Share |

.....สารอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ปีที่ 8 ฉบับที่ 7 ประจำเดือนกรกฎาคม 2010........

ผมเล่าเรื่องราวประทับใจ ที่ผมมีโอกาสไปอยู่ในวงสนทนาที่วัดนักบุญอันนา เมื่อเดือนที่ผ่านมา ระหว่างคุณพ่อธีรพล  กอบวิทยากุล เป็นเจ้าอาวาสวัดนักบุญอันนา ชื่อเล่นว่า พ่ออ้วน ซึ่งตอนนี้มีแต่คนเอ่ยปากว่า ตัวดำมาก ซึ่งผมก็เห็นว่าดำจริงๆ คล้ำมากๆ เลยที  เดียว คล้ำกว่าที่ผมเคยรู้จักเมื่อก่อนหน้านี้ซะอีก แต่ก็ยังคงอารมณ์ดี คุยเพลิน เสียงดังฟังชัด พร้อมกับหัวเราะเสียงดังด้วย     ส่วนชายหนุ่มอีกคนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของสังฆมณฑลที่แวะมาเยี่ยมเยียนงานที่คุณพ่อทำ

“พ่อครับ... ได้ยินว่า ที่วัดนักบุญอันนา เปิดโรงเรียนนานาชาติเหรอครับ?”

-

ใช่แล้ว

แล้วเปิดโรงเรียนมานานแล้วหรือยังครับ

-

เพิ่งเปิดได้ไม่นานนักหรอก

มีนักเรียนเข้าเรียนเยอะมั๊ย...

-

ตอนนี้มีประมาณ 70 คนแล้ว ตั้งใจว่าจะรับไม่เกินหนึ่งร้อยคน เท่านั้นจริงๆ

โอ้โห ดีจังเลย แล้วเด็กๆ รับมาจากไหนล่ะครับ

-

ก็อยู่รอบๆ วัดของเรานั่นแหละ

ที่วัด มีชาวต่างชาติอยู่เยอะแยะเลยเหรอครับ

-

ใช่แล้ว..มีอยู่เป็นจำนวนมากเลย

แล้วชาติอะไร ที่มาเรียนโรงเรียนของเราเป็นส่วนใหญ่ครับ มีพวกฝรั่งเศส สเปน เกาหลี ญี่ปุ่น อเมริกา บราซิล ฮอลแลนด์ อาร์เจนตินา แอฟริกาใต้ บ้างมั๊ย

-

ทำไมไม่ถามให้หมดทุกทีมที่เข้ารอบบอลโลกเลยล่ะ...แหม   ไม่มีหรอก

อ้าว... แล้วเป็นเด็กนานาชาติ ชาติอะไรล่ะครับ

-

เป็น พม่า มอญ เขมร

อะไรนะครับ...

-

เป็นเด็กพม่า มอญ เขมร เป็นเด็กต่างด้าว ลูกหลานแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในชุมชนแถบนี้

โถ คุณพ่อ นึกว่าเป็นเด็กอินเตอร์ โรงเรียนนานาชาติแบบนั้น

-

ก็มีคนชอบแซวว่า...ที่วัดนักบุญอันนา เปิดโรงเรียนนานาชาติ แต่ก็เป็นโรงเรียนแบบนี้แหละ ที่จริงก็ต้องบอกว่า ไม่ได้ตั้งเป็น โรงเรียนเต็มรูปแบบหรอกนะ... เป็นแค่ศูนย์สงเคราะห์เด็กต่างด้าวมากกว่า

ทำไมล่ะครับ

-

เพราะว่า เราไม่ได้สอนเต็มรูปแบบตามระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวง  เราสอนในแบบให้ความช่วยเหลือในแง่ของมนุษยธรรมมากกว่า

ขอถามอีกทีว่า  ทำไมล่ะครับ

-

เพราะว่าทางสังฆมณฑลเปิดศูนย์สงเคราะห์เด็กต่างด้าว เพื่อให้ความช่วยเหลือในด้านมนุนยธรรม เป็นต้นในเรื่องของการให้การศึกษากับการดูแลด้านสุขอนามัยกับเด็กเหล่านี้ เป็นพันธกิจของพระศาสนจักรในงานด้านสังคม ในการปฏิบัติความรักต่อ  เพื่อนพี่น้อง คนด้อยโอกาส คนชายขอบสังคม และคนพลัดถิ่น

ทำไม ต้องเป็นที่วัดนักบุญอันนาด้วยล่ะครับ...

