ค้นหาข้อมูล :

 

ภารกิจของพระคริสตเจ้าพระบุตร

พระบิดาสถิตสถาพรนิรันดร เพราะทรงมีแผนการอันเป็นอิสรเสรีอย่างยิ่ง ทั้งทรงพระปรีชาญาณ และคุณงามความดีล้ำลึกนักหนา จึงได้ทรงสร้างโลก จักรวาลขึ้นมาได้ทรงตกลงพระทัยยกย่องมนุษย์ขึ้น ให้มีส่วนในชีวิตพระเจ้าของพระองค์ท่านเอง แม้ต่อเมื่อมนุษย์ได้ตกต่ำโดยทางอาดัมแล้ว พระองค์มิได้ทรงทอดทิ้ง ยังทรงช่วยเหลือให้เขามีทางรอดได้อยู่เสมอ ทั้งนี้เพราะทรงเห็นแก่ (พระบารมีของ) พระคริสตเจ้าพระผู้ไถ่

พระคริสตเจ้านี้ทรงเป็นฉายาลักษณ์ของพระเจ้าที่มองไม่เห็น เป็นบุตรหัวปีแห่งสรรพสัตว์โลก (คศ 1;15) ทุกคนที่พระบิดาได้ทรงเลือกสรรตั้งแต่ก่อนกาล “พระองค์ได้ทรงรู้จักเขาก่อนแล้ว และได้ทรงล่วงหน้าจัดให้เขามีรูปคล้ายฉายาลักษณ์แห่งพระบุตรของพระองค์ พระบุตรจะได้ทรงเป็นบุตรหัวปีท่ามกลางพวกพี่น้อง” (รม 8:29) ส่วนบรรดาผู้ที่เชื่อในพระคริสตเจ้าพระบิดา ได้ทรงกำหนดเรียกเขาให้เข้ามาอยู่ในพระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์” (LG 2)

“เพราะฉะนั้นพระบุตรจึงได้เสด็จมา ผู้ส่งพระองค์มาคือพระบิดา ท่านผู้นี้ ก่อนสร้างโลกได้ทรงเลือกสรรเราไว้แล้วในองค์พระบุตร ทั้งได้ทรงกำหนดล่วงหน้ารับเราไว้เป็นบุตรบุญธรรม เพราะได้ทรงพอพระทัยฟื้นฟูสรรพสิ่งในองค์พระบุตร (เทียบ อฟ 1:4-5, 10) ฉะนั้นพระบุตรเพื่อสนองตามน้ำพระทัยพระบิดา จึงได้ทรงเริ่มสถาปนาพระราชาสวรรค์บนแผ่นดิน และได้ทรงไขพระอคาธัตน์ของพระองค์แก่ชาวเรา และด้วยเดชะความเชื่อฟังของพระองค์จึงได้ทรงไถ่กู้เราจนสำเร็จ” (LG 3)

พระศาสนจักรถือว่าเป็นหน้าที่ของตนจะต้องการที่พระคริสตเจ้าทรงไถ่ คือ เตือนความศรัทธาให้ระลึกถึงการไถ่นี้ในวันที่กำหนดในระหว่างปีหนึ่งๆ ทุกๆสัปดาห์ ในวันที่เรียกว่า “วันพระเจ้า” พระศาสนจักรรำลึกถึงการกลับชีพของพระคริสตเจ้า ซึ่งพระศาสนจักรยังฉลองอีกปีละครั้งพร้อมการรับทรมาณของพระองค์ในวันสมโภชปัสกา

พระศาสนจักรยังนำรหัสธรรมของพระคริสตเจ้ามาตีแผ่ตลอดเวลาทั้งปี ตั้งแต่วันปฎิสนธิและวันบังเกิดจนถึงวันเสด็จขึ้นสวรรค์ วันพระจิตตาคม และวันที่เราหวังและคอยให้พระองค์เสด็จกลับมา

พระศาสนจักรเตือนให้ระลึกถึงรหัสธรรมการไถ่ดังนี้ เพื่อเปิดพระคลังฤทธิ์อำนาจและบุญกุศลของพระคริสตเจ้าให้แก่สัตบุรุษฤทธิ์อำนาจและบุญกุศลเหล่านