|
ประวัติย่อคณะ
คณะคาร์แมล ได้ถือกำเนิดแบบซื่อๆ คือ ราวกลางศตวรรษที่ 12 เมื่อพวกครูเสดรบได้ชัยชนะที่ประเทศปาเลสไตน์
และยึดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดกลับคืนมาแล้ว ผู้จาริกแสวงบุญที่ใจศรัทธากลุ่มหนึ่งได้มาอาศัยอยู่บนภูเขาคาร์แมล เพื่อดำเนินชีวิตเลียนแบบของประกาศกเอลียาห์
ผู้ยิ่งใหญ่ผู้ซึ่งได้รับประสบการณ์เข้มข้นในการอยู่ต่อเฉพาะพระพักตร์พระเป็นเจ้า และประกาศความจริงของพระองค์ โดยปราศจากความเกรงกลัวใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านได้ใช้ชีวิตส่วนใหญ่รับใช้พระเป็นเจ้าในการอยู่คนเดียวตามลำพัง
ห่างจากผู้คนและทรมานกายใช้โทษบาป สวดภาวนาและเพ่งฌาน สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดได้เป็นวิธีดำเนินชีวิตของฤษีคาร์แมลรุ่นแรก ๆ
ตั้งแต่เริ่มแรก คณะคาร์แมลได้รับประสบการณ์ที่จะมีความสัมพันธ์ทางจิตใจชนิดพิเศษกับพระนางมารีอาผู้มีชีวิต
ภายใจที่ประเสริฐและลึกซึ้ง ในสมัยกลาง คนทั่วไปรู้จักบรรดาฤๅษีคาร์แมลในชื่อเป็นทางการว่า ภารดาคณะแม่พระแห่งภูเขาคาร์แมล เ้พราะพวกเขามีแม่พระเป็นทั้งมารดา เป็นทั้งพี่สาว และคนกลางผู้เสนอวิงวอนต่อพระผู้เป็นเจ้า
พระนางยังทรงเป็นเช่นนี้เสมอมาสำหรับภา่รดาคาร์แมล ซึ่งสืบทอดต่อกันเรื่อยมาจนถึงศตวรรษที่ 20
ภคินีคาร์แมล
ระหว่างศตวรรษที่ 13 และ 14 มีสตรีใจศรัทธาจำนวนหนึ่ง ด้วยคำแนะนำของภารดาคาร์แมล (พระสงฆ์หรือภารดา)
ได้เริ่มต้นถือพระวินัยของคณะคาร์แมล แต่ละคนหรือรวมกันเป็นกลุ่ม ๆ พวกเขาขังตัวเองอยู่คนเดียวตามลำพังเด็ดขาดและสวดภาวนาไม่หยุดหย่อน อีกหลายคนอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ มีชีวิตผูกพันกันอย่างหลวม ๆ โดยไม่มีการถวายปฏิญาณ
สมเด็จพระสันตะปาปานิโคลัสที่ 5 ได้ให้คำรับรองแก่บุญราศียอห์น โซแร็ธ อธิการใหญ่เจ้าคณะคาร์แมลที่จะจัดรวมสตรีใจศรัทธาเหล่านี้เข้าเป็นนักบวชคาร์แมล ชั้นสอง ดังนั้นเท่ากับทำให้พวกเขาได้รับฐานะทางกฎหมายของพระศาสนจักร บุญราศีฟรังซิส
แห่งนักบุญอัมโบร ซีโอ ดัชเชสแห่งแคว้นบริตินี ได้เป็นภคินีในพวกแรก ๆ ที่เข้าอารามแห่งหนึ่ง ซึ่งท่านดัชแชสได้บริจาคทรัพย์สินก่อตั้งขึ้นมา นี่คือการเริ่มต้นที่ซื่ ๆ และสงบเสงี่ยมของคณะภคินีคาร์แมลชุดแรก ๆ ซึ่งได้ค่อยๆ
เจริญทวีจำนวนจนถึงเกือบ 13,000 รูปอยู่ในอารามที่ตั้งกระจายไปตามจุดต่างๆ ทั่วโลกในปัจจุบันนี้
