ค้นหาข้อมูล :

ที่่มา : สารอัครสังฆมณฑล ฉบับที่ 6 เดือนธันวาคม 2003   โดย...บาทหลวงวีระ อาภรณ์รัตน์

เมื่อพระสันตะปาปาจูลีอัส ที่ 1 ได้ประกาศให้วันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันฉลองพระคริสตสมภพ (วันคริสต์มาส) แล้ว ในปีนั้นเองพระองค์และสัตบุรุษ ได้พากันเดินสวดภาวนาและขับร้องไปยังตำบลเบธเลเฮม ไปยังถ้ำที่

พระเยซูเจ้าประสูติ พอไปถึงก็เป็นเวลาเที่ยงคืน พระสันตะปาปาก็ทรงถวายบูชามิสซา ณ ที่นั้น เมื่อเสร็จแล้วก็กลับมาที่พักเป็นเวลาเช้ามืดราวๆ ตี 3 พระองค์ก็ถวายมิสซาอีกครั้งหนึ่ง และสัตบุรุษเหล่านั้นก็พากันกลับ แต่ก็ยังมีสัตบุรุษหลายคนที่ไม่ได้ไป พระสันตะปาปาก็ทรงถวายบูชามิสซาอีกครั้งหนึ่งเป็นครั้งที่ 3 เพื่อสัตบุรุษเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้เอง พระสันตะปาปาจึงทรงอนุญาตให้พระสงฆ์ถวายบูชามิสซาได้ 3 ครั้งในวันคริสต์มาส เหมือนกับกา รปฏิบัติของพระองค์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จึงมีธรรมเนียมถวายมิสซาเที่ยงคืน ในวันคริสต์มาส และพระสงฆ์ก็สามารถถวายมิสซาได้ 3 มิสซาในโอกาสวันคริสต์มาสเช่นเดียวกัน

นำมาจากบทความเรื่องคริสต์มาสประวัติและประเพณี โดยคุณพ่อมีเกล กาไรซาบาล

คุณชอบเทศกาลอะไร (ปีพิธีกรรม)

เมื่อเข้าเดือนธันวาคม ผมรู้สึกดีใจ เพราะใกล้คริสต์มาส ปีใหม่ มีวันฉลองและวันหยุดหลายวัน
พระศาสนจักรคาทอลิกมีพิธีกรรมประจำปี หรือบางทีมีคนเรียก ปีพิธีกรรม  (Liturgical)  หรือวันสำคัญทางศาสนา เน้นที่ พระธรรมล้ำลึกปัสกาของพระเยซูเจ้า โดยเริ่มในเดือนธันวาคม

บ่อเกิดและศูนย์กลางของพิธีกรรมของเรา คือ “การปฏิบัติตามคำสั่งของพระเยซูเจ้าที่ทรงกำชับบรรดาอัครสาวก ขณะรับประทานอาหารค่ำครั้งสุดท้ายว่า “จงทำดังนี้ เพื่อระลึกถึงเรา” (ลก. 22:19 ; 1 คร. 11:24) คือการตั้งศีลมหาสนิท
วันอาทิตย์ จึงเป็นวันสำคัญของเราชาวคริสต์

เทศกาลต่างๆ จึงมี

1.เทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า - เทศกาลพระคริสตสมภพ

2.เทศกาลมหาพรต - เทศกาลปัสกา

3.เทศกาลธรรมดา

วันสมโภช วันฉลอง วันระลึกถึง ต่างก็อยู่ในเทศกาลต่างๆ ในพิธีกรรมประจำปี รวมทั้งวันฉลองแม่พระและนักบุญต่างๆ 
โดยมีศูนย์กลางที่พระเยซูเจ้า เพื่อช่วยให้ชีวิตของเรามีสันติสุขมากขึ้น