เรียบเรียงจากการบรรยายโดย คุณเฉลิม กิจมงคล   นำเสนอโดย คุณพ่อถิรลักษณ์ วิจิตรวงศ

ด้านความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมหาพรต

มหาพรตในเทศกาล 40 วัน เลข 40 ก่อนปัสกา ระบุครั้งแรกในสังคายนาเมือง Necea (ปี ค.ศ.325)

ช่วงเวลาบ่ายศุกร์ – เช้าวันอาทิตย์ 40 ชั่วโมง
พระธรรมเก่าโมเสส เอลียาห์ พบปะพระเจ้า 40 วัน
ชาวอิสราเอลรอนแรมในทะเลทราย 40 ปี
พระธรรมใหม่ พระเยซูคริสตเจ้า จำศีลอดอาหารเป็นเวลา 40 วัน
พระเยซูคริสตเจ้า อยู่ในคูหา 40 ชั่วโมง

จิตตารมณ์มหาพรต เป็นแรงขับเคลื่อน  แรงบันดาลใจ ให้มนุษย์ประพฤติตามแบบอย่างชีวิตของพระเยซูเจ้า เพื่อนำไปสู่ความรอดแท้จริง “เราคือหนทาง ความจริง และชีวิต ไม่มีใครบรรลุถึงความรอดได้ นอกจากผ่านทางเรา” (ยน. 14:6)

หนทางของพระเยซูเจ้า คือทางแห่งไม้กางเขน  ได้แก่ การปฏิเสธตัวเอง เสียสละน้ำใจตัวเอง เพื่อปฏิบัติตามน้ำพระทัยพระเป็นเจ้า โดยปฏิบัติตาม บัญญัติแห่งความรัก “จงรักพระเป็นเจ้าด้วยสิ้นสุดจิตใจ สุดความคิด สุดกำลัง และจงรักเพื่อนมนุษย์เพื่อรักตนเอง” (มก.12:30-31)

มหาพรต คือ ช่วงเวลาพิเศษที่คริสตชนจะประพฤติตามแบบอย่างของพระเยซู และปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระองค์อย่างจริงจัง และนำเอาไปประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำสืบต่อไปเป็นนิตย์

ด้านความเชื่อที่เป็นนามธรรมไปสู่รูปธรรม
ระยะแรกคริสตชนเริ่ม 40 วัน ภาวนา อดอาหาร พบปะพระเจ้า จะเน้นกฎเกณฑ์ว่าทำอะไร ทำได้      ทำไม่ได้ ร่วมการทรมาน เพื่อใช้ชำระบาปของตน

พระศาสนจักรตื่นตัวต่อปัญหาสังคมที่มีผลกระทบทำให้เกิดคนยากจน และคนที่ถูกกำหนดให้อยู่ชายขอบสังคม
มีความสำนึกที่จะช่วยเพื่อนมนุษย์อื่นๆ ให้รอดทั้งร่างกายและวิญญาณอย่างเป็นระบบมากขึ้น

ด้านความรับผิดชอบโดยตรงต่องานมหาพรต
สภาพระสังฆราชฯ แห่งประเทศไทยมอบหมายให้ สคทพ. ปี ค.ศ. 1971
กำหนดวัตถุประสงค์ วิธีการ และรูปแบบ  = ปัจจัย อดออมระหว่างเทศกาล
นำสารมหาพรตของ Pope (1977/2524)

คณะอนุกรรมการมหาพรต
ด้านความคิดจาก “เทศกาล” ไปสู่ “จิตตารมณ์ ” มหาพรต


จากกิจศรัทธาหลัก 3 ประการ  คือ การอดอาหาร การภาวนา และการทำบุญให้ทาน
พระศาสนจักร เตือนบ่อยว่าอย่าปฏิบัติกิจศรัทธาหลักทั้ง 3 นี้ เพียงภายนอก แต่ให้เข้าถึงแก่นแท้ คือจิตตารมณ์

ประชุมที่บันดุง อินโดนีเซีย พ.ศ.2523 มาแล้ว มีการจัดสัมมนาที่สวางคนิวาส 19 – 20  พ.ค. 2526
เพื่อทำความเข้าใจเรื่องเทศกาลมหาพรตเป็นการเฉพาะ เนื้อหา  วิธีการ  ความต่อเนื่อง