คณะคาร์แมลที่ได้รับการปฏิรูป
นักบุญเทเรซาแห่งอาวิลาได้พิจารณาเห็นว่า
หนทางที่วางใจได้อย่างแน่นอนที่สุด เพื่อทำให้การสวดภาวนามีประสิทธิภาพ ในการช่วยวิญญาณให้รอดก็คือ การหวนกลับไปหาพระวินัยดั้งเดิมซึ่งได้ฝังลึกอยู่ในอุดมคติแรกสุดของคณะคาร์แมล
ท่านต้องประสบกับการถูกต่อต้านที่แสนขมขื่นและประสบผลสำเร็จ โดยได้ตั้งอารามเล็ก ๆ ในบรรยากาศคล้ายการอยู่ในทะเลทรายที่อ้างว่าง ทั้งที่อยู่ในใจกลางเมืองอาวิลา
ท่านนักบุญเทเรซาได้ผสมผสานชีวิตฤๅษีอยู่ตามลำพัง ให้เข้ากับการมีชีวิตอยู่ร่วมกันในคณะ พระวินัยของนักบุญเทเรซา ยึดคุณลักษณะของแม่พระอย่างเห็นได้ชัด และกำหนดจุดมุ่งหมายแน่วแน่ไปสู่ชีวิตที่สวดภาวนาไม่หยุดหย่อน
ซึ่งได้รับการปกป้องจากการถือเขตพรตอย่างเคร่งครัด และค้ำจุนชีวิตสวดภาวนาด้วยการอยู่ตามลำพังคนเดียว เพื่อเพ่งฌาณและทำงานฝีมือ อีกทั้งต้องอดเนื้อ จำศีล อดอาหาร และมีจิตใจเปิดกว้างที่จะมีความรักอบอุ่น ต่อกันฉันพี่น้อง
ซึ่งเป็นการปฏิบัติของบรรดาฤๅษีบนภูเขาคาร์แมล ซึ่งได้บรรลุถึงความศักดิ์สิทธิ์สุดยอด นักบุญเทเรซายังได้เพิ่มเติมข้อบังคับ ให้ภคินีถือฤทธิ์กุศล ความยากจนอย่างครบถ้วน
ท่านมีความปรารถนาแรงกล้าที่จะเห็นฤทธิ์กุศลความยากจนเป็นส่วนสำคัญที่สุด เพื่อทำให้การปฏิรูปคณะคาร์แมลของท่านสำเร็จครบถ้วน จนกระทั่งทำให้คณะมีชื่อว่า คณะคาร์แมลผู้ไม่สวมรองเท้า (คำว่า "ไม่สวมรอเท้า" ชี้ให้เห็นว่า
คณะนี้เป็นคณะนักบวชที่ได้รับการปฏิรูปแล้ว)
ประวัติการทำงานในประเทศไทย พระคุณเจ้าแปร์รอส ได้ขอคุณแม่แอนน์ แห่งพระเยซู ที่เมืองพนมเปญ ประเทศเขมร ให้มาสร้างอารามคาร์แมลที่ประเทศไทย
คุณแม่แอนน์จึงเดินทางมาประเทศไทย พร้อมด้วยภคินี 12 รูป ทั้งหมดเดินทางมาถึงประเทศไทยในวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2468 และได้สร้างอารามแห่งแรกในประเทศไทย คือ อารามคาร์แมลที่กรุงเทพฯ ถนนคอนแวนต์ ต่อมาได้ขยายอาราม
เพิ่มขึ้นอีกหลายแห่ง คือ ในปี พ.ศ. 2480 ที่ประเทศสิงคโปร์, พ.ศ. 2495 ที่จังหวัดจันทบุรี, พ.ศ. 2519 ที่ประเทศออสเตรเลีย, พ.ศ. 2531 ที่สามพราน จังหวัดนครปฐม และในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2544 เปิดอารามแห่งที่ 5 ที่อำเมือง
จังหวัดนครสวรรค์
จำนวนสมาชิก 13,000 คน ทั่วโลก ในประเทศไทย 67 คน
จำนวนประเทศที่มีสมาชิกอยู่ 92 ประเทศ
|