วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน 2012
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา


บทอ่านจากหนังสือกิจการอัครสาวก                                                         กจ 3:13-15,17-19

ในครั้งนั้น เปโตรกล่าวกับประชาชนว่า พระเจ้าของอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของเราได้ทรงสำแดงอำนาจอันรุ่งเรืองของพระเยซูเจ้าผู้รับใช้ของพระองค์ ท่านทั้งหลายได้มอบพระเยซูเจ้านี้ให้แก่บรรดาผู้ปกครองและได้ปฏิเสธพระองค์ต่อหน้าปิลาต ทั้งๆที่ปิลาตได้ตัดสินใจจะปล่อยพระองค์อยู่แล้ว ท่านได้ปฏิเสธพระองค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์และชอบธรรม  แต่กลับขอให้ปล่อยฆาตกร  ท่านได้ประหารเจ้าชีวิต แต่พระเจ้าทรงบันดาลให้พระองค์ทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย เราเป็นพยานได้ในเรื่องนี้

ถึงกระนั้น พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าทราบว่าท่านได้กระทำไปเพราะไม่รู้เช่นเดียวกับบรรดาหัวหน้าของท่าน แต่พระเจ้าทรงใช้วิธีนี้เพื่อทำให้ถ้อยคำที่พระองค์ตรัสไว้ล่วงหน้าโดยทางบรรดาประกาศกว่าพระคริสตเจ้าของพระองค์จะต้องรับทรมานนั้นเป็นความจริง  เพราะฉะนั้นท่านจงเป็นทุกข์กลับใจและหันมาหาพระเจ้าเถิด เพื่อบาปของท่านจะได้รับการอภัย

บทอ่านจากจดหมายนักบุญยอห์น ฉบับที่หนึ่ง                                                1 ยน 2:1-5ก

ลูกๆที่รักทั้งหลาย ข้าพเจ้าเขียนเรื่องนี้ถึงท่าน เพื่อท่านจะได้ไม่ทำบาป แต่ถ้าใครทำบาป เรายังมีทนายแก้ต่างให้เฉพาะพระพักตร์ของพระบิดา คือพระเยซูคริสตเจ้า ผู้ทรงเที่ยงธรรม พระองค์ทรงเป็นเครื่องบูชาชดเชยบาปของเรา และไม่เพียงแต่ชดเชยเฉพาะบาปของเราเท่านั้น แต่ชดเชยบาปของมนุษย์ทั้งโลกด้วย

ถ้าเราปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ เรามั่นใจว่าเราได้รู้จักพระองค์ ผู้ที่กล่าวว่า “ข้าพเจ้ารู้จักพระองค์” แต่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ เขาเป็นคนมุสา และ “ความจริง” ไม่อยู่ในตัวเขา แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระวาจาของพระองค์ ความรักของพระเจ้าในผู้นั้นย่อมสมบูรณ์


พระวรสารนักบุญลูกา                                                                               ลก 24:35-48

เวลานั้น ศิษย์ทั้งสองคนจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตามทางและเล่าว่าตนจำพระองค์ได้เมื่อทรงบิขนมปังขณะที่บรรดาศิษย์กำลังสนทนากันอยู่นั้น พระเยซูเจ้าทรงยืนอยู่ท่ามกลางพวกเขา ตรัสว่า ‘สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด!’ เขาต่างตกใจกลัว คิดว่าได้เห็นผี 38แต่พระองค์ตรัสว่า ‘ท่านวุ่นวายใจทำไม? เพราะอะไรท่านจึงมีความสงสัยขึ้นในใจ? จงดูมือและเท้าของเราซิ เป็นเราเองจริงๆ จงคลำตัวเราดูเถิด ผีไม่มีเนื้อ ไม่มีกระดูกอย่างที่ท่านเห็นว่าเรามี’ ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงแสดงพระหัตถ์และพระบาท ให้เขาเห็น เขามีความยินดีและแปลกใจจนไม่อยากเชื่อ พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า ‘ท่านมีอะไรกินบ้าง?’ เขาได้ถวายปลาย่างชิ้นหนึ่งแด่พระองค์ 43พระองค์ทรงรับมาเสวยต่อหน้าเขา

