![]() |
|
|
พี่น้องที่รัก เมื่อวันเสาร์ที่ 26 มีนาคม 2011 พ่อได้มีโอกาสไปประชุมแผนอภิบาล จากเป้าหมาย สู่การปฏิบัติ ที่อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ได้จัดขึ้น โดยมีบรรดาสมาชิกสภาภิบาลของวัดต่างๆ ในอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ กว่า 300 คน มาร่วมประชุมในครั้งนี้ ณ หอประชุมเซนต์ ไมเกิ้ล บ้านผู้หว่าน และวิถีชุมชนวัด ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ได้มีการบรรยาย พูดคุย ทำความเข้าใจ และแบ่งปันประสบการณ์ในการประชุมครั้งนี้ พ่อจึงขอนำหลายเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับวิถีชุมชนวัดจากการประชุมครั้งนี้มาแบ่งปันให้กับพี่น้อง สิ่งแรกที่น่าดีใจก็คือ พี่น้องส่วนใหญ่เข้าใจแล้วว่า วิถีชุมชนวัดไม่ใช่เป็นแค่กลุ่มแบ่งปันพระวาจา หรือเป็นกลุ่มศรัทธากลุ่มใหม่ แต่เป็นวิถีชีวิตของคริสตชนตามคำสอนของพระเยซูเจ้าในแนวทางของพระศาสนจักร ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ คือ 1. สมาชิกเป็นเพื่อนบ้านกัน 2. การแบ่งปันพระวาจาเป็นพื้นฐานของการพบปะกัน 3. การแสดงออกและทำสิ่งต่างๆ ร่วมกันของชุมชนคริสตชนย่อยออกมาจากความเชื่อ และ 4. ชุมชนคริสตชนย่อยต้องเชื่อมเข้ากับพระศาสนจักรสากล อย่างไรก็ดี การแบ่งปันพระวาจาถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งของวิถีชุมชนวัด เพราะเป็นการพบกับพระเยซูคริสตเจ้า ฟังเสียงของพระองค์ และได้รับการหล่อเลี้ยงจากพระองค์ อาจจะถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของวิถีชุมชนวัดก็ว่าได้ และเป็นที่น่ายินดีว่า สิบกว่าปีแล้วที่อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ของเราได้มีกลุ่มแบ่งปันพระวาจาตามวัดต่างๆ หลายวัดด้วยกัน และตามองค์กรคาทอลิกต่างๆ อีกหลายองค์กร (ข้อมูลจาก การนำเสนอของคุณพ่อปิยะชาติ มะกรครรภ์ ผู้ช่วยพระสังฆราชฝ่ายอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ) ในตอนบ่าย เป็นโอกาสดีอย่างยิ่ง ที่พ่อได้ฟังการแบ่งปันประสบการณ์ ของตัวแทนจาก 6 วัด ในการเริ่มก่อร่างสร้างวิถีชุมชนวัดให้เป็นจริงในวัดของพวกเขา เป็นประสบการณ์ที่ดี และมีความหลากหลายตามบริบทของวัด ไม่ว่าจะเป็นจากวัดนักบุญเปโตร สามพราน วัดแม่พระประจักษ์เมืองลูร์ด บางสะแก วัดราชินีแห่งสันติสุข วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ วัดเซนต์หลุยส์ และ วัดนักบุญยวงบัปติสตา เจ้าเจ็ด ซึ่งพ่อเชื่อว่ายังมีอีกหลายวัดซึ่งได้เริ่มแล้ว อาจจะด้วยการมีกลุ่มแบ่งปันพระวาจา ฯลฯ แต่ยังไม่มีโอกาสได้แบ่งปัน เนื่องจากเวลามีจำกัด ขอร่วมใจและเป็นกำลังใจให้ครับ คิดว่าพวกเราจะก้าวไปพร้อมๆ กันครับ จากประสบการณ์ตรงนี้ก็ตอกย้ำแผนกวิถีชุมชนวัดว่า หลักการวิถีชุมชนวัดจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับให้เข้ากับบริบทของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ทั้งในส่วนที่เป็นสังคมเมืองและในส่วนของชานเมือง เราจะเดินไปพร้อมๆ กันนะครับ ด้วยความเป็นหนึ่งเดียวกัน การไปพร้อมๆ กันอบอุ่นดี และเราจะได้ช่วยกันได้ยังไงละครับ |
|
|
4. ชุมชนคริสตชนย่อยต้องเชื่อมเข้ากับพระศาสนจักรสากล ผ่านทางบูชามิสซา และพระวาจา ชุมชนย่อย ต่างก็สัมพันธ์กัน โดยเฉพาะในวัดของตน เป็นสายสัมพันธ์ที่มั่นคงระหว่าง ชุมชนวัด และพระศาสนจักรสากล ที่มีความเชื่อเดียวกัน รับศีลล้างบาปเดียวกัน วิถีชุมชนวัดไม่สามารถตัดขาดจากทางวัด ชุมชนพื้นฐานของตน ขาดข้อนี้ก็เป็นกลุ่มเอ็นจีโอ คริสต์ศาสนานิกายต่างๆ กลุ่มพัฒนาอื่นๆ พ่อขอรายงานโดยสรุป ถึงกิจกรรมที่แผนกวิถีชุมชนวัดได้กระทำในเดือนที่ผ่านมาครับ วันที่ 25- 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่บ้านผู้หว่าน แผนกฯ ได้จัดอบรมในโครงการเสริมทักษะการทำงานกลุ่ม เพื่อสร้างวิทยากรวิถีชุมชนวัดที่เป็นฆราวาส มีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 40 ท่าน จาก 11 วัด 7 องค์กร วันที่ 5-6 มีนาคมที่ผ่านมา ที่บ้านผู้หว่าน แผนกฯ ได้จัดอบรมในโครงการสร้างความเข้าใจจิตตารมณ์วิถีชุมชนวัด เป็นการทำความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับหลักการและจิตตารมณ์ของวิถีชุมชนวัด รวมทั้งการแบ่งปันพระวาจา 7 ขั้นตอน มีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 42 ท่าน จาก 10 วัด โดยมีฆราวาสอีก 6 ท่าน ที่ผ่านการอบรมในโครงการเสริมทักษะการทำงานกลุ่ม มาเป็นวิทยากรด้วย (อยากเชิญชวนคุณพ่อเจ้าอาวาสได้ส่งผู้ที่ผ่านการอบรมในครั้งนี้ทุกท่าน มารับการอบรมอีก 3 ครั้ง เพื่อพัฒนาทุกท่านเป็นผู้นำวิถีชุมชนวัด ซึ่งจะจัดครั้งที่ 1 ในวันที่ 7-8 พฤษภาคม 2011 ที่บ้านผู้หว่าน) และเมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา เวลา 10.00-12.00 น. แผนกฯ ได้ไปพูดเรื่องวิถีชุมชนวัดกับเยาวชนของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ จำนวน 94 ท่าน ที่วัดพระคริสตประจักษ์เกาะใหญ่ โดยเน้นที่ความสำคัญของพระวาจาของพระเจ้า และให้บรรดาเยาวชนได้มีโอกาสสัมผัสกับพระวาจาของพระเจ้า |