หน้าหลักเช็คเมลล์ติดต่อเราสมุดเยี่ยมลิงค์คาทอลิกแผนผังเวบไซด์

ค้นหาข้อมูล :

พระมหาทรมานของพระเยซูบนไม้กางเขน

ความเย่อหยิ่งจองหอง คือ ต้นเหตุของบาปอาดำ และความหายนะของมนุษยชาติ ฉะนั้น พระเยซูเสด็จมาชดเชยความหายนะนี้ด้วยความสุภาพถ่อมตนของพระองค์ ไม่ปฏิเสธการสบประมาทที่ศัตรูถวายแด่พระองค์ตามคำทำนายของประกาศกดาวิด “เพื่อเห็นแก่พระองค์ ข้าพเจ้ายอมอดทนต่อคำตำหนิติเตียน ความสับสนอลหม่านปกคลุมใบหน้าข้าพเจ้า” ชีวิตพระมหาไถ่ของเราเต็มไปด้วยความละอายขายหน้าและการสบประมาทที่พระองค์ได้รับจากมนุษย์ พระองค์ไม่ปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ถึงแม้พระองค์จะต้องสิ้นพระชนม์ก็ตาม เพื่อปลดปล่อยเราออกจากความละอายขายหน้าชั่วนิรันดร “ความยินดีอยู่ข้างหน้า พระองค์ทรงอดทนต่อมหาทรมานของไม้กางเขน และความอัปยศอดสู”

พระเจ้าข้า ใครจะไม่เศร้าโศกเสียใจด้วยความสงสารและความรัก เมื่อรำพึงว่า พระองค์ต้องเจ็บปวดทรมานแสนสาหัสเป็นเวลา 3 ชั่วโมงบนไม้กางเขน? ทุกส่วนบนพระกายของพระองค์ชอกช้ำเจ็บปวดทรมานโดยไม่มีความบรรเทาเลย บนเตียงมหาทรมานพระเป็นเจ้าผู้บาดเจ็บเคลื่อนไหวไม่ได้ เนื้อหนังศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระองค์ปกคลุมด้วยบาดแผล โดยเฉพาะ พระหัตถ์และพระบาทของพระองค์เจ็บปวดทรมานอย่างที่สุดต้องพยุงพระกายของพระองค์ ด้วยเหตุนี้ บนไม้กางเขนพระองค์จะบิดพระกายไปทางไหน ความเจ็บปวดทรมานจะเพิ่มขึ้นทางนั้น เราสามารถพูดได้เต็มปากว่า ในเวลา 3 ชั่วโมงที่พระองค์เข้าตรีทูตบนไม้กางเขน พระองค์ต้องเจ็บปวดทรมานแสนสาหัสในความตายหลาย ๆ ครั้งขณะที่เวลาผ่านไปแต่ละวินาที โอ้ ลูกแกะ บริสุทธิ์ผุดผ่องปราศจากมลทิน พระองค์เจ็บปวดทรมานแสนสาหัสเพื่อข้าพเจ้า! ลูกแกะพระเจ้า ผู้ยกบาปของโลก ทรงเมตตาข้าพเจ้าเทอญ!

อย่างไรก็ตาม ความเจ็บปวดภายนอกร่างกายขมขื่นน้อยกว่า ความเจ็บปวดภายในวิญญาณขมขื่นกว่าหลายเท่า พระวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ถูกทอดทิ้งอย่างสิ้นเชิง ไม่ได้รับความบรรเทาหรือการลดความรุนแรง แต่เต็มไปด้วยความอ่อนเพลียระโหยโรยแรง มหาทุกข์ และความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส พระองค์จึงตรัสว่า; “พระเจ้าข้า พระเจ้าข้า ทำไมพระองค์ทอดทิ้งข้าพเจ้าเล่า?” พระมหาไถ่ ผู้สมควรได้รับความรักจากเรา จมลงไปในทะเลแห่งความทุกข์ภายในและภายนอก คิดว่าเหมาะสมแล้ว พระองค์จบชีวิต ตามคำพูดของดาวิด “ข้าพเจ้าตกลงไปถึงก้นทะเล พายุพัดข้าพเจ้าจมลงไป”

