หน้าหลักเช็คเมลล์ติดต่อเราสมุดเยี่ยมลิงค์คาทอลิกแผนผังเวบไซด์

ค้นหาข้อมูล :

เก็บตกและเรียบเรียงโดย คุณพ่อทัศไนย์ คมกฤส
จากหนังสือที่ระลึก โอกาส 25 ปี สมศักดิ์ พระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู  ( 2 กพ 1983- 2 กพ.2008 )

ตำแหน่ง “พระคาร์ดินัล” เป็นสมศักดิ์สูงสุดในพระศาสนจักร ( โีรมัน ) คาทอลิก รองจากสมเด็จพระสันตะปาปา พระคาร์ดินัลมีหน้าที่ช่วยเหลือให้คำปรึกษาแนะนำแก่พระสันตะปาปาในงานปกครองพระศาสนจักรเปรียบเสมือนวุฒิสมาชิกหรือองคมนตรีของพระสันตะปาปา นอกจากนั้นยังเป็นหัวหน้าบริหารสมณกระทรวง สมณองค์การ และ หน่วยงานอื่น ๆ ของพระศาสนจักร เปรียบเสมือนรัฐมนตรีของพระศาสนจักรและของรัฐวาติิกัน บางครั้งพระคาร์ดินัลอาจรับแต่งตั้งเป็นผู้แทนองค์พระสันตะปาปาไปต่างประเทศในโอกาสสำคัญพิเศษได้อีกด้วย “คณะคาร์ดินัล” ซึ่งรวมกันเรียกว่า “The Sacred College of Cardinals” ยังมีหน้าที่บริหารพระศาสนจักรในระหว่างที่ตำแหน่งพระสันตะปาปาว่างล’ (Sede vacante ) อีกด้วย หลังจากที่พระสันตะปาปาสิ้นพระชนม์ คณะพระคาร์ดินัลจะต้องมาประชุมกันเพื่อทำการเลือกตั้งพระคาร์ดินัลองค์หนึ่งขึ้นเป็นพระสันตะปาปาแทนต่อไป

คำว่า “คาร์ดินัล” ( ภาษาอังกฤษ “Cardinal” ภาษาลาติน “Cardinalis ) มาจากคำภาษาลาตินว่า “cardo” ซึ่งแปลว่า “บานพับ” “แกนหมุนอยู่กับที่” เดือยประตู ตำแหน่ง “พระคาร์ดินัล” จึงหมายถึง “บุคคลหลัก” ของงานบริหารในคริสตจักรแต่ละแห่งหรือดำรงตำแหน่งบริหารงานสำคัญในพระศาสนจักรเป็นการถาวร สถาบัน “คาร์ดินัล” ไม่มีการกล่าวถึงเลยในพระคัมภีร์ ทั้งในพันธสัญญาเดิม และในพันธสัญญาใหม่ เพราะเป็นสถาบันที่เกิดขึ้นภายในพระศาสนจักรกรุงโรมเอง

หลักฐานกล่าวถึง “คาร์ดินัล” มีปรากฎอยู่ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 5 ตั้งแต่แรกตำแหน่งนี้หมายถึงพระสงฆ์ซึ่งประจำอยู่กับเขตวัด (tituli) ต่าง ๆ ของกรุงโรมในอาณัติของพระสันตะปาปา( ในใจความนี้ ตำแหน่ง “คาร์ดินัล” จึงยังใช้กับพระสงฆ์ประจำในอาสนวิหารสำคัญบางแห่งนอกกรุงโรมอีกด้วย เช่นที่คอนสแตนติโนเปิล มิลาน,ราเวนนา ฯลฯ แต่ในที่สุดตำแหน่งดังกล่าว นอกกรุงโรมก็เลิกไป พระสันตะปาปาปีโอ ที่ 5 ในปี 1567 ได้ทรงจำกัดตำแหน่ง “คาร์ดินัล” ไว้สำหรับกรุงโรมเท่านั้น แต่ผู้ที่มีตำแหน่ง “คาร์ดินัล” คือหัวหน้าคณะสงฆ์ในเขตวัดแต่ละแห่งเท่านั้น (ดังนั้นคำว่า “คาร์ดินัล” จึงมีความหมายว่า “ประมุข” , “หัวหน้า” ด้วย )