หลังจากนั้น พระองค์ตรัสกับเขาว่า ‘นี่คือความหมายของถ้อยคำที่เราได้กล่าวไว้ขณะที่ยังอยู่กับท่าน ทุกสิ่งที่มีเขียนไว้เกี่ยวกับเราในธรรมบัญญัติของโมเสส บรรดาประกาศกและเพลงสดุดีจะต้องเป็นความจริง’ แล้วพระองค์ทรงเปิดดวงปัญญาของเขาให้เข้าใจพระคัมภีร์ ตรัสว่า ‘มีเขียนไว้ดังนี้ว่า พระคริสตเจ้าจะต้องรับทนทรมานและจะกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตายในวันที่สามจะต้องประกาศในพระนามของพระองค์ให้นานาชาติได้กลับใจเพื่อรับอภัยบาปโดยเริ่มจากกรุงเยรูซาเล็ม ท่านทั้งหลายเป็นพยานถึงเรื่องทั้งหมดนี้

บทเทศน์คุณพ่อวิทยา แก้วแหวน
สัปดาห์ที่ 3 เทศกาลปัสกา

พี่น้องครับ บนชีวิตของเรามนุษย์ที่ ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์เราพบว่ามีชีวิตของเราแต่ละคนที่กำลังขีดเขียนเป็นร่องรอยอยู่บนเส้นทางประวัติศาสตร์นี้ เราพบว่าชีวิตของเรา การทำนั่นทำนี่ เกี่ยวข้องกับตัวเราเอง เกี่ยวข้องกับผู้คนทั้งหลาย เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมทั้งหลายล้อมรอบชีวิตของเราอยู่และเราก็มองเห็นว่ายังมีองค์พระเจ้าที่เข้ามาร่วมอยู่บนการขีดเขียนบนเส้นทางประวัติศาสตร์นี้ในชีวิตของเรา เรามองเห็นเหมือนที่หนังสือกิจการอัครสาวกโดยท่านนักบุญเปโตรได้พูดไว้ในบทอ่านแรกวันนี้เรามองเห็นว่าชีวิตของเราจะพูดถึงมนุษย์ทั้งหลายดูไกลตัวไป   เพราะแท้ที่จริงจริงเป็นตัวเรานี้แหละที่เราแต่ละคนได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับองค์พระเจ้าในชีวิตของเราด้วยการทำบาปผิดต่อพระองค์เราทำบาปผิดต่อพระองค์เหมือนที่ท่านนักบุญเปโตร ได้กล่าวไว้ในหนังสือกิจการอัครสาวกว่า เราได้ปฏิเสธพระองค์ผู้ศักดิ์สิทธิ์ผู้ชอบธรรม เรากลับปล่อยให้ความเลวร้าย ความบาปผิดนั้นยังคงอยู่ได้ แต่ไม่ยอมให้องค์พระเยซูคริสตเจ้าอยู่ร่วมชีวิตกับเรา เอาพระองค์ไปประหาร ทำร้าย    แต่ปล่อยให้ฆาตกร ความบาปผิดนั้นยังลอยนวลร่วมชีวิตอยู่กับเรา เหมือนที่นักบุญเปโตรบอกกับเราว่าท่านได้ประหารเจ้าชีวิต แต่กลับขอให้ปล่อยฆาตกร

