ค้นหาข้อมูล :

ที่่มา : สารอัครสังฆมณฑล ฉบับที่ 6 เดือนธันวาคม 2003

ฉบับนี้เป็นเดือนที่เราระลึกถึงการบังเกิดของพระเยซูเจ้า ทารกน้อยที่เกิดมาในรางหญ้าท่ามกลางฝูงโคลา ในค่ำคืนที่เงียบสงัด เราสามารถร่วมเฉลิมฉลองยินดีกันด้วยการร้องเพลงวันคริสต์มาสเพื่อเทิดเกียรติแด่พระกุมารเยซู มาพูดคุยกับ

คุณพ่อประชาชาติ  ปรีชาวุฒิ ในฐานะที่คุณพ่อเองเป็นผู้ดูแลเกี่ยวกับเรื่องดนตรีศักดิ์สิทธิ์ แต่ก่อนอื่นคงต้องบอกก่อนว่าเป็นการพูดคุยกัน และเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยส่วนตัว คงไม่ใช่การให้ข้อมูลทางเนื้อหา หรือจะต้องเป็นหลักแนวทางปฏิบัติ เป็นแค่เพียงการแลกเปลี่ยนแนวความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น


อยากให้คุณพ่อเล่าถึงประวัติความเป็นมาของบทเพลงวันคริสต์มาส ว่าช่วยสื่อ หรือถ่ายทอดธรรมล้ำลึกของการบังเกิดเป็นพระเยซูได้อย่างไรบ้างคะ

ประวัติความเป็นมาเท่าที่สามารถจะค้นพบจากสิ่งที่อ้างอิงได้  คือในสมัยศตวรรษที่ 5 ว่าบรรดาพระสงฆ์ บรรดาฤาษี หรือบุคคล ทั่วๆ ไป มีการขับร้องบทเพลงคริสต์มาส เป็นภาษาลาติน ลักษณะของบทเพลงก็จะเป็นอะไรที่เรียบง่ายแต่สง่างาม

โดยบรรยากาศของบทเพลงจะเปี่ยมไปด้วยความหวังและความชื่นชมยินดีแสดงถึงการเสด็จมาของพระเยซูพระผู้ช่วยให้รอดที่เรามนุษย์กำลังรอคอยด้วยหัวใจที่จดจ่อ และหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง ต่อมาในศตวรรษที่ 12 นักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซีและคณะนักบวชฟรังซิสกัน ได้ส่งเสริมสนับสนุน บทเพลงแห่งวันคริสต์มาสให้มีความสง่างาม ความร่าเริง และความชื่นชมยินดีในโอกาสวันคริสต์มาสเสมือนเป็นวิวัฒนาการของบทเพลง วันคริสต์มาส ให้มีชีวิตชีวา พร้อมทั้งเริ่มใช้เป็นภาษาพื้นเมืองมากขึ้น หลัง

จากนั้นมาในศตวรรษที่ 17 บุคคลทั่วไปก็ได้เริ่มร้องเพลงคริสต์มาสกันอย่างแพร่หลายขึ้นมาอีกจึงทำให้บทเพลงคริสต์มาสที่เริ่มใช้ในวัดหรือในพิธีกรรมของคริสตชนก็ได้แพร่หลายออกไปมีการร้องตามลานสาธารณะ หรือตามบ้านบทเพลงก็มีการแต่งเพิ่มเติมโดยให้ความหมายของบรรยากาศของคริสต์มาสทั่วไปซึ่งอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับบทเพลงในพิธี

จนมาถึงสมัยศตวรรษที่ 19-20 และจนถึงปัจจุบันนี้ บทเพลงคริสต์มาสก็มีการเพิ่มเติมสีสันมากขึ้นอย่างที่เราได้สัมผัสจนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวถึงบุคคลในพระคัมภีร์ ความหมายบรรยากาศทั่วๆ ไป หรือการเตรียมจิตใจสำหรับวันคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึง หรือแม้กระทั่งเพิ่มตัวบุคคลอย่างเช่น ซานตาคลอสเข้าไป ซึ่งแท้ที่จริงก็ไม่ได้มีส่วนในเหตุการณ์ของประวัติศาสตร์ของพระเยซูเจ้าอย่างไร แต่อย่างไรก็ดีก็ยังสะท้อนถึงความหมาย ถึงจิตตารมณ์แห่งวันคริสต์มาส องค์พระกุมารเยซูเจ้า ที่ลงมาประทับอยู่ท่ามกลางเรา พระองค์เป็นองค์ความหวังที่จะนำสันติสุข ความรักและการช่วยให้รอดที่มนุษย์กำลังรอคอยมาสู่จิตใจของเรา ให้เรามีจิตตารมณ์แห่งความรัก และการแบ่งปันซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ องค์พระเยซูเจ้าก็ยังคงเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดอยู่นั่นเอง

อยากให้คุณพ่อยกตัวอย่างของบทเพลงที่ช่วยสื่อความหมายของ วันคริสต์มาสคะ
พ่อคิดว่าบทเพลงก็สามารถถ่ายทอดจิตตารมณ์ที่เราต้องการจะสื่อ และจำเป็นที่เราจะต้องรู้จักแยกแยะให้เหมาะสมกับบรรยากาศที่เราต้องการจะสื่อด้วย ดังตัวอย่างเพลงเหล่านี้ เช่น

1. บทเพลงที่สื่อถึงความหมาย และถ่ายทอดความรู้สึกถึงความเปี่ยมสุขและสันติในจิตใจ ตัวอย่างเช่น
- เพลง Adeste Fideles (O come, all ye faittful) เข้าใจว่าคงจะมีการใช้ร้องมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 แล้วต่อมาในศตวรรษที่ 17 ก็นำมาขับร้องกันอย่างแพร่หลายทั่วไป ซึ่งเป็นบทเพลงภาษาลาตินที่เก่าแก่ที่ใช้มาถึงปัจจุบันผู้แต่งเนื้อเพลงเราไม่ทราบว่าใครเป็นคนแต่งแต่ผู้แต่งทำนองก็คือ John Reading เป็นชาวอังกฤษและที่แปลเป็นเนื้อร้องภาษาไทยที่เราร้องกันอยู่จนถึงทุกวันนี้คือเพลง “ขอเชิญท่านผู้วางใจ”

2.บทเพลงที่สื่อถึงคำสัญญาหรือเป็นพระสัญญาของพระเจ้าต่อมนุษย์
   - บทเพลง O Holy Night (เพลงโอ้คืนศักดิ์สิทธิ์) หรือเพลง O come, O come Emmanue l (เพลงเชิญเถิดเอ็มมานูแอล) 2 บทเพลงนี่ก็เป็นการสื่อความหมายถึงการเสด็จมาของพระเยซูเจ้าท่ามกลางเรา ในท่ามกลางความมืดมิดของโลกมนุษย์
พระเยซูเจ้าทรงมาบังเกิดเป็นมนุษย์เป็นเสมือนแสงสว่างที่นำความหวังและความหมายมาสู่โลกมนุษย์ของเรา


3.บทเพลงที่สื่อถึงความสงบเงียบ แต่เปี่ยมด้วยความหวังและความศักดิ์สิทธิ์ของค่ำคืนคริสต์มาส
-  ตัวอย่างเช่น บทเพลง Silen night ; Holy Night แต่งขึ้นประมาณศตวรรษที่ 19 เนื้อหาของเพลงก็จะเป็นบรรยากาศยามค่ำคืนที่มืดมิดแต่กลับเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นแห่งความหวัง ความงดงามแห่งความหวังความสงบและสันติจึงเป็นค่ำคืนที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งคริสต์มาส

นี่ก็คือตัวอย่างบางส่วนที่พ่อยกมาให้ดูกัน ที่สามารถสะท้อนถึงจิตตารมณ์ของวันคริสต์มาสได้ การมอบความรัก ความใจดีความบริสุทธิ์ โดยไม่หวังผลตอบแทนเหมือนอย่างองค์พระผู้เป็นเจ้าพระผู้ช่วยให้รอดที่เสด็จลงมาช่วยมอบชีวิตของพระองค์ให้กับเราทุกคนโดยมีความรักบริสุทธิ์และเปิดใจกว้างให้แก่กันและกัน


ให้คุณพ่อเชิญชวนสัตบุรุษตามวัดเวลาที่เรามาร่วมร้องเพลงในค่ำคืนคริสต์มาสอย่างไรกันดี
บทเพลงคริสต์มาสก็คงจะเป็นเครื่องมือที่ดีแม้ไม่ใช่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของวันคริสต์มาส แต่เป็นเครื่องมือที่ดีที่ทำให้เราเข้าไปถึงจิตตารมณ์ ทำให้เราร่วมสรรเสริญนมัสการ และขอบคุณพระเจ้าด้วยจิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยบรรยากาศของเทศกาลคริสต์มาสที่ออกมาจากจิตใจของเราด้วยการขับร้องเพลงคริสต์มาสอย่างดีที่สุดบทเพลงวันคริสต์มาสเป็นสิ่งที่คู่กับเทศกาลคริสต์มาสเสมอมา ฉะนั้นจึงเป็นสิ่งที่ดีที่เราควรจะแสดงความรักของเราโดยผ่านบทเพลงที่เราจะมอบให้กับพระกุมารเยซู เพื่อเทศกาลแห่งการบังเกิดเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความอบอุ่น ที่เราทำได้โดยไม่ต้องออกแรงมากเลย และเมื่อท่านใดได้อ่านสารฯ ฉบับนี้แล้วสนใจที่จะเข้าร่วมเป็นนักขับร้องของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ รวมทั้งเรากำลังเตรียมซ้อมขับร้องเพลงภาษาลาตินด้วย