-

ในจังหวัดสมุทรสาคร มีจำนวนแรงงานต่างด้าวไม่น้อยกว่า หกเจ็ดแสนคน ส่วนใหญ่เป็นพม่า มอญ เขมร ฯลฯ เพราะจังหวัดนี้มีโรงงานจำนวนมากอีกทั้งเป็นเมืองประมง ที่ต้องการแรงงานจำนวนมาก จึงมีแรงงานทั้งในประเทศและจากประเทศใกล้ เคียงเป็นจำนวนมากเข้ามาทำงานในจังหวัดนี้ เราจึงมีเด็กต่างด้าวอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งวัดนักบุญอันนา เป็นวัดคาทอลิก เพียงวัดเดียวในจังหวัดสมุทรสาครด้วย

แล้วศูนย์ฯ นี้ทำอะไรบ้างครับ

-

ก็รับเด็กต่างด้าวที่มีอายุตั้งแต่ 4 – 12 ปี มาเรียนที่ศูนย์ของเรา ตั้งแต่เวลา 08.00 – 15.30 น. วันจันทร์ – วันศุกร์ เราให้การศึกษา ส่วนใหญ่สอนภาษาไทย อังกฤษ ภาษาพม่า มอญ สอนเรื่องคุณธรรมจริยธรรม สอนทักษะการดำเนินชีวิต     สอนให้รักประเทศชาติบ้านเมือง เคารพกฎหมาย สอนให้อยู่ร่วมกันอย่างดี ฯลฯ

แล้วอย่างอื่นล่ะครับ

-

ก็ต้องเลี้ยงเด็กเหล่านี้ด้วย ต้องเตรียมอาหารว่างช่วงสิบโมงเช้า อาหารกลางวัน ขนมในภาคบ่าย

ฟรีเหรอครับ

-

ใช่แล้ว ต้องเลี้ยงพวกเขาด้วย อีกทั้งต้องหาเสื้อผ้า ของใช้ อุปกรณ์การเรียน ฯลฯ ที่จำเป็นในชีวิตด้วย     ต้องบอกว่าชีวิตของพวกเขาก็ยากลำบาก ยากจนมากๆ ไม่มีเสื้อผ้าเพียงพอ สุขอนามัยทางร่างกายไม่ค่อยดีนัก เราค่อยๆ ช่วยดูแล ช่วยสอนให้ เขาดูแลตัวเองด้วย อาบน้ำ หายาให้บ้าง ก็เหมือนเลี้ยงลูกน่ะครับ... (ทีละหลายสิบคน)   ต้องคิดว่าเค้าก็เป็นลูกพระเหมือนกับ เรานั่นแหละ

งานหนักมั๊ยครับ

-

ก็หนักเหมือนกันนะ แต่เราก็ช่วยๆ กัน มีคุณครู เจ้าหน้าที่ มีอาสาสมัคร มีมิชชันนารีคณะมาริสต์มาช่วยด้วย    ก็ช่วยๆ กันไป ช่วยกันทำ

ค่าใช้จ่ายคงมากเอาเรื่องนะครับ

-

ก็ใช่ มากเหมือนกัน แต่ทางอัครสังฆมณฑลให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

แล้วคุณพ่อ ทำหน้าที่อะไรล่ะครับ

-

คนแถวนี้ชอบแซวพ่อว่า ให้พ่ออ้วนทำหน้าที่ขอเงิน ขอของใช้ เสื้อผ้า ข้าวสาร ขนม ฯลฯ มาเลี้ยงเด็กต่างด้าว

