เวลานั้น เมื่อพระเยซูเจ้าทอดพระเนตรเห็นฝูงชน ทรงรู้สึกสมเพชเพราะเขาเหล่านั้นถูกรังควานไร้ที่พึ่งเหมือนแกะไม่มีผู้เลี้ยง แล้วพระองค์ตรัสกับพวกศิษย์ว่า ข้าวจะเก็บเกี่ยวมีมาก แต่คนงานมีน้อย ดังนั้นจงอ้อนวอนขอเจ้าของนา ให้ส่งคนงานมาเก็บเกี่ยวเถิด
เมื่อทรงเรียกศิษย์ทั้งสิบสองเข้ามาแล้ว พระองค์ประทานอำนาจแก่เขาให้ขับไล่จิตโสโครกและรักษาโรคแและความเจ็บไข้ทุกอย่างได้
จงไปประกาศว่า
พระอาณาจักรสวรรค์ใกล้เข้ามาแล้ว จงรักษาคนเจ็บป่วยให้หาย ปลุกคนตายให้ฟื้น จงรักษาคนโรคเรื้อนให้สะอาด จงขับไล่ปีศาจให้ออกไป ท่านทั้งหลายได้รับเปล่า ๆ จงให้เปล่า ๆ (มธ.9:36-38; 10:1, 8)
พระหฤทัยของพระเยซูเจ้า ทรงบังเกิดความสงสาร (ทรงรู้สึกสมเพช) ในพระเยซูเจ้าความรักความเอาใจใส่ของพระเจ้ากลับเป็นความรักแบบมนุษย์ มีอารมณ์ความรู้สึกสำหรับเราทุกคน พระองค์ทรงเอาพระทัยใส่ และทรงแสดงออกมาเป็นความสงสารผู้ยากไร้ คนเจ็บป่วยและบุคคลที่ไม่มีความสุข ให้สังเกตว่าในความคิดของคนโบราณ
โรคร้ายมีสาเหตุมาจากจิตชั่วร้ายหรือปีศาจ ดังนั้น คนป่วยจึงไม่ไปหาแพทย์ แต่จะไปหาผู้ศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอให้เราภาวนาและขับไล่ปีศาจ
วิธีรักษาที่พระเยซูเจ้าและผู้ร่วมงานของพระองค์ใช้ ซึ่งมองดูว่าเป็นการขับไล่ปีศาจนั้นเป็นเครื่องหมายอันงดงาม เพื่อบอกถึงการมาถึงแห่งอาณาจักรของพระเจ้าในโลกนี้ อาณาจักรสวรรค์ใกล้เข้ามาแล้ว จงรักษาคนเจ็บป่วยให้หาย
ขับไล่ปีศาจ ทั้งหมดนี้เป็นอีกเครื่องหมายหนึ่งของการมีพระทัยดีของพระเจ้าและความรักที่เมตตาสงสารต่อมนุษย์ที่กำลังเจ็บไข้
ดังเราจะเห็นได้จากพระวรสารของนักบุญมัทธิวที่กล่าวถึงความมีพระทัยเมตตาสงสารของพระองค์ว่า
เวลานั้น เมื่อพระเยซูเจ้าทอดพระเนตรเห็นฝูงชน ทรงรู้สึกสมเพชเพราะเขาเหล่านั้นถูกรังควานไร้ที่พึ่งเหมือนแกะไม่มีผู้เลี้ยง แล้วพระองค์ตรัสกับพวกศิษย์ว่า ข้าวจะเก็บเกี่ยวมีมาก แต่คนงานมีน้อย ดังนั้นจงอ้อนวอนขอเจ้าของนา ให้ส่งคนงานมาเก็บเกี่ยวเถิด
เมื่อทรงเรียกศิษย์ทั้งสิบสองเข้ามาแล้ว พระองค์ประทานอำนาจแก่เขาให้ขับไล่จิตโสโครกและรักษาโรคแและความเจ็บไข้ทุกอย่างได้
จงไปประกาศว่า
พระอาณาจักรสวรรค์ใกล้เข้ามาแล้ว จงรักษาคนเจ็บป่วยให้หาย ปลุกคนตายให้ฟื้น จงรักษาคนโรคเรื้อนให้สะอาด จงขับไล่ปีศาจให้ออกไป ท่านทั้งหลายได้รับเปล่า ๆ จงให้เปล่า ๆ (มธ.9:36-38; 10:1, 8) |