โดย...............ม.ล.จตุรพิธ ชมพูนุท (สารวัดธรรมาสน์นักบุญเปโตร วันอาทิตย์ที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๐๑๐)

Share |

พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เราไม่พิพากษาผู้ใด” ถึงแม้   “ผู้ใดได้ยินวาจาของเรา แล้วไม่ปฏิบัติตาม    เราก็ไม่ตัดสินลงโทษเขา เพราะเราไม่ได้มาเพื่อตัดสินลงโทษโลก แต่มาเพื่อช่วยโลกให้รอดพ้น” (พระวรสารยอห์น ๘:๑๕, ๑๒:๔๗)

คำพูดของพระองค์เป็นสัตย์จริง ชีวิตของฉันเป็นพยานถึงคำพูดของพระองค์ ตัวของฉันการกระทำของฉัน   จิตใจที่อ่อนแอของฉัน พิพากษาตัวฉันเอง ขับไล่วิญญาณของฉันเอง ให้ห่างไกลจากความรักของพระเจ้า

วันนี้ ฉันยังไม่ได้ระลึกถึงองค์พระผู้เป็นเจ้า ฉันยังอายที่จะสวดภาวนา อายที่จะเดินมาเข้าเฝ้าพระเจ้า   อายที่จะรับฟังพระวาจา อายที่จะร่วมมิสซาบูชาขอบพระคุณ อายที่จะเข้าคูหาสารภาพและรับศีลอภัยบาป ฉันอ้างว่ายังไม่ถึงเวลา แต่ลึกๆในใจฉันรู้ว่า แท้ที่จริงแล้วฉันอาย ฉันปิดกั้นตัวฉันเองจากความรักของพระเจ้า เพราะความอายห่อหุ้มตัวฉันอยู่ อายสายตาของเพื่อนบ้าน อายคำถากถางของคนรอบข้าง อายตัวเอง อายโดยไม่มีสาเหตุ ฯลฯ ฉันยินยอมตกอยู่ในสถานะบาปเพราะความอาย

ขณะยังมีชีวิตอยู่ ฉันยังอายที่จะกลับมาหาพระบิดาเจ้า แน่นอนทีเดียว เมื่อตายลง ฉันก็ยังคงอายที่จะกลับมาหาพระบิดาเจ้า ความอายได้ผลักดันฉันให้หนีห่างจากพระองค์     ยิ่งรู้ว่าพระองค์ทรงรักฉันมาก เพียงใด ฉันก็ยิ่งอับอายทวีขึ้นและยินยอมที่จะอยู่ในขุมนรกเพราะความอาย จิตใจที่อ่อนแอของฉัน พิพากษาตัวฉันเอง ขับไล่วิญญาณของฉันเอง ให้ห่างไกลจากความรักของพระเจ้า

ในโลกนี้ ฉันอายที่จะบอกพระเจ้าว่า “ลูกรักพระองค์” ในโลกหน้า  ฉันก็ยังคงสมัครใจไกลห่างจากพระองค์ ฉันคงไม่มีโอกาสกล่าวคำว่า “ลูกรักพระองค์” ตลอดนิรันดร

ขออย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย พระเยซูเจ้าข้า ลูกรักพระองค์