“ถ้าพระองค์เป็นบุตรพระเจ้า ลงจากไม้กางเขนซิ”

ขณะพระองค์เข้าตรีทูตบนไม้กางเขนและใกล้จะสิ้นพระชนม์ พระสงฆ์, ศาสนาจารย์, ผู้เฒ่า, และทหารยืนอยู่ใกล้ ๆ สบประมาทเยาะเย้ยพระองค์จนเหนื่อยหมดแรง นักบุญมัทธิว เขียนว่า คนที่เดินผ่านหมิ่นประมาทพระองค์ หันศีรษะไปมา ประกาศกดาวิดทำนายพระคริสต์ล่วงหน้าว่า “ทุกคนที่เห็นข้าพเจ้า ด่าข้าพเจ้า เขาพูดด้วยริมฝีปากและส่ายหัว”

คนที่เดินผ่านพูดว่า “พระองค์สามารถทำลายพระวิหารและสร้างใหม่ในสามวัน จงช่วยตัวเอง ถ้าพระองค์เป็นบุตรพระเจ้า ลงจากไม้กางเขนซิ” เขาพูดว่า พระองค์คุยโอ้อวดว่าพระองค์จะทำลายพระวิหารและสร้างใหม่ในสามวัน แน่นอน พระเยซูไม่ได้ตรัสว่า พระองค์จะทำลายพระวิหารที่สัมผัสได้และสร้างใหม่ในสามวัน แต่ตรัสว่า “ทำลายพระวิหารนี้และในสามวันข้าพเจ้าจะยกมันขึ้นมาใหม่” โดยพระวาจานี้ พระองค์ตั้งใจเผยแสดงพระฤทธานุภาพของพระองค์ ตามคำอธิบายของ ยูไทมิอุส และหลายท่าน พระองค์ตรัสเป็นเชิงเปรียบเทียบ บอกเหตุการณ์ล่วงหน้าว่า โดยการกระทำของชาวยิว วันหนึ่งพระวิญญาณจะแยกออกจากพระกายของพระองค์ แต่ในวันที่สามพระองค์จะกลับเป็นขึ้นมา

คนที่พูดว่า “ช่วยตัวเอง” เป็นมนุษย์อกตัญญู ถ้าบุตรพระเจ้า ผู้ทรงฤทธานุภาพ ในเวลาบังเกิดเป็นมนุษย์ เลือกการช่วยตัวเอง พระองค์ก็คงจะไม่เลือกความตาย

“ถ้าพระองค์เป็นบุตรพระเจ้า ลงจากไม้กางเขนซิ” แน่นอน ถ้าพระเยซูลงจากไม้กางเขน งานไถ่บาปมนุษย์ของพระองค์ด้วยการสิ้นพระชนม์ก็ประสบความล้มเหลว เราจะไม่ได้รับการปลดปล่อยจากความตายชั่วนิรันดร นักบุญอัมโบรส พูดว่า “ถ้าพระองค์ลงมาจริง ๆ ข้าพเจ้าก็ตาย” ธีโอฟีแลคท์ เขียนว่า “คนที่พูดประโยคนี้ได้รับการยุยงส่งเสริมจากปิศาจ มันพยายามขัดขวางการไถ่บาปของพระเยซูคริสตเจ้าบนไม้กางเขน ซึ่งกำลังจะสัมฤทธิ์ผล” เขายังเขียนด้วยว่า พระเป็นเจ้าจะไม่ลงจากไม้กางเขนเด็ดขาดจนกว่าการไถ่บาปมนุษย์ทั้งมวลของพระองค์สำเร็จเสร็จสิ้นแล้ว นักบุญจอห์นคริสโสสโทม กล่าวว่า ชาวยิวพูดคำสบประมาทนี้เพราะพระเยซูสมควรตายถูกเยาะเย้ยเป็นนักหลอกลวงมนุษย์ และเป็นการพิสูจน์ว่าพระองค์ไม่สามารถช่วยตัวเองลงจากไม้กางเขนหลังจากพระองค์คุยโอ้อวดว่าพระองค์เป็นบุตรพระเจ้า

