที่มาหว่านไว้ บรรดาชาวนาก็มาขอร้องให้กำจัดข้าวพันธุ์เลวนั้นทิ้งไปเสีย แต่เจ้าของนาบอกว่าปล่อยไว้ก่อน เมื่อมันโตเต็มที่แล้วเห็นชัดเจนว่าอันไหนเป็นข้าวพันธุ์ดีหรือข้าวพันธุ์เลวกันแน่   จึงจะเกี่ยวข้าวพันธุ์เลวนั้นทิ้งไป ชีวิตของการอยู่ร่วมกันในโลกนี้ พระเจ้าจัดการดูแลด้วยพระญาณเอื้ออาทรอย่างนี้  ทรงทำเพื่อความดี   เพียงเพราะความดีของคนๆหนึ่ง พระองค์ทรงยอมให้สิ่งเลวๆเกิดขึ้นร่วมชีวิตเดียวกันกับเรา เพราะถ้าเราจะต้องทำลายความ เลวให้หมดสิ้นไป แต่จะต้องติดคนดีๆไปด้วยแม้แต่เพียงหนึ่งคนพระองค์ก็ไม่ยอม นี่คือพระญาณเอื้ออาทรของพระเจ้าที่จัดให้คนดีคนเลวอยู่ร่วมกัน เพราะว่าการที่คนดีและคนไม่ดีอยู่ร่วมกันนั้นเป็นโอกาสให้คนดีนั้นได้มีส่วนช่วยให้คนเลวนั้นกลายเป็นคนดีได้ และอีกด้านหนึ่งคนที่ไม่ดีนั้นเป็นโอกาสให้คนดีนั้นได้พิสูจน์ตนเองให้เป็นคนบริสุทธิ์ผุดผ่อง    เป็นโอกาสให้คนดีได้นำความดีของตนเองนั้นออกมาหมดสิ้นเพราะได้รับการทดลอง

หนังสือปรีชาญาณที่อ่านในบทอ่านแรกประจำอาทิตย์นี้มีข้อความบอกว่า “พระองค์ประทานความหวังแก่บรรดาบุตรของพระองค์ว่า เมื่อเขาทำบาปแล้วพระองค์ยังโปรดให้เขากลับใจด้วย”     นี่คือความดีสมบูรณ์ที่จะเกิดขึ้นเมื่อคนดีคนไม่ดีอยู่ร่วมชีวิตกัน     พระเจ้าไม่ตัดคนเลวทิ้งทันทีเมื่อเขาเลว    แต่ยอมให้เขายังมีชีวิตอยู่เพราะว่าพระองค์ให้ความหวังกับเรามนุษย์ว่าพระองค์ทรงให้โอกาสเขา พี่น้องครับ มีใครบ้างที่ดี 100% เราทุกคนก็มีแง่มุมต่างๆของชีวิตที่ขาดตกบกพร่องมีบาปความผิดติดตัวกันทั้งนั้น พระองค์ทรงโปรดให้ความหวังกับคนบาปเพื่อให้เขากลับใจ นี่คือความปรีชาฉลาดของพระเจ้าที่ทรงเมตตาต่อมนุษย์ และเราแต่ละคนก็เป็นมนุษย์คนนั้น     เพราะฉะนั้นเราแต่ละคนอย่าได้รู้สึกเจ็บปวดทนไม่ได้ที่จะมีความดีปนอยู่กับชีวิตของเรา เพราะเรานั่นแหละคือจุดหนึ่งของความเลวความไม่ดีร่วมกับผู้คนในสังคม แต่ให้มองว่าเราอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้าที่จะทรงจัดการดูแลชีวิตของเราและของกันและกัน พระองค์จึงให้เวลากับเราและกันและกัน   เพื่อมีความหวังว่าเราจะเปลี่ยน แปลงชีวิตได้ ในพระวรสารตอนหนึ่งพระเยซูเจ้าทรงเล่าถึงคนที่มีเงินเหรียญหาย ก็ไปกวาดหาจนพบเงินเหรียญนั้น พอเจอก็ยินดี พระเจ้าให้โอกาสเราไปกวาด ไปค้นหา ทำอย่างไรก็ได้ให้เจอความดีขึ้นมาอีกครั้ง เราจะได้ดีใจและเชิญคนอื่นมาดีใจพร้อมกับเราด้วย พี่น้องครับ   พ่อขอยกตัวอย่างแกงขี้เหล็ก ซึ่งต้องประกอบไปด้วยส่วนผสมต่างๆ   เมื่อปรุงเสร็จแล้วออกมาเป็นแกงขี้เหล็กรสชาติกลมกล่อม นี่คือการให้โอกาสของพระเจ้ากับเรามนุษย์ ที่อาจจะมองว่าดีว่าเลว แต่เมื่ออยู่ด้วยกันแล้ว กลายเป็นมนุษย์พันธุ์ใหม่ที่หอมหวานกลมกล่อมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