พี่น้องครับ พี่น้องเคยนึกไตร่ตรองข้อเท็จจริงอันนี้บนชีวิตของเราบ้างหรือไม่ ว่าชีวิตของเรานี้ได้ทำบาปผิดต่อพระเจ้า ที่ทรงพระเมตตาเสด็จลงมาร่วมชีวิตกับเราเพื่อช่วยเหลือเรา กับคนที่มาทำร้ายเรา องค์พระเยซูเจ้าทรงสอนเราให้ทำดีกับคนที่ทำร้ายเรา แต่นี่กับคนที่ทำดีกับชีวิตของเรา เรากลับทำร้ายตอบ พี่น้องเคยไตร่ตรอง พบเห็นว่าตัวเราเองเป็นอย่างนี้บ้างหรือไม่ เราทำอย่างนี้กับพระเจ้าผู้ทรงพระทัยดีกับเราเช่นนี้บ้างหรือไม่ ควรไตร่ตรอง การพบว่าเราเป็นคนบาป   เราเป็นคนไม่ดีทำผิดอย่างนี้ดูเหมือนว่าไม่อยากคิด ไม่อยากรับรู้ ไม่อยากเห็นตัวเราเองเป็นอย่างนั้น แต่แท้ที่จริงเราเป็นไปแล้ว การยอมรับว่าเรา เป็นคนไม่ดี เป็นคนทำบาปผิดทำร้ายต่อพระเจ้านั้น การยอมรับไม่ได้เกิดผลเสียหายอะไรกับเราเลย เพราะฉะนั้นการมองเห็นความผิดพลาดบกพร่องในชีวิต ไม่ได้เพิ่มความเลวร้ายให้กับชีวิตของเรา ควรที่เราจะเปิดใจยอมเห็นยอมรับความจริงนี้ในชีวิตของเรา ในทางกลับกัน การยอมเห็นความบาปผิดความบกพร่องในชีวิตของเรานั้นมันจะเป็นก้าวต่อไปที่ทำให้เราก้าวเข้าไปรับรู้ความจริงที่เหนือกว่า ความจริงที่ท่านนักบุญยอห์นบอกในพระคัมภีร์กับเราวันนี้ว่าเมื่อเรายอมรับว่าเราเป็นคนบาป เรายังมีทนายแก้ต่างให้เราเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าพระบิดาคือองค์พระเยซูคริสตเจ้าผู้ทรงชอบธรรม พระองค์ทรงเป็นเครื่องบูชาชด เชยบาปของเรา

พี่น้องครับ เราอย่าได้กลัวเลยที่จะเห็นตัวเองเป็นคนบาป    เพราะว่าการเห็นอย่างนั้นไม่ได้เพิ่มบาปให้กับเราเลยแต่มัน เป็นก้าวใหม่ที่เราจะพบความจริงที่ยิ่งใหญ่ต่อไป เมื่อเราเป็นคนบาป เราจะมองเห็นต่อไปอีกขั้นหนึ่งว่าเรามีทะนายแก้ต่างให้กับเรา จึงไม่ต้องกลัวที่จะเห็นบาปผิดในชีวิต แต่พลิกวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาสเพื่อเราจะได้มองเห็นว่า เราเป็นคนไม่ดีแต่มีคนมาช่วยแก้ไขชีวิตให้กับเรา คือองค์พระเยซูเจ้า เพราะพระองค์เป็นผู้ชอบธรรม และพระองค์ยินดีมอบชีวิตของพระองค์ให้กับเราทั้งหมดเลย เพื่อให้ชดเชยบาปผิดของเราต่อหน้าพระเจ้าพระบิดา เพราะฉะนั้นเมื่อสำนึกตนอย่างนี้แล้วก้าวที่ 2 เมื่อรับรู้ความจริงอย่างนี้แล้ว ก้าวต่อไปคือกลับมาหาองค์พระเยซูเจ้าซิครับ ยิ่งเห็นว่าเราผิดพลาดบกพร่องมากเท่าไร  เรายิ่งต้องรู้สึกว่าเราต้องวิ่งเข้ามาพึ่งพระเยซูเจ้ามากขึ้นเท่านั้น เพราะองค์พระเยซูเจ้าเป็นทางออกให้กับชีวิตของเราจะเป็นคำตอบให้กับชีวิตของ เรา และจะเป็นตัวช่วยที่จะมาช่วยเราให้หลุดไปจากความผิดพลาดบกพร่องนั้นได้ และพระองค์ยังเป็นตัวของการยอมมอบตัว เองชดเชยบาปผิดให้กับเราด้วย ไม่กลับมาหาองค์พระเยซูเจ้าแล้วเราจะมีหวังอะไรอีก