นักบุญจอห์นคริสโสสโทม กล่าวด้วยว่า ชาวยิวพูดอย่างไม่ประสีประสาว่า “ถ้าพระองค์เป็นบุตรพระเจ้า ลงจากไม้กางเขนซิ” ถ้าพระเยซูลงจากไม้กางเขนก่อนสิ้นพระชนม์ พระองค์ก็ไม่ใช่บุตรพระเจ้า องค์พระสัญญาของพระเป็นเจ้า ผู้กอบกู้เราด้วยความตายของพระองค์ ด้วยเหตุนี้ พระองค์ไม่ยอมลงจากไม้กางเขนจนกว่าพระองค์สิ้นพระชนม์ พระองค์ได้เสด็จมาเพื่อพลีชีวิตของพระองค์ในการไถ่บาปมนุษย์ นักบุญอะธานาซิอุส พูดอย่างเดียวกันว่า พระมหาไถ่ของเราต้องการให้มนุษย์ทุกคนรู้ว่าพระองค์ คือ บุตรพระเจ้า โดยไม่ลงจากไม้กางเขน แต่ทรงอดทนต่อไปจนกระทั่งพระองค์หมดลมหายใจ ฉะนั้นประกาศกทำนายล่วงหน้าว่า พระมหาไถ่ของเราต้องถูกตรึงกางเขนและสิ้นพระชนม์ นักบุญเปาโล เขียนว่า “พระคริสต์ได้ไถ่บาปเราจากคำสาปแช่งของกฎ พระองค์กลายเป็นคำสาปแช่งสำหรับเรา มีบันทึกไว้ว่า ทุกคนที่แขวนอยู่บนต้นไม้ถูกสาปแช่ง


“พระองค์ช่วยคนอื่นได้ แต่ช่วยพระองค์เองไม่ได้”
นักบุญแมทธิวเล่าการสบประมาทอย่างอื่น ที่ชาวยิวถวายแด่พระเยซูคริสตเจ้า “พระองค์ช่วยคนอื่นได้ แต่ช่วยพระองค์เองไม่ได้”

ด้วยเหตุนี้ เขาปฏิบัติต่อพระองค์เหมือนนักหลอกลวงมนุษย์ โดยอ้างถึงมหัศจรรย์ที่พระองค์ทำให้คนตายกลับเป็นขึ้นมา เขาปฏิบัติต่อพระองค์เหมือนคนที่ไม่สามารถช่วยชีวิตตัวเอง

นักบุญเลโอ โต้ตอบว่า นี่ไม่ใช่เวลาที่พระเยซูจะแสดงพระฤทธานุภาพของพระองค์ พระองค์จะไม่อนุญาตอะไรมาขัดขวางการไถ่บาปมนุษยชาติของพระองค์ เพื่อแลกเปลี่ยนกับคำสบประมาทของเขา

นักบุญเกรกกอรี่
ให้เหตุผลทำไมพระเยซูไม่ยอมลงจากไม้กางเขน “ถ้าพระองค์ลงจากไม้กางเขน เราก็จะไม่ได้เห็นฤทธิ์กุศลแห่งความอดทนของพระองค์” ถ้าพระองค์ลงจากไม้กางเขนจริง ๆ เพื่อพ้นจากคำสบประมาท เราก็จะไม่ได้เรียนความอดทนในการทำงานของเราให้เป็นที่สบพระทัยพระเป็นเจ้า เพราะฉะนั้น พระเยซูจะไม่ช่วยพระองค์เองพ้นจากความตายจนกว่าพระองค์ทำตามน้ำพระทัยของพระบิดา และเราเลียนแบบความอดทนของพระองค์

นักบุญออกัสติน พูดว่า “เนื่องจากพระองค์ปรารถนาสอนความอดทน พระองค์ก็ต้องยับยั้งพระฤทธานุภาพของพระองค์”

