หนังสือเมล็ดพันธุ์แห่งปรีชาญาณ เล่ม 5 หน้า 27

Share |

กาลครั้งหนึ่งมีชายเศรษฐีคนหนึ่งส่งคำวอนขอพระเจ้ามากมาย เขาขอสิทธิพิเศษจากพระเจ้าที่จะนำสมบัติของตนไปด้วยเมื่อเวลาเขาจากโลกนี้ไป ทุกครั้งที่ชายเศรษฐีวอนขอพระเจ้าเรื่องนี้ พระเจ้าก็ตรัสตอบว่า “ไม่มีประโยชน์ที่จะนำทรัพย์สมบัติไปด้วย”

ในที่สุดพระเจ้าก็ทรงยอม พระองค์ตรัสว่า “เมื่อเจ้าปฏิเสธที่จะฟังเรา เราจะอนุญาตให้เจ้านำทรัพย์สมบัติส่วนหนึ่งไปด้วย เจ้าจะเอาทรัพย์สมบัติไปได้เท่าที่เจ้าจะสามารถใส่ในกระเป๋าใบหนึ่ง”

ชายผู้นี้ตื่นเต้นดีใจมาก เขาซื้อกระเป๋าใบใหญ่ที่สุดเท่าที่จะหาได้ เขาชั่งใจดูว่าจะเอาทรัพย์สมบัติประเภทใดไปดี “ถ้าฉันจะเอาหุ้นไป ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะแลกเป็นเงิน” เขาคิดหาเหตุผล “ถ้าจะเอาเงินสดไปก็จะเอาเงินสกุลใดไป...ดอลลาร์ ปอนด์ ยูโร...”

ที่สุดเขาตัดสินใจเอาทองคำไป “เราสามารถหาตลาดสำหรับขายทองได้เสมอ” ด้วยเหตุนี้เขาจึงเปลี่ยนทรัพย์สมบัติเป็นทองคำและใส่ในกระเป๋าใบใหญ่นั้น เขาวางกระเป๋าไว้ใกล้ๆเตียง คอยวาระสุดท้าย

เมื่อเขาสิ้นใจ เขาไปปรากฏตัวหน้าประตูสวรรค์พร้อมกับแบกหีบใบใหญ่ไปด้วย เปโตรบอกว่า “ขอโทษเถิด ผู้ที่จะเข้าประตูนี้จะต้องเข้าไปมือเปล่า ไม่สามารถถืออะไรไปด้วย”

“เราได้รับอนุญาตพิเศษ” เขาคัดค้าน

เปโตรมองที่สมุดบันทึกและรู้สึกประหลาดใจ “เราไม่เคยเห็นการอนุญาตเช่นนี้มาก่อน เจ้าจะว่าอะไรไหมถ้าเราจะขอดูก่อนว่ามีอะไรข้างใน” “เชิญดูได้ ไม่เป็นไร” เขาพูดพลางเปิดกระเป๋าด้วยความภาคภูมิใจ กระเป๋าซึ่งเต็มไปด้วยทองแท่งส่องแสงเป็นประกาย

เปโตรสำรวจสิ่งที่บรรจุหีบใบใหญ่ อย่างถี่ถ้วนและมองชายนั้นอย่างประหลาดใจ “อิฐสำหรับปูพื้น” เปโตรพูดพร้อมกับสั่นศีรษะ “ทำไมเจ้าจึงคิดเอาอิฐปูพื้นมาบนสวรรค์”

เงินทองมีค่าหาได้มีค่าในสวรรค์ไม่ ความดี ความเชื่อและความศรัทธาต่างหากที่จะทำให้ท่านมั่งมีบนสวรรค์