คาร์ดินัลหัวหน้าสงฆ์ในเขตวัดของกรุงโรมเช่นนี้จึงได้เชื่อว่า “พระคาร์ดินัล - สงฆ์”  ( Cardinal - Priests ) จำนวนเขตวัดที่มี “พระคาร์ดินัล” ประจำตำแหน่งแต่เดิมมีจำนวน 25 เขต ในพระวิหารนักบุญเปโตร ,พระวิหารนักบุญเปาโล,พระวิหารนักบุญลอเร็นซ์ และพระวิหารสันตะมารีอา มาจอเร มหาวิหารละ 7 เขต โดยที่ “พระคาร์ดินัล” เหล่านี้มีหน้าที่มาร่วมศาสนพิธีในมหาวิหารดังกล่าวตามที่กำหนดไว้อีกด้วย

นอกจาก “พระคาร์ดินัล - สงฆ์ “ แล้ว ตำแหน่ง “คาร์ดินัล” ยังเป็นตำแหน่งที่ให้กับ “สังฆานุกร”( Deacons ) ผู้มีหน้าที่เอาใจใส่ดูแลคนยากจนในเขตต่าง ๆ ทั้ง 7 เขตของกรุงโรมอีกด้วยต่อมาในสมัยกลาง ( Middle Age ) การแบ่งเขตดังกล่าวได้ยกเลิกไป แต่ตำแหน่ง “พระคาร์ดินัล - สังฆานุกร” ยังคงมีอยู่ต่อมา แต่เปลี่ยนไป เป็น ตำแหน่งประจำวัดที่เคยเป็น “Diaconia” หรือ “สำนักงานเมตตาสงเคราะห์” ที่สังฆานุกรแต่ละท่านเคยปฏิบัติิงานอยู่แต่เดิม วัดหรือ Diaconia ดังกล่าวมีจำนวน 7 แห่ง ตามจำนวนเขต ต่อมาจำนวน “พระคาร์ดินัล - สัีงฆานุกร” เพิ่มขึ้นเป็น 16  ในศตวรรษที่ 8 และเป็น 18 ในศวรรษที่ 12 ในจำนวน 6 ท่านมีหน้าที่ช่วยศาสนพิธีของพระสันตะปาปา ที่มหาวิหารลาเตรันและได้ชื่ว่า “palatine deacons”  ( สังฆานุกร”ประจำวัง” ) แยกจาสังฆานุกรอื่น ๆ ที่เรียกว่า  “regionary deacons” ( สังฆานุกร “ประจำเขต” ) ประมุขของพระคาร์ดินัลสังฆานุกรเรียกว่า “Archdeacon” ( อัครสังฆานุกร ) มีหน้าที่รักษาความเรียบร้อยในกรุงโรมและดูแลทรัพย์สินของพระสันตะปาปา จึงนับเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดในพระศาสนจักรกรุงโรมรองจากพระสันตะปาปาในสมัยกลาง

ในศตวรรษที่ 8 สมัยพระสันตะปาปาสเตฟาน ที่ 3 ( 768-772 ) เป็นอย่างช้า พระสังฆราชประจำสังฆมณฑล 7 แห่งที่อยู่รอบ ๆ กรุงโรม คือ ออสตีอา,ปอร์โต,ซันตา-รูฟีนา( ซิลวา - กันดิดา ) ,อัลบาโน ,ซาบีนา,ตุสกุลุม ( ฟรัสกาตี), และปาเลสตรีนา ต้องมีหน้ที่ผลัดกันมาประกอบศาสนพิธีที่พระมหาวิหารลาเตรันแทนองค์พระสันตะปาปา พระสังฆราชเหล่านี้จึงได้ชื่อว่า “พระคาร์ดินัล- พระสังฆราช “Cardinal - Bishops ) เพราะทำหน้าที่นอกเขตสังฆมณฑลของตน