พระเยซูคริสตเจ้าได้ฝึกฝนความอดทนต่อความอัปยศอดสูจากคำสบประมาททั้งหมดที่ชาวยิวถวายแด่พระองค์ เพื่อเราจะได้รับพระหรรษทานในการต่อสู้กับการสบประมาทและการเบียดเบียนในโลก ด้วยความอดทนและสันติสุขแห่งจิตใจ ฉะนั้น นักบุญเปาโล ชักชวนเราติดตามพระเยซูเมื่อพระองค์แบกไม้กางเขนจนถึงเขากัลวาริโอ “เพราะฉะนั้น ให้เรา โดยไม่มีกระโจม ไปพบและช่วยพระองค์แบกคำสบประมาทต่าง ๆ”

เมื่อนักบุญถูกทำร้ายร่างกาย เขาไม่เคยคิดล้างแค้นเพื่อตัวเอง ไม่อนาทรร้อนใจ เขากลับได้รับความบรรเทาใจที่เห็นตัวเองถูกสบประมาทเหมือนพระเยซู ฉะนั้น จงอย่ากลัวที่จะยอมรับการสบประมาทเพื่อแสดงความรักต่อพระเยซูคริสตเจ้า พระองค์ถูกสบประมาทเหลือล้นเพราะพระองค์ทรงรักเรา

โอ้ พระมหาไถ่ของข้าพเจ้า เวลาผ่านไปโดยที่ข้าพเจ้าไม่ได้ทำสิ่งนี้ ต่อจากนี้ไป ข้าพเจ้าปรารถนายอมอดทนต่อทุกสิ่ง เพราะข้าพเจ้ารักพระองค์ โปรดประทานความเข้มแข็งแก่ข้าพเจ้า เพื่อความปรารถนานี้ของข้าพเจ้าจะได้บรรลุผล

“ถ้าพระเป็นเจ้ารักพระองค์ ก็ให้พระเป็นเจ้าปลดปล่อยพระองค์เดี๋ยวนี้”

ชาวยิวยังไม่สะใจที่ได้ทำร้ายพระเยซูและสบประมาทพระองค์เหลือคณนา เขาเยาะเย้ยพระองค์โดยเอ่ยพระนามของพระบิดาของพระองค์ “พระองค์เชื่อในพระเป็นเจ้า ก็ให้พระเป็นเจ้าปลดปล่อยพระองค์ถ้าพระองค์มีพระเป็นเจ้า เพราะพระองค์ตรัสว่า ‘ข้าพเจ้าเป็นบุตรของพระเป็นเจ้า’” ประกาศกดาวิดได้พรรณนาถึงคำสบประมาทนี้ล่วงหน้าเมื่อเขาพูดแทนพระคริสต์ว่า “ทุกคนที่เห็นข้าพเจ้าเย้ยหยันข้าพเจ้า เขาพูดจากริมฝีปาก ส่ายหัวไปมาว่า ‘พระองค์เชื่อในพระเป็นเจ้า ก็ให้พระเป็นเจ้าปลดปล่อยพระองค์ ช่วยพระองค์ให้รอดปลอดภัย เพราะพระองค์เป็นบุตรสุดที่รักของพระเป็นเจ้า’” ในบทสรรเสริญ ดาวิดเรียกคนที่กล่าวคำผรุสวาทว่า วัว สุนัข และสิงห์โต “วัวอ้วนตีวงล้อมข้าพเจ้า สุนัขหลายตัวล้อมกรอบข้าพเจ้า โปรดช่วยข้าพเจ้าพ้นจากปากสิงห์โต” ฉะนั้น เมื่อชาวยิวดูถูกว่า “ให้พระเป็นเจ้าปลดปล่อยพระองค์เดี๋ยวนี้ถ้าพระองค์มีพระเป็นเจ้า” เขาแสดงตัวเป็นเหมือน วัว สุนัข และสิงห์โตตามคำทำนายของดาวิด

นักปราชญ์คนหนึ่งก็ได้ทำนายอย่างละเอียดว่า คนจะสบประมาทพระมหาไถ่ องค์พระเจ้า “พระองค์ประกาศว่าพระองค์รู้จักพระเป็นเจ้า และเรียกพระองค์เองว่าบุตรพระเจ้า พระองค์ทรงพระสิริโรจนาว่า พระองค์มีพระเจ้าเป็นพระบิดา ถ้าพระองค์เป็นบุตรพระเจ้าจริง ก็ให้พระเป็นเจ้าช่วยปลดปล่อยพระองค์จากเอื้อมมือของศัตรู ให้เราทดสอบพระองค์ด้วยคำสบประมาทและการทรมาน เพื่อเราจะได้เห็นพระฤทธานุภาพของพระองค์ และพิสูจน์ความอดทนของพระองค์ ให้เราลงโทษประหารชีวิตพระองค์ด้วยความตายอันน่าละอายขายหน้าอย่างที่สุด”