มหาพรตไม่ถูกจำกัดเพื่อเทศกาล 40 วัน เท่านั้น แต่ตลอดปีและตลอดชีวิต  = จิตตารมณ์

ด้านรณรงค์ในเทศกาลมหาพรต ไปสู่การรณรงค์นอกเทศกาลมหาพรต (ในโรงเรียน)

การจัดหาของขวัญและปัจจัยต่างๆ เพื่อมอบแก่ผู้ยากจนและผู้ด้อยโอกาสในระหว่างเทศกาลเตรียมรับเสด็จฯ เป็นเทศกาลที่ระลึกถึงและร่วมฉลองการที่พระเยซูเจ้าได้มอบตัวพระองค์เองเป็นของขวัญแก่มวลมนุษยโลก
จิตตารมณ์ดังกล่าวนี้ เป็นจิตตารมณ์เดียวกันกับจิตตารมณ์มหาพรต

ด้านการเน้นการให้  การแบ่งปันไปสู่การให้การศึกษาควบคู่กันไปด้วย
มีผู้ประสานแต่ละสังฆมณฑลเป็นผู้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง
โดยมีโปสเตอร์ แผ่นพับ  สาร Pope สาร นายกสภากรรมการฯ
เน้นการศึกษา มิติด้านสังคมบนฐานพระคัมภีร์และคำสอนของ Pope

ด้านการทำบุญนำไปสู่การมีส่วนร่วมกับพระเยซูเจ้าที่จะปลดปล่อยและไถ่กู้กลุ่มผู้ด้อยโอกาสอย่างเป็นรูปธรรม

มีการตั้งกลุ่มเป้าหมายผู้ยากจน ผู้ด้อยโอกาส เป็นการเฉพาะ เพื่อผู้ทำการรณรงค์จะได้เรียนรู้และทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรม

ด้านพันธกิจอภิบาลไปสู่กิจกรรมธรรมทูต
นอกจากเป็นงานอภิบาลบรรดาคริสตชนแล้ว เป็นโอกาสติดต่อกับคนต่างศาสนาด้วย โดยเฉพาะงานด้านสังคมและชุมชน

กลุ่มเป้าหมายในการรณรงค์ เกี่ยวข้องกับงานด้านการศึกษา งานโครงการด้านสังคม ประกอบด้วย บรรดาครู นักเรียน และมีพี่น้องต่างศาสนาอยู่มาก เพื่อช่วยปลุกจิตสำนึกให้ศาสนิกชนทั้งหลาย ดำเนินชีวิตถึงแก่นแท้ของศาสนาที่ตนเองนับถือ และพร้อมให้ความช่วยเหลือในเทศกาลต่างๆ เช่น เทศกาลเข้าพรรษา   เทศกาลรอมฎอน เทศกาลกิจเจ

ด้านการแผ่ขยายแนวคิดและการเสริมสร้างแนวทางการทำงานร่วมกัน  ระหว่างสังฆมณฑลและหน่วยงานต่างๆ ในพระศาสนจักร

โดยส่งเสริมให้มีความร่วมมือเข้าร่วมโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการประจำปีตามสังฆมณฑลต่างๆ  (มหาพรตสัญจร)
ส่งเสริมทำให้เกิดโครงการรณรงค์จิตตารมณ์ เป็นสนามงานหลักในภารกิจเชิงสังคม เพื่อการประยุกต์ใช้การรณรงค์ในบริบทของสังฆมณฑลต่างๆ

ด้านการเรียนรู้ซึ่งกันและกันในระหว่างผู้ทำการรณรงค์  ผู้ร่วมรณรงค์ ผู้รับการรณรงค์ และผู้รับผลด้านปัจจัยจากการรณรงค์

โครงการรณรงค์ฯ ทำให้ทุกฝ่ายมีโอกาสเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตซึ่งกันและกันด้วยความเคารพให้เกียรติในศักดิ์ศรี มีความผูกพันกันและกัน

อีกทั้งเป็นการสร้างความตื่นตัวให้ผู้ปฏิบัติงานโครงการรณรงค์ฯ มีส่วนร่วมและอุทิศตนอย่างแท้จริง

update วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2010