แล้วพ่อทำแบบนั้นจริงๆ เหรอ

-

ที่จริง สังฆมณฑลสนับสนุน แต่ก็จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากส่วนอื่นๆ ด้วย งานสงเคราะห์แบบนี้เป็นงานระยะยาว ต้องวางระบบให้ดีๆ มิฉะนั้นจะจบเห่ได้ง่ายๆ แต่พ่อได้รับความช่วยเหลือจากพี่น้องสงฆ์ พี่น้องนักบวชชายหญิงที่ทำงานตามโรงเรียนต่างๆ หลายโรงเรียน ที่แบ่งปันอุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียน ชุดพละ ของใช้ต่างๆ ที่เหลือใช้ รวมทั้งปัจจัยด้วย บางทีก็พานักเรียนมาทำกิจกรรมแบ่งปันให้เด็กๆ ต้องขอขอบคุณไว้ณ ที่นี้ด้วย ส่วนพ่อเอง  เวลานี้เจอใครก็มักถูกถาม พ่อก็เล่าให้ฟังถึงงานที่ทำ เค้าก็ให้ความช่วยเหลืออย่างดี

แสดงว่า ยังต้องการความช่วยเหลือ

-

ทุกคนก็ช่วยๆ กันไป เป็นงานของพระศาสนจักรของเรา เป็นพันธกิจของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ พวกเราก็ช่วยๆ กันทำตามหน้าที่ของแต่ละคน พ่ออยู่ตรงนี้ พ่อก็พยายามทำเต็มที่ ช่วยพวกเค้าเต็มที่เช่นเดียวกัน

เห็นว่าฝ่ายสังคมก็มาช่วยด้วย

-

ใช่เลย ศูนย์นี้ทำงานร่วมกับฝ่ายสังคมของอัครสังฆมณฑล ก็ต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย

ผมต้องจบบทสนทนาไว้ตรงนี้ก่อนละกัน ที่จริงก็อยากเล่าเรื่องน่าสนใจอีกเรื่องหนึ่ง ในงาน แพร่ธรรมที่วัดนักบุญอันนา ที่ฟังแล้วเหมือนเป็นจินตนาการเหลือเชื่อ แต่ถ้าหากเป็นอย่างนั้นจริง ต้องขอบอกว่า เป็นเรื่องที่ท้าทายเหลือเกิน และคงเป็นความสุขใจอันยิ่งใหญ่ของ  เราคริสตชนจริงๆ

จากนั้นผมเดินไปดูบริเวณที่เด็กๆกำลังเรียนที่อาคารพระมารดามารีอาซึ่งเป็นอาคารอเนกประสงค์ที่ใช้สอนเด็กต่างด้าวในช่วงนี้ ทางสังฆมณฑลกำลังจัดเตรียมสถานที่สำหรับสอน เด็กต่างด้าว ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง อีกไม่นานคงเสร็จ เห็นคุณครู เจ้าหน้าที่ เด็กๆ หลายสิบคนกำลังเรียนกันอยู่ เห็นหน้าเด็กๆ พวกนี้แล้ว บอกได้คำเดียว ว่าน่าสงสาร  แต่ก็ดีใจที่พวกเค้าทุกคนได้รับความรัก การดูแลเอาใจใส่ในฐานะที่เป็นมนุษย์คนหนึ่งมันเป็น เรื่องมนุษยธรรมจริงๆ

ทำให้ผมรู้สึกและสัมผัสได้ถึง ความรักของพระเจ้าในท่ามกลางมนุษย์ แม้จะต่างชาติ ต่างเผ่า ต่างพันธุ์ เห็นชัดเจนว่า ความรักนั้นอยู่ในหัวใจของเราทุกๆ คนจริงๆ     ขอบอก...

คุณอยากเห็นอย่างที่ผมเห็นมั๊ยล่ะครับ ถ้าอยากเห็นก็ลองแวะมาเยี่ยมชมได้นะครับ แวะมาแล้วอย่าลืมมีขนมติดไม้ติดมือมาฝากเด็กๆ ด้วยล่ะ  ขอบคุณครับ....