หนังสือปรีชาญาณบอกอีกว่า พระองค์ทรงกระทำอย่างนี้ก็เพื่อสอนคนชอบธรรมว่า ต้องใจดีต่อเพื่อนมนุษย์   พี่น้องครับ เวลาที่เราบอกว่าคนนั้นเป็นคนเลวคนไม่ดี มันมีนัยยะบอกว่าฉันเป็นคนดี ถ้าพี่น้องรู้สึกว่าคนอื่นไม่ดี    และมีความรู้สึกลึกๆว่าฉันเป็นคนดี อย่างน้อยดีกว่าเขาเอาคำของหนังสือปรีชาญาณที่แนะนำเราในวันนี้ว่าคนชอบธรรมต้องใจดีต่อเพื่อนมนุษย์เหมือนพระเจ้าที่ทรงดีต่อเรา พระเจ้าดีต่อเราอย่างไรเราก็ดีต่อเพื่อนมนุษย์อย่างนั้น ให้โอกาสกับคนทั้งหลายรอบข้างเรา พี่น้องครับ ชีวิตในสังคมโลกใบนี้ต้องการได้โอกาส เหมือนเราแต่ละคนเราร้องขอโอกาสจากคนทั้งหลายรวมทั้งเราด้วย    เพราะฉะนั้นเราอยู่ร่วมกันในสังคม เราต้องให้โอกาสกัน อย่าด่วนตัดกันทิ้งไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ นับ 1 2 3 ก่อนทำอะไรและคำที่ 4 ให้โอกาส เขา อาจมีความกังวลเกิดขึ้นให้พี่น้องกลับมาหาพระเจ้าเพราะว่าชีวิตของเขาและของเรานั้นอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า  อยู่ในการดูแลจัดการของพระเจ้า พระเจ้าจะจัดให้ได้ดี การที่เรายอมให้โอกาสแก่กันและกันนั้น ไม่ใช่ว่าเราไม่มีปัญญาจึงต้องยอม แต่เพราะว่าเรามีปัญญารู้ว่าเราและเขาที่แตกต่างกันนั้นอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า พระองค์จะทรงจัดการดูแล ที่พระองค์จัด   ให้เป็นไปอย่างนี้เพื่อให้เกิดความดีกับทุกคนกับส่วนรวมแล้วพัฒนาไปสู่ความดีสูงสุดของกันและกัน  และในที่สุดพระองค์จะตัดสินอีกครั้งหนึ่ง พระองค์ให้โอกาสเราโดยการเอาตัวของพระองค์มาเกิดเป็นคนที่ชื่อพระเยซูเพื่อไถ่เราให้รอดพ้น  พ่อว่ามนุษย์ทุกคนนั้นเลวจริงๆและเลวสุดๆนั้นยาก เพราะว่าพระเจ้าให้โอกาสและให้ชีวิตของพระองค์ด้วยเพื่อความดีของเรา แต่ถ้ายังมี   ใครสักคนยังเลวอยู่ก็ถือว่าที่สุดแล้วพระองค์ตัดสิน ในพระวรสารวันนี้พระเยซูเจ้าจึงบอกว่า เมื่อถึงตอนสุดท้ายถ้ายังเป็นข้าวละมานพันธุ์เลวอยู่ ก็จะเกี่ยวก่อนเอาไปเผาในไฟ อย่าห่วงในพระปรีชาญาณของพระเจ้าเลย ฝากไว้กับมือของพระองค์