เพราะฉะนั้นสำหรับเราคริสตชนความผิดพลาดบาปผิดนั้นจะไม่เป็นปีศาจร้ายหลอกหลอนเราได้อีกต่อไปเมื่อเรากลับมาพึ่งองค์พระเยซูคริสตเจ้า กลับมาอยู่ใกล้ชิดกับพระองค์ แต่ข้อเท็จจริงก็คือว่าเรามองไม้เห็นพระองค์ เราลืมพระองค์ไปเราไม่  เข้าใจว่าพระองค์ดีกับเราอย่างนี้ใช่หรือไม่อย่างไร เราเหมือนกับพุ่มพวงดวงจันทร์ที่ร้องเพลงว่า หนูไม่รู้ พระวาจาของพระเจ้าประจำอาทิตย์ที่มาปลุกเรา ให้เรารับรู้ เขย่าเราให้ตื่น    ให้เรารู้สึกตัวว่าชีวิตของเรามีอะไรมากกว่าความบอดมืดในชีวิตที่เรากำลังถูกพันทนาการอยู่ บรรดาสาวกของพระเยซูเจ้า ศิษย์ทั้ง2คนไม่รู้ตัวว่าพระเยซูเจ้าเดินไปกับเขา ขณะที่เขาเดินไปเอมาอูส ขณะที่ไม่รู้ตัวชีวิตก็ยังคงเศร้าต่อไป  แต่พอตาสว่างพบพระเยซูเจ้าเขาเปลี่ยนเป็นบุคคลใหม่กระโดดโลดเต้นรีบมาเล่าประสบการณ์แห่ความยินดีนี้ให้กับเพื่อนบรรดาอัครสาวกได้รับรู้ เป็นความปีติยินดีเมื่อรู้ตัว เพราะฉะนั้นถ้าพี่น้องยังคงมีความรู้สึกซึม  เศร้า หมดอะไรตายอยาก หรือไม่รู้จะไปทางไหนอีกแล้วเมื่อพบตัวเองเป็นคนบาปอยู่นั้น เราเป็นเหมือนกับศิษย์2คน แต่พอเรารู้ตัวว่าองค์พระเยซูเจ้าอยู่กับเราแล้ว เราต้องกระชุ่มกระชวย องค์พระเยซูเจ้าปรากฏชีวิตของพระองค์ ทั้งกับศิษย์ทั้งสอง  และบรรดาสาวกทั้งหลาย หลายครั้ง และเมื่อพระองค์ปรากฏชีวิตของพระองค์ให้กับบรรดาศิษย์อัครสาวกของพระองค์ คำที่มีความหมายอย่างยิ่ง ที่พระองค์ทรงทักทายก็คือ สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่าน ขอให้ชีวิตนิ่ง ขอให้ชีวิตหลุดจากเรื่องราวต่างๆที่มันครอบงำทำร้ายชีวิตอยู่ ขอให้ชีวิตของคุณนั้นไม่ต้องถูกรบกวนด้วยเรื่องนั้นเรื่องนี้ เพื่อชีวิต จะได้นิ่งได้ สงบได้ จึงเกิดสันติสุข    องค์พระเยซูคริสตเจ้าพร้อมจะปรากฏชีวิตของพระองค์อย่างนั้นกับเราคริสตชนแต่ละคนๆ เพื่อชีวิตของเรานี้หยุด นิ่ง สงบ และมีสันติสุขกับองค์พระเจ้าที่เราอาจจะลืมและมองไม่เห็น ไม่ยอมให้บาปกรรมความผิดในชีวิตของเรานั้นมาหลอกหลอนทำร้ายเราอีก พระองค์จะตัดวงจรนี้ออกไปจากชีวิตของเรา ทำอย่างไรดีเราจึงจะรู้ตัวว่าพระองค์ประทับอยู่ข้างๆ ทำอย่างไรดีเราจะรู้ตัวว่าพระองค์กำลังตรัสคำนี้กับชีวิตของเรา สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่าน บรรดาสาวกของพระเยซูเจ้าเป็นตัวอย่างชีวิตของบุคคลที่อยู่ในองค์ประกอบแวดล้อมที่จะพบองค์พระเยซูเจ้าปรากฏชีวิตของพระองค์มาอยู่ท่ามกลางชีวิตของพวกเขา พี่น้องสังเกตตั้งแต่เริ่ม แรก บรรดาสตรีใจศรัทธาได้พบการปรากฏชีวิตของพระองค์มาสู่ชีวิตของพวกเขาเมื่อเขาอยู่กันมากกว่า 1คนแล้วไปเสาะแสวง หาองค์พระเยซูคริสตเจ้าศิษย์ทั้ง 2 คนไม่แยกกันเดิน แต่ร่วมกันไป บรรดาสาวกแม่กลัวพวกชาวยิวก็มารวมสุมหัวกัน การร่วมกันเป็นหมู่คณะเป็นองค์ประกอบแวดล้อมที่เราคาดหวังได้ว่าพระองค์จะเสด็จมาประทับอยู่กับเรา   พระองค์จะปรากฏชีวิตของพระองค์เมื่อเรารวมตัวกันอยู่เป็นหมู่เป็นคณะไม่อยู่แยกโดดเดียวลำพังคนเดียว ถ้าพี่น้องอยากได้ยินคำนี้จากองค์พระเยซูคริสตเจ้า ซึ่งพระองค์จะพูดเดี่ยวๆกับเราก็ได้ แต่เรามองดูตัวอย่างของศิษย์บรรดาอัครสาวกของพระองค์ในสมัยเริ่มแรกนั้น  เมื่อ เขารวมตัวกันก็พบพระองค์ประทับอยู่ท่ามกลางพวกเรา

พ่อจึงเชิญชวนพี่น้องในอาทิตย์นี้ ให้เราทุกคนรู้จักมารวมตัวเป็นหมู่เป็นคณะอย่าปล่อยตัวเองโดดเดี่ยวมันจะสุ่มเสี่ยงที่ เราจะไม่พบหรือไม่รู้ตัวว่าองค์พระเยซูเจ้านั้นประทับอยู่กับเรา พ่ออยากจะแนะนำพี่น้องเมื่อเรามีครอบครัว  เราจงมารวมตัว เป็นหนึ่งเดียวกันในครอบครัวของเรา 2 คน สามีกับภรรยา 3คน สามีภรรยา และลูก และลูกคนอื่นๆ  หรืออาจะเป็นพี่ป้าน้าอา เป็นบิดามารดาที่อายุมากแล้วอยู่ในครอบครัวมารวมตัวกัน เพื่อแสวงหาองค์พระเยซูเจ้า   พระองค์จะมาประทับอยู่ท่ามกลางพวกเรา พระเยซูเจ้าเคยตรัสว่าถ้าที่ใดมีบุคคลหนึ่งหรือสองคนอยู่ด้วยกัน เราจะมาประทับอยู่กับเขา อาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์ที่พ่อ เชิญชวนพี่น้อง ให้เรารู้จักมารวมตัวกันในครอบครัวของเราสวดภาวนา และฟังเสียงของพระองค์ตรัสกับเราพ่อเชิญชวนพี่น้อง ให้เราเป็นหนึ่งเดียวกันกับสมาชิกในสำนักงานที่เราทำงานร่วมอยู่ ร่วมชีวิตไปด้วยกันกับเขา ไม่แยกตัวมาอยู่โดดเดี่ยวคนเดียว และองค์พระเยซูเจ้าจะปรากฏชีวิตของพระองค์ในหมู่คณะในหน่วยงานที่เราสังกัตอยู่    และทุกวันอาทิตย์ให้เราพร้อมใจกันมาร่วมพิธีบูชาขอบพระคุณที่วัด มาให้พระองค์ปรากฏชีวิตของกับเราแบบหมู่คณะในเขตวัดของเรา เรายังสามารถเป็นหนึ่ง เดียวกันได้อีกด้วยการ ร่วมใจกับพระศาสนจักรในเขตสังฆมณฑลของเราในพระศาสนจักรทั่วทั้งโลก ร่วมใจไปด้วยกันกับเรา องค์พระเยซูเจ้าก็จะปรากฏชีวิตของพระองค์มา แสดงตนให้กับเรา ได้สัมผัส ได้รับรู้ ว่าพระองค์นั้นทรงประทับอยู่กับเรา

