..........................ที่มา : สารอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯปีที่ 8 ฉบับที่ 2 เดือนกุมภาพันธ์ 2010.............................

โดย..........คุณพ่อเชษฐา ไชยเดช

นาทาเนียล ฮอทอร์น มีงานที่ดีทำ อย่างไรก็ดีเขามีความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตที่จะเป็นนักเขียน วันหนึ่งเขาถูกให้ออกจากงานและกลับมาที่บ้านด้วยความท้อแท้ใจและเป็นทุกข์ แต่สิ่งที่น่าประทับใจรอเขาอยู่ที่บ้าน ภรรยาของเขาบอกกับเขาว่า “ฉันทราบดีว่าคุณเป็นอัจฉริยะ และวันหนึ่งคุณจะเขียนผลงานที่เป็นอมตะ เวลานี้คุณมีเวลาที่จะเขียนหนังสือ เงินที่คุณให้ ฉันได้ออมไว้เพียงพอที่จะเลี้ยงครอบครัวของเรา” ด้วยความสนับสนุนจากภรรยาของเขาซึ่งให้กำลังใจ และยืนอยู่เคียงข้างเขา เขาได้เขียนผลงานชิ้นเอกตามที่ภรรยาของเขาได้ทำนายไว้ คือ “The Scarlet Letter”

พี่น้องที่รัก เมื่อพ่ออ่านเรื่องนี้พ่อคิดถึงคำสัญญาที่คู่บ่าวสาวให้แก่กันในพิธีแต่งงานที่ว่า   “ข้าพเจ้า…..(ออกชื่อตัวเอง)….. ขอรับคุณ……(ออกชื่อเจ้าสาวหรือเจ้าบ่าว)…. เป็นภรรยา (เป็นสามี) และขอสัญญาว่าจะถือซื่อสัตย์ต่อคุณ ทั้งในยามสุขและยามทุกข์ ทั้งในเวลาป่วยและเวลาสบาย เพื่อรักและยกย่องให้เกียรติคุณ จนกว่าชีวิตจะหา   ไม่” เป็นคำสัญญาที่น่าประทับใจและเป็นแก่นแท้ของการแต่งงานแบบคริสตชนที่ประกอบด้วยความรักซึ่งกันและ

กัน ความซื่อสัตย์ต่อกัน การเป็นสามีภรรยากันจนตลอดชีวิต นอกจากนี้พระศาสนจักรคาทอลิกยังสอนถึงเอกภาพของการแต่งงาน คือ การมีสามีภรรยาเดียว และจุดมุ่งหมายของการแต่งงาน คือ การให้กำเนิดบุตร   และอบรม เลี้ยงดูบุตรให้เป็นคนดี

พี่น้องที่รัก เนื่องจากหัวใจของการแต่งงาน คือ ความรัก  พ่อจึงคิดว่าการพัฒนาจากคู่รักมาเป็นคู่ชีวิตจำเป็นต้องใช้เวลาในการดูใจและเรียนรู้ซึ่งกันและกันน่าจะมีเวลานานพอสมควรที่ชายหญิงจะคบหาดูใจกันก่อนที่จะตกลงปลงใจแต่งงานกัน เพราะโดยธรรมชาติเวลาที่คบกันใหม่ๆ ต่างฝ่ายต่างก็จะมองเห็นสิ่งที่ดีของกันและกัน และมัก

จะมองข้ามข้อบกพร่องของกันและกันไป การคบกันจึงไม่เป็นเพียงแค่รู้จัก แต่ต้องรู้ใจกันด้วย รู้ทั้ง ในความดีและความบกพร่องที่แต่ละฝ่ายมี พร้อมที่จะเปิดใจยอมรับและมั่นใจว่าจะใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันได้ คนใกล้ชิดก็มีบทบาทสำคัญในชีวิตคู่ เป็นต้น คุณพ่อ คุณแม่ของเรา อย่าลืมปรึกษาท่านด้วย

เมื่อมั่นใจว่าจะแต่งงานกัน ควรไปหาคุณพ่อเจ้าอาวาสแต่เนิ่นๆ   (ประมาณ 3-6 เดือนก่อนการแต่งงาน) เพื่อตกลงกับคุณพ่อเจ้าอาวาสเรื่องวันแต่งงาน การตอบแบบสอบสวนคู่แต่งงาน  การอบรมเพื่อเตรียมแต่งงาน และรายละเอียดเกี่ยวกับ

พิธีกรรมการแต่งงาน

สภาพระสังฆราชแห่งประเทศไทยโดยกฤษฎีกาบทที่ 11 ประกาศว่า ก่อนจะโปรดศีลสมรส (ในกรณีที่คู่แต่งงานเป็นคาทอลิกทั้งคู่    หรือฝ่ายหนึ่งเป็นคาทอลิกและอีกฝ่ายหนึ่งเป็นคริสตชนที่พระศาสนจักรคาทอลิกรับรองศีลล้างบาปของเขา) ให้ถือตามกฎเกณฑ์ต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1) ให้ใช้แบบสอบสวนคู่แต่งงานที่สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทยกำหนด  2) การสอบสวนให้กระทำก่อนการสมรสอย่างน้อย 1 เดือน  3) ให้มีการประกาศสมรสในวันอาทิตย์อย่างน้อย 2 ครั้งต่อกัน (แม้ในกรณีที่คู่สมรสต่างคนต่างถือศาสนาของตน)