เนื่องจากความอิจฉาริษยาและความเกลียดชังต่อพระเยซูคริสตเจ้า พระสงฆ์ชั้นหัวหน้าสบประมาทพระองค์ ในเวลาเดียวกัน เขาก็เกิดความหวาดกลัวในส่วนลึกของจิตใจ เพราะเขาได้เห็นกับตามหัศจรรย์ที่พระองค์ได้ทำ ฉะนั้น พระสงฆ์ทั้งหมดและหัวหน้าโรงธรรมจึงมีจิตใจไม่สงบ ยุ่งเหยิง เสียขวัญ ดังนั้นเขาต้องการอยู่ดูความตายของพระองค์ เพื่อจะได้หลุดพ้นจากความกลัวที่ทรมานจิตใจของเขา เมื่อเห็นพระองค์ถูกตรึงกับไม้กางเขนและพระบิดาไม่ได้เสด็จมาช่วยพระองค์ เขาแสดงความกล้าบ้าบิ่น ด่าว่า เหน็บแนม หาว่าพระองค์ไม่มีอิทธิฤทธิ์ ไม่สมกับที่ตรัสว่าพระองค์เป็นบุตรพระเจ้า เขาพูดว่า “พระองค์เชื่อว่า พระเป็นเจ้าเป็นพระบิดาของพระองค์ แล้วทำไมพระเป็นเจ้าไม่มาช่วยปลดปล่อยพระองค์ในฐานะพระบุตรของพระองค์” พวกคนชั่วได้ทำผิดอย่างมหันต์ พระเป็นเจ้าทรงรักพระเยซูคริสตเจ้าจริงๆ และรักพระองค์ในฐานะบุตรพระเจ้า พระเป็นเจ้ารักพระเยซูเพราะในการนบนอบพระบิดาพระองค์พลีพระชนม์ชีพบนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปมนุษย์ทั้งมวล พระเยซูตรัสว่า “ข้าพเจ้าพลีชีวิตเพื่อฝูงแกะของข้าพเจ้า ฉะนั้น พระบิดาทรงรักข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้ายอมเสียสละชีวิตของข้าพเจ้า”พระบิดามีพระประสงค์ให้พระบุตรเป็นเครื่องบูชาอันยิ่งใหญ่ เครื่องบูชานี้จะนำมาให้พระองค์พระสิริโรจนาหาที่สุดมิได้ และความรอดของมนุษยชาติ ถ้าพระบิดาปลดปล่อยพระองค์จากความตาย เครื่องบูชาก็จะไม่ครบบริบรูณ์ พระบิดาก็จะไม่ได้รับพระสิริโรจนาอย่างสมพระเกียรติ และมนุษย์ก็จะไม่ได้รับความรอด

เทอร์ทูลเลียนเขียนว่า คำสบประมาททั้งหมดที่คนชั่วถวายแด่พระเยซูคริสตเจ้าเป็นยาวิเศษบำบัดโรคความเย่อหยิ่งทะนงของเรา ความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัสเหล่านี้ไม่ยุติธรรมและไม่เหมาะสมสำหรับพระองค์ แต่จำเป็นสำหรับความรอดของเรา เพราะพระเป็นเจ้าบังเกิดเป็นมนุษย์เลือกพระมหาทรมานเพื่อช่วยเราพ้นจากความหายนะชั่วนิรันดร เขายังกล่าวถึงการสบประมาทของพระเยซูว่า “พระองค์ไม่สมควรได้รับการสบประมาท แต่เพื่อกอบกู้เรา การสบประมาทเป็นสิ่งจำเป็น สิ่งเดียวที่เป็นความปรารถนาของพระเป็นเจ้า คือ การไถ่บาปมนุษยชาติ”

ข้อมูล : จากคุณสิริโรจนา