พี่น้องครับเมื่อเรามาวัด ร่วมพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ เราจะได้รับการสัมผัสองค์พระเยซูเจ้า ที่ปรากฏชีวิตของพระองค์ แบบเป็นตัวตนจริงๆกับเราผ่านทางพระวาจาที่เราอ่านในพระคัมภีร์ ขณะที่เราฟัง และเราไตร่ตรองร่วมกับพี่น้องทั้งวัดจะเกิดความรู้สึกนึกคิดเป็นองค์พระเยซูเจ้าปรากฏมาสอนเราคำนั้นคำนี้ บอกเราอย่างนั้นอย่างนี้ต่อจากคำนั้นๆที่เราฟังจากพระคัมภีร์ และเมื่อเรารับศีลมหาสนิท เราจะได้มีโอกาสเอามือไปคลำพระองค์มาประทับอยู่ในตัวของเรา โดนรอยแผลของพระองค์  โดนรอยตะปูในชีวิตของพระองค์เราจะรู้สึกตนเองได้ว่าพระองค์ไม่เป็นแต่เพียงภาพลวงตาให้เราคิดเคลิ้มฝันถึงพระองค์แต่พระองค์จะปรากฏชีวิตของพระองค์ในศีลมหาสนิท เหมือนกับที่พระองค์ปรากฏกับอัครสาวก กินปลาย่างเข้าไปแล้วไม่ตกพื้นพระองค์มีร่างกายใหม่ที่ประทับอยู่กับบรรดาสานุศิษย์ของพระองค์ในครั้งนั้นอย่างไร พระองค์จะมีร่างกายใหม่ที่ประทับอยู่ในชีวิตกับเรา แบบเป็นบุคคลฉันนั้นด้วย ให้เราได้สัมผัสการปรากฏชีวิตของพระองค์ และเมื่อเรารู้ตัวการปรากฏชีวิตเช่นนี้ เราจงใช้เวลาสงบ เงียบ ไตร่ตรองความจริงตั้งแต่แรกที่พ่อกล่าวถึง ไตร่ตรองว่าครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ชีวิตของเรา เราได้เคยทำบาป   ผิดต่อพระองค์ เราได้ปฏิเสธพระองค์ ด้วยบาปกรรมต่างๆ เราได้เลือกเอาความเลวร้าย ซึ่งเป็นเหมือนกับมหาโจรมาไว้กับชีวิตของ เรา และปล่อยให้พระองค์หลุดลอยไปจากชีวิตของเรา ให้เราไตร่ตรองรำพึงถึงความจริงอาทิตย์นี้ ต่อหน้าพระองค์ที่ประทับอยู่ ในชีวิตของเรา แล้วก้าวเข้าสู่ขั้นที่ 2 ตามที่ท่านนักบุญยอห์นบอก รับรู้ต่อไปว่า ใช่ ในประวัติศาสตร์ชีวิตของเรา เราเคยทำไม่ดีต่อพระองค์อย่างนั้นแล้วก้าวต่อไปรับรู้ได้ว่าแม้เป็นอย่างนั้น  องค์พระเยซูเจ้าก็ทรงยินดีมาเป็นผู้ชอบธรรมเพื่อชดเชยใช้โทษบาปเป็นทนายแก้ต่างให้กับเรากับพระบิดาเจ้าบนสวรรค์ เราจึงมีความมั่นใจ ไว้ใจได้ว่าบาปผิดเลวร้ายนั้นจะถูกตัดตอนไม่มา ทำร้ายเราต่อไปได้อีกโดยอาศัยองค์พระเยซูคริสตเจ้านั่นเอง พ่อจึงขอให้อาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์แห่งสันติสุขจริงๆ  ในชีวิตของพี่น้องเป็นสันติสุขที่รับรู้ด้วยว่าบาปผิดทั้งหลายในชีวิตนั้นจบสิ้นลงแล้ว     มีภาคใหม่คือองค์พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนม์ชีพกำลังเข้ามาดำเนินชีวิต ขับเคลื่อนให้เราก้าวหน้าต่อไปได้ แม้ภาคหนึ่งของชีวิตเคยผิดพลาดบกพร่องแต่วันนี้เรามีภาคใหม่แล้วคือองค์พระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนชีพกำลังเข้ามาขับเคลื่อนอยู่ในชีวิตของเรา ขอพี่น้องได้ประสบสิ่งที่พ่อพูดนี้ในชีวิตทุกวันๆ   ตลอดอาทิตย์นี้