เมื่อพระสันตะปาปาจูลีอัส ที่ 1 ได้ประกาศให้วันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันฉลองพระคริสตสมภพ (วันคริสต์มาส) แล้ว ในปีนั้นเองพระองค์และสัตบุรุษ ได้พากันเดินสวดภาวนาและขับร้องไปยังตำบลเบธเลเฮม ไปยังถ้ำที่
พระเยซูเจ้าประสูติ พอไปถึงก็เป็นเวลาเที่ยงคืน พระสันตะปาปาก็ทรงถวายบูชามิสซา ณ ที่นั้น เมื่อเสร็จแล้วก็กลับมาที่พักเป็นเวลาเช้ามืดราวๆ ตี 3 พระองค์ก็ถวายมิสซาอีกครั้งหนึ่ง และสัตบุรุษเหล่านั้นก็พากันกลับ แต่ก็ยังมีสัตบุรุษหลายคนที่ไม่ได้ไป พระสันตะปาปาก็ทรงถวายบูชามิสซาอีกครั้งหนึ่งเป็นครั้งที่ 3 เพื่อสัตบุรุษเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้เอง พระสันตะปาปาจึงทรงอนุญาตให้พระสงฆ์ถวายบูชามิสซาได้ 3 ครั้งในวันคริสต์มาส เหมือนกับกา
รปฏิบัติของพระองค์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จึงมีธรรมเนียมถวายมิสซาเที่ยงคืน ในวันคริสต์มาส และพระสงฆ์ก็สามารถถวายมิสซาได้ 3 มิสซาในโอกาสวันคริสต์มาสเช่นเดียวกัน
นำมาจากบทความเรื่องคริสต์มาสประวัติและประเพณี โดยคุณพ่อมีเกล กาไรซาบาล
คุณชอบเทศกาลอะไร (ปีพิธีกรรม)
เมื่อเข้าเดือนธันวาคม ผมรู้สึกดีใจ เพราะใกล้คริสต์มาส ปีใหม่ มีวันฉลองและวันหยุดหลายวัน
พระศาสนจักรคาทอลิกมีพิธีกรรมประจำปี หรือบางทีมีคนเรียก ปีพิธีกรรม (Liturgical) หรือวันสำคัญทางศาสนา เน้นที่ พระธรรมล้ำลึกปัสกาของพระเยซูเจ้า โดยเริ่มในเดือนธันวาคม
บ่อเกิดและศูนย์กลางของพิธีกรรมของเรา คือ การปฏิบัติตามคำสั่งของพระเยซูเจ้าที่ทรงกำชับบรรดาอัครสาวก ขณะรับประทานอาหารค่ำครั้งสุดท้ายว่า จงทำดังนี้ เพื่อระลึกถึงเรา (ลก. 22:19 ; 1 คร. 11:24) คือการตั้งศีลมหาสนิท วันอาทิตย์ จึงเป็นวันสำคัญของเราชาวคริสต์
เทศกาลต่างๆ จึงมี
1.เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า - เทศกาลพระคริสตสมภพ
2.เทศกาลมหาพรต - เทศกาลปัสกา
3.เทศกาลธรรมดา
วันสมโภช วันฉลอง วันระลึกถึง ต่างก็อยู่ในเทศกาลต่างๆ ในพิธีกรรมประจำปี รวมทั้งวันฉลองแม่พระและนักบุญต่างๆ โดยมีศูนย์กลางที่พระเยซูเจ้า เพื่อช่วยให้ชีวิตของเรามีสันติสุขมากขึ้น
|