การสอบสวนก่อนการสมรสมีจุดประสงค์เพื่อ 1) ให้มีความมั่นใจว่าไม่มีข้อห้ามหรือข้อขัดขวางในการสมรส 2) ให้คู่บ่าวสาวมีเจตนาเข้าพิธีสมรสด้วยใจอิสระ มีความยินยอมที่จะรับกันและกันด้วยเจตนาที่แท้จริง 3) ให้คู่บ่าวสาวเข้าใจสถานภาพการสมรส ชีวิตสมรส หน้าที่ของสามีภรรยาและพ่อแม่คริสตชนที่ดี

การแต่งงานของคาทอลิกกับคนต่างนิกายและต่างความเชื่อ ที่เรียกว่าการแต่งงานแบบต่างคนต่างถือ นอกจากจะต้องตอบแบบสอบสวนคู่แต่งงานแล้ว ยังต้องกระทำดังต่อไปนี้     1) ยื่นคำร้องขออนุญาตจากพระสังฆราช โดยผ่านทางคุณพ่อเจ้าอาวาส หรือ คุณพ่อผู้ช่วยเจ้าอาวาสที่คุณพ่อเจ้าอาวาสมอบหมาย 2) คู่บ่าวสาวที่เป็นคาทอลิกจะต้องสัญญาว่า    จะถือซื่อสัตย์ต่อความเชื่อคาทอลิกตลอดชีวิต และจะพยายามขจัดอันตรายใดๆ อันจะทำให้เขาเสียความเชื่อ   และจะให้บุตรที่เกิดมาได้รับศีลล้างบาปและอบรมเลี้ยงดูตามความเชื่อของคาทอลิก ทั้งนี้ด้วยความเข้าใจอันดีในครอบครัว โดย

ฝ่ายที่ไม่ใช่คาทอลิกรับทราบ และลงนามในใบคำมั่นสัญญาของฝ่ายคาทอลิก  3) ฝ่ายที่ไม่ใช่คาทอลิกจะต้องกรอกข้อมูลเอกสาร ไม่เคยผ่านพิธีสมรส     (หรือเรียกง่ายๆ  ว่าใบรับรองความเป็นโสด) โดยให้คุณพ่อหรือคุณแม่หรือญาติผู้ใหญ่ลงนามรับรอง 4) คู่บ่าวสาวจะต้องยอมรับพันธะพื้นฐานของการสมรส

หลังจากนั้นคุณพ่อเจ้าอาวาสหรือคุณพ่อที่ได้รับมอบหมายจะกำหนดวันอบรมชีวิตสมรสสำหรับคู่บ่าวสาว    คุณพ่ออาจจะอบรมเอง หรือส่งคู่บ่าวสาวไปรับการอบรมที่วัดมหาไถ่ในวันอาทิตย์ที่หนึ่งและสองของทุกเดือน หรือที่วัดอัสสัมชัญในวันอาทิตย์ที่สามและที่สี่ของทุกเดือน การอบรมชีวิตสมรสถือว่ามีความสำคัญ  และมีเนื้อหาที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิตครอบครัวของคู่บ่าวสาว เพราะนอกจากจะอบรมถึงความหมายและศีลธรรมของการแต่งงานแล้ว การอบรมยังกล่าวถึงการวางแผนครอบครัว  การครองเรือนและการเลี้ยงดูบุตร กฎหมายไทยเกี่ยวกับเรื่องครอบครัว ฯลฯ

เมื่อใกล้ถึงวันแต่งงานคุณพ่อจะนัดคู่บ่าวสาวมาซ้อมพิธี    และอธิบายความหมายของขั้นตอนต่างๆ ในพิธีแต่งงาน  คู่บ่าวสาวอาจจะคุยกับคุณพ่อเรื่องการจัดพิธีกรรม โดยอาจจะเลือกบทอ่านในพิธี จัดเตรียมคนอ่านบทอ่าน คนถือเครื่องบูชา ฯลฯ คู่บ่าวสาวที่เป็นคาทอลิกอย่าลืมเตรียมจิตใจเพื่อที่จะรับศีลอภัยบาปก่อนการแต่งงาน และเมื่อถึงวันแต่งงานก็ขอให้เตรียมจิตใจอย่างดีเพื่อรับพระพรจากพระเป็นเจ้า และรับศีลมหาสนิท

จากที่พ่อเล่ามานี้ดูเหมือนว่าการแต่งงานของคาทอลิกมีขั้นตอนและมีการเตรียมตัวที่ยาวนานพอสมควร      แต่พ่อคิดว่ามันไม่ยาวนานเลยเมื่อเทียบกับชีวิตครอบครัวที่คู่สมรสจะต้องอยู่ด้วยกันตลอดชีวิตพ่อกับเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีมากที่พระศาสนจักรให้ความสำคัญกับการเตรียมชีวิตครอบครัวซึ่งถือว่าเป็นกระแสเรียกสำคัญของพระศาสนจักร

จริงๆ เรื่องการแต่งงานและชีวิตครอบครัวมีรายละเอียดมาก  พ่อเพียงนำมาเสนอในบางส่วนที่พ่อคิดว่าจะเป็นประโยชน์แก่พี่น้อง หากพี่น้องมีปัญหาอะไรที่เกิดขึ้นในชีวิตแต่งงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายของพระศาสนจักรพี่น้องสามารถขอคำปรึกษาได้จากสำนักงานวินิจฉัยคดีอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ และปริสังฆมณฑล โดยมีคุณพ่อประจักษ์ บุญเผ่า เป็นผู้อำนวยการสำนักงาน