จึงเห็นได้ว่าสมัียแรกตำแหน่ง “พระคาร์ดินัล” เป็นตำแหน่งเฉพาะของคณะสงฆ์แห่งกรุงโรม ( ประกอบด้วยพระสงฆ์ -สังฆานุกร - และ พระสังฆราช ) ซึ่งเป็นร่วมงานใกล้ชิดกับพระสันตะปาปาทั้งในการบริหารและศาสนพิธี ต่อมาในสมัยพระสันตะปาปาเลโอที่ 9 ( 1048- 1054 ) ที่ปรึกษาใกล้ชิดของพระสันตะปาปาในงานปฏิรูปพระศาสนจักรที่พระสันตะปาปาทรงเรียกว่าจากที่อื่นนอกกรุงดรม ( เยอรมนี ) ก็ได้รับตำแหน่ง “คาร์ดินัล”  ด้วยบุคคลที่รับตำแหน่งนี้จึงไม่จำกัดอยู่แต่ในแวดวงคณะสงฆ์ชาวโรมเท่านั้น

นอกจากนั้น อำนาจหน้าที่ของพระคาร์ดินัล ยังแผ่กว้างออกไปนอกกรุงโรมและคาบสมุทรอิตาลีอีกด้วย ในเมื่อพระสันตะปาปาทรงใช้พระคาร์ดินัลเหล่านี้ให้เดินทางแทนพระองค์ ไปปฏิบัติภารกิจในที่ต่าง ๆทั่วยุโรป แม้ว่า พระคาร์ดินัลชาติอื่น ๆ ได้รับการแต่งตั้ง แต่จำนวนพระคาร์ดินัลชาวอิตาเลียนก็ยังมีจำนวนมากกว่าชาติอื่น ๆ ตลอดมา ยกเว้นในสมัยที่สมเด็จพระสันตะปาปาทรงย้ายสำนักไปอยู่ที่เมืองอาวิญองประเทศฝรั่งเศสตอนใต้ ในระยะนั้นพระคาร์ดินัลส่วนใหญ่เป็นชาวฝรั่งเศสเช่นเดียวกับพระสันตะปาปา

ตั้งแต่ปี 1150 คณะพระคาร์ดินัล ( Sacred College of Cardinals ) กลายเป็นองค์กรหลักในการบริหารงานของพระศาสนจักรในฐานะที่ปรึกษาของพระสันตะปาปา และมีพระคาร์ดินัล - สังฆราชแห่งออสตีอา เป็นหัวหน้า ( Dean ) คณะพระคาร์ดินัลประกอบด้วย พระคาร์ดินัลทั้ง 3 ขั้น คือ พระคาร์ดินัล - พระสังฆราช ,พระคาร์ดินัล-สงฆ์ และ พระคาร์ดินัล - สัีงฆานุกร นอกจากพระคาร์ดินัล - สังฆราชแห่งออสตีอา ที่เป็นหัวหน้าคณะแล้ว พระคาร์ดินัลอีกองค์หนึ่งยังมีตำแหน่ง “Camerlengo” มีหน้าที่บริหารงานเกี่ยวกับทรัพย์สินของพระศาสนจักรอีกด้วย

ขั้นทั้งสามของคณะพระคาร์ดินัลแต่แรกก็ตรงกับศีลบวชที่พระคาร์ดินัลแต่ละท่านได้รับนั่นเอง แต่ต่อมาอาจไม่ตรงกับความจริงเสมอไป เพราะมีการแต่งตั้งพระสังฆราชประจำสังฆมณฑลอื่น ๆ ให้ดำรงตำแหน่ง “พระคาร์ดินัล - สงฆ์ “ ประจำวัดในกรุงโรม เป็นเพียงเกียรตินามเท่านั้น จำนวนวัดประจำตำแหน่ีงจึงเพิ่มจำนวนขึ้นด้วย ส่วนตำแหน่งพระคาร์ดินัล - สังฆานุกร” ก็มักจะได้แก่พระสงฆ์ ที่มีตำแหน่งหน้าที่ในสำนักงานบริหารต่าง ๆของพระศาสนจัีกร