|
| ||||||||||||||||||||
การกลับคืนชีพของพระคริสตเจ้า เป็นหัวใจของหลักธรรมและคำสอนทั้งหมด ของพระศาสนจักร บรรดาอัครสาวก เมื่อได้รับพระจิตในวันพระจิตาคมแล้ว ต่างก็เต็มไปด้วยความร้อนรน ในการประกาศข่าวดี เนื้อหาที่พวกเขาประกาศก็คือ เรี่องการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้า จากเหตุการณ์การกลับคืนชีพ บรรดาอัครสาวกและผู้เชื่อในสมัยนั้น นำมาใคร่ครวญ จนได้พบความจริง และความสมเหตุสมผลในเหตุการณ์ หรือเรื่องราวต่างๆ ที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำ เพราะเหตุนี้เอง พวกเขาจึงมีกำลังใจ ประกาศเรื่องราวดังกล่าว แก่ทุกคนอย่างไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพลหรืออำนาจใดๆ ของผู้นำยูดายในสมัยนั้นเลย จากการพิจารณารำพึงของบรรดาอัครสาวก พวกเขาเห็นความจริงเรื่องอะไรบ้าง? นี่คือคำถามที่เราพยายามหาคำตอบ ให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนชีพจริงหรือ? คำถามนี้มิใช่เพิ่งมีในสมัยของเรา เมื่อบรรดาศิษย์ของพระองค์ ออกประกาศต่อหน้าบรรดาผู้นำศาสนา ของชาวยิวทั่วไปในหมู่ชาวยิว และชาวต่างประเทศ ที่อยู่ในดินแดนนั้น เพราะเรื่องนี้ไม่เคยปรากฏเลย ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ คนส่วนมากถือเป็นเรี่องขบขัน เมื่อเห็นบรรดาศิษย์ของพระเยซู เที่ยวป่าวประกาศว่า พระอาจารย์ของตนฟื้นมาจากความตาย ฝ่ายศิษย์ของพระเยซู ก็มิได้ย่อท้อต่ออุปสรรค ยังคงยืนยันสิ่งที่เขาบอกว่าได้เห็นอย่างมั่นคง เราเองก็คงไม่สามารถหาหลักฐานใดมาพิสูจน์ว่า สิ่งที่เขาบอกว่าได้เห็นได้อย่างมั่นคง ไม่สามารถพิสูจน์ว่า สิ่งที่บรรดาศิษย์ประกาศนั้น เป็นความเท็จ ถ้าจะสังเกตพฤติกรรมของบรรดาศิษย์ ก็จะเชื่อได้ว่าเรื่องที่พวกเขาเหล่านั้นเป็นความจริงเพราะ ท่าทีและความมั่นใจในการประกาศ เรื่องการกลับคืนชีพของพวกเขานั้น น่าเชื่อถือมาก เพราะทั้งๆ ที่พวกเขารู้ว่า สิ่งที่พูดนั้นจะเป็นอันตราย แต่พวกเขาก็ไม่กลัว แสดงให้เห็นว่า ถ้าเรื่องที่พวกเขาพูดนั้นไม่จริง คงไม่มีใครกล้าพอจะเสื่ยงชีวิต กับเรื่องเหลวไหลเป็นแน่ เมื่อสังเกตแรงต่อต้านจากหัวหน้าชาวยิว ที่กล่าวว่า ศิษย์ของพระองค์มาขโมยศพไป ชาวยิวส่วนมากไม่เชื่อ และเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ จึงมิได้คล้อยตามข้ออ้างดังกล่าวนั้น ก็แสดงว่าชาวยิวทั่วไปถือว่า สิ่งที่บรรดาศิษย์พูดนั้นเป็นเรื่องจริง กริยาของชาวยิวส่วนมาก แสดงออกถึงความเชื่อถือในคำพูดของบรรดาศิษย์ มีคนกลับใจมาเชื่อถือพระองค์เป็นจำนวนมาก เรื่องการกลับคืนชีพจึงน่าจะเป็นเรื่องจริง ความก้าวหน้าของพระศาสนจักร ยังเป็นการรับรองความจริง ของการกลับคืนชีพได้อีกประการหนึ่ง พระศาสนจักรรับรองความจริงของการกลับคืนชีพได้ เพราะพระศาสนจักรต้องผจญกับอุปสรรค และการต่อต้านมากมาย เสียเลือดเสียเนื้อผู้เชื่อเป็นจำนวนมาก แต่พระศาสนจักรก็ยังเจริญมาถึงปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้เป็นพยานยืนยันได้ ถึงความเป็นพระของพระเยซูเจ้า และยืนยันได้ว่า พระองค์ได้ทรงกลับคืนชีพจากความตายจริง ความพยายามที่จะอธิบายเรื่องการกลับคืนชีพ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ตามธรรมดาของมนุษย์ก็ย่อมพยายามหาคำตอบให้ได้ ในเรื่องการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้านี้ มีผู้แสดงทรรศนะต่างๆ ดังนี้ ทฤษฎี"สลบ" ชื่อของทฤษฎีนี้ค่อนข้างจะน่าขันอยู่ไม่น้อย แต่ข้ออ้างก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน ผู้เสนอความคิดนี้ให้เหตุผลว่า พระเยซูเจ้าไม่ได้สิ้นพระชนม์จริง พระองค์ทรงถูกทรมานมาก จนถึงขั้นโคม่า เลยสลบไปชั่วคราว เหมือนกับทรงสิ้นพระชนม์ คนทั่วไปคิดว่า พระองค์สิ้นพระชนม์ จึงนำไปฝังในถ้ำ เมื่อพระองค์ฟื้นขึ้นมา ก็ออกจากถ้ำไปซ่อนตัว พอศิษย์มาดูไม่เห็นพระศพ ก็คิดว่าพระองค์ทรงกลับคืนชีพจริง ทฤษฎีที่ว่า สิ่งที่บรรดาศิษย์เห็นนั้น เป็นภาพลวงตาหรือภาพหลอน เนื่องจากความผิดปกติทางระบบประสาท ที่ต้องพบกับเหตุการณ์ระทึกใจ อันไม่คาดคิดเท่านั้น ภาพนั้นไม่ใช่พระเยซูจริง ทฤษฎีที่ว่า เพราะความอยากของจิต จึงคิดไปเองว่าตัวเองเห็นพระอาจารย์ปรากฏมา ทฤษฎีที่ว่า ศิษย์ต้องการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน จึงได้กุเรื่องเหล่านี้ขึ้นมา เพื่อไม่ให้ท้อถอยกับอุปสรรค และทำให้เชื่อมั่นในคำสอนที่ได้รับยิ่งขึ้น ทฤษฎีที่ว่า ศิษย์ของพระองค์อ้างเรื่องนิยายเท่านั้น เป็นการเล่านิยาย เพื่ออธิบายความหมายของคำสอน และการกลับคืนชีพ ที่มีในพระคัมภีร์ เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องจริง ความหมายของพระศาสนจักร ( THE CHURCH'S TEACHING ) พระศาสนจักรไม่สนับสนุนให้ใช้ความคิดในเรื่องนี้ โดยขาดความสุขุม โดยสอนว่าเรื่องการกลับคืนชีพนั้น เป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ เกินความเข้าใจด้วยปัญญามนุษย์ การพยายามเรื่องนี้ โดยอาศัยประสบการณ์และเหตุผลอย่างเดียวนั้น อาจผิดพลาดได้ง่าย (1คร.15:35-44) กระนั้นก็ตาม พระศาสนจักรก็ยังยึดคำสอนจากพระคัมภีร์ เป็นหลักในเรื่องดังกล่าว คือ ร่างกายที่กลับคืนชีพนั้น เป็นร่างกายเดียวกับที่สิ้นพระชนม์บนกางเขน และฝังไว้ในคูหา พระเยซูทรงกลับคืนชีพจริง พระคัมภีร์บอกว่า พระองค์ทรงทำให้ศิษย์เกิดความมั่นใจว่า พระองค์ไม่ได้เป็นจิต โดยตรัสว่า "จิตไม่มีเนื้อหนังและกระดูก" (ลก.24:39-43) พระองค์ทรงรับประทานอาหารร่วมกับศิษย์ พระกายของพระองค์มีรอยแผลจากตะปู และรอยที่ถูกแทง พระศาสนจักรเชื่อว่า ร่างนั้นเป็นร่างจริงของพระองค์ แต่ได้เปลี่ยนสภาพเป็นอีกลักษณะหนึ่ง ที่ไม่เหมือนร่างคนทั่วไป มีลักษณะพิเศษ คือสามารถผ่านสิ่งที่เป็นวัตถุได้ พระองค์สามารถเข้าในห้อง โดยไม่ต้องเปิดประตู และสามารถหายได้โดยฉับพลัน
|
|