อาทิตย์นี้ พ่ออยากจะเชิญชวนพี่น้องมองดูผู้คนรอบข้าง อย่ากลัวที่จะเห็นคนใดคนหนึ่งเป็นคนดีและคนไม่ดี อย่ากลัวว่า เพราะเขาเป็นคนดีแล้วอยู่กับคนไม่ดีแล้วจะเสียหาย และอย่ากลัวว่ามีคนไม่ดีอยู่ได้อย่างไรในสังคมมนุษย์นี้  ขอให้พี่น้องกล้า เห็น สิ่งแรกที่ต้องเห็นคือเห็นในครอบครัวพี่น้องเป็นอย่างไร เมื่อเห็นแล้วยอมให้เขาอยู่ในครอบครัวให้ได้ หลายๆครั้งปัญหา    ไม่ได้เกิดจากคนดีและคนเลวอยู่ด้วยกัน แต่เกิดจากมือที่สามที่เข้าไปกวนความดีความเลวนั้นให้มัวหมอง    ให้เขาอยู่ด้วยกันกระทบกระทั่งกันบ้างแล้วปรับตัวกัน โดยมั่นใจว่าองค์พระเยซูเจ้าทรงดูแลบริหารจัดการด้วยพระญาณสอดส่องอันเอื้ออาทรของพระองค์ เมื่อสุดท้ายแล้วจะได้ดีกับทุกฝ่าย ทุกวันนี้ในสังคมบ้านเราแตกแยกกันเป็นฝักฝ่าย เหมือนกับต้องเอาเป็นเอาตายกัน ยอมให้พระเจ้าเข้ามาจัดการเถิดพี่น้อง อย่าเอาความคิดหลักการแบบมนุษย์เข้าไปจัดการเลย ทุกครั้งที่พี่น้องจะเข้าไปจัดการกับคนดีคนเลวในสังคม พี่น้องหยิบคำของพระเยซูเจ้าและคำสอนของพระองค์มาวางไว้ เอาชีวิตของเขามาตั้งด้วย   แล้วปฏิบัติต่อเขาเหมือนที่พระเจ้าปฏิบัติต่อเรามนุษย์ แล้วสังคมที่วุ่นวายจะจบลงได้   แต่ถ้าเกิดพี่น้องเอาเกณฑ์ของพี่น้องเองซึ่งเป็นคนมันไม่ครบถ้วนไม่รอบคอบหรอก

พ่ออยากเชิญชวนให้พี่น้องเอาหลักของพระเจ้ามาจัดการเมื่อทำตามที่พระเจ้าที่แนะนำแล้วอาจจะไม่เข้าใจอีกบางอย่าง ก็ขอให้ปล่อยวางไว้บนมือของพระเจ้า ส่วนเรานั้นส่งคำภาวนาความปรารถนาดีส่งไปให้กับพวกเขาเหล่านั้น   แล้วท้ายที่สุดที่พี่น้องควรต้องพิจารณาคือตัวของพี่น้องเอง  จะพบว่าในภาคส่วนหนึ่งของชีวิตเราเป็นคนดี อีกภาคส่วนหนึ่งเราอาจเป็นคนเลว อยู่ด้วยกันได้เดินหน้าต่อไปได้อย่าท้อแท้หมดหวัง เมื่อเราพบว่าเรามีทั้งเลวและดีในตัวของเรา พระเจ้าก็จะยอมให้เราอยู่ร่วมกัน เพื่อหวังว่าความบกพร่องผิดพลาดในชีวิตนั้น จะเป็นตัวกระตุ้นภูมิต้านทานของเราออกมา   เราจะแข็งแกร่งอยู่กับความชั่วในตัวเราได้ เราจะพัฒนาไปพร้อมๆกันได้ อย่าดูถูกทำร้ายตนเอง พี่น้องครับ อาทิตย์นี้เมื่อพระเยซูเจ้าทรงสอนการเก็บเกี่ยวข้าวพันธุ์ดีพันธุ์เลวอย่างไรในพระวรสารวันนี้ ขอพี่น้องจงเอาหลักนี่แหละมาใช้กับชีวิตของพี่น้องเอง เราต้องปรับปรุงชีวิต สุดท้าย  แล้วพระเจ้าจะตัดสินเรา เมื่อจัดการกับตัวเองอย่างนี้แล้ว ก็เอาหลักนี้ไปจัดการกับคนรอบข้าง คำๆ นี้พ่ออยากให้พี่น้องจำขึ้นใจ “ให้โอกาสกันและกัน” รวมทั้งให้โอกาสตนเองด้วยและให้โอกาสพระเจ้าด้วยเข้ามาร่วมชีวิตกับเราชีวิตของเราก็จะเป็นเหมือน แกงขี้เหล็กที่พ่อว่าจะกลมกล่อม มีเรา มีเขา และมีพระเจ้าอยู่ร่วมกัน ชีวิตจะปลอดภัยไม่ว่ามันจะดีจะเลวอย่างไร เพราะเราทั้งหลายและสิ่งสร้างทั้งสิ้นล้วนอยู่ในพระญาณสอดส่อง พระญาณเอื้ออาทรที่จะจัดให้ทุกชีวิตคลุกเคล้ากันไปแล้ว และสุดท้ายได้ดี และจะพัฒนาขึ้นจนเป็นดีที่สมบูรณ์ ไว้ใจในพระเจ้ากันเถิดครับพี่น้อง แล้วชีวิตจะดีและมีความสุข จะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน