เกร็ดความรู้...โดยพระคุณเจ้าวีระ อาภรณ์รัตน์

แม้จะมีปรากฎว่าหนุ่มสาวปัจจุบันแต่งงานช้าลง คืออายุมากขึ้นจึงแต่งงาน หรือบ้างก็ไม่ทำพิธีตามประเพณี คืออยู่กันเฉยๆ...อาจเป็นเพราะย้ายมาทำงานในเมืองใหญ่ ไม่มีใครรู้จัก เหมือนชุมชนชนบทไกลหูไกลตาผู้ใหญ่ขณะเดียวกันเพราะสื่อและอินเตอร์ เน็ตบางเรื่อง กลับทำให้“เด็กและวัยรุ่น” มีเพศสัมพันธ์กันเร็วขึ้น... จนเป็นที่น่าเป็นห่วงต่อสภาพศีลธรรมเช่นนี้ในปัจจุบันพระศาสนจักรคาทอลิกจึงสนใจต่อปัญหาครอบครัวว่าทำอย่างไรจะให้ครอบครัวของเราเข้มแข็งและอบอุ่นขึ้นนอกจากความเชื่อ      เรามีพระบัญญัติและศีลศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้เรา

มีแนวปฏิบัติร่วมกันไปสู่สันติสุขและความสำเร็จในชีวิตศีลสมรส และศีลบรรพชา เป็นศีลศักดิ์สิทธิ์     สองประการที่ช่วยเสริมสร้างเราให้เป็นหนึ่งเดียวพระเป็นเจ้า และต่อพี่น้องเพื่อนมนุษย์ในปีนี้ที่พระศาสนจักรคาทอลิกเน้นอภิบาลครอบครัว     เราจึงหันมาสนใจการส่งเสริมความเข้าใจเรื่องศีลสมรส บริการให้จัดพิธีสมรสและการแต่งงานอย่างมีความหมายและสง่างาม

ศีลสมรส เป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ของชายหนึ่งและหญิงหนึ่งที่ได้รับศีลล้างบาป มีอิสระ    (สมัครใจ)  ที่จะทำสัญญาแต่งงาน หมายความว่าทั้งสองมิได้ถูกบังคับและไม่มีอุปสรรคขัดขวางตามกฎธรรมชาติหรือกฎของพระศาสนจักร

ด้วยเหตุนี้ เมื่อใครรักกัน ตัดสินใจเลือกคนหนึ่งเป็นคู่ชีวิตเมื่อปรึกษากับผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายแล้ว   ควรปรึกษากับพระสงฆ์ เพื่อรับการอบรมเตรียมแต่งงาน วางแผนจัดพิธีให้เรียบร้อยอาจเป็นได้ว่า บางคู่อาจอยู่กินด้วยกันมาเป็นเวลานานแล้ว     ก็สามารถปรึกษากับพระสงฆ์ได้ เพื่อขจัดข้อขัดขวางที่อาจมีและทำพิธีให้ถูกต้องเพื่อให้สังคมรับรู้และรับศีลมหาสนิท  รับพระพรในชีวิตเมื่อทำพิธีแต่งงาน ให้ถูกต้องเรียบร้อย เป็นการสัญญาต่อกันว่า“จะรักยกย่องให้เกียรติกัน จนกว่าชีวิตจะหาไม่” จนกว่าความตายจะมา แยกเขาไป หมายความว่า ทั้งสองรักกันจริงๆ โดยไม่มีเงื่อนไขอาศัยพระหรรษทานแห่งการสมรส อาศัยการภาวนาอย่างสม่ำเสมอ อาศัยการไปวัดร่วมพิธีมิสซาเป็นประจำ อาศัยการอบรมฟื้นฟูส่งเสริมชีวิตครอบครัว (สชค) อาศัยคำภาวนา แบบอย่าง และการให้

กำลังใจแก่กันในปีนี้ เราจะสามารถ “เพาะรัก” ให้ยั่งยืนไม่จำเป็นว่าจะแต่งงานที่ “บางรัก” หรือวิวาห์ใต้สมุทร  ผมเชื่อว่าคำภาวนา การรับศีลศักดิ์สิทธิ์ ศีลมหาสนิทและศีลอภัยบาป จะช่วยให้ทุกครอบครัว เพาะรักได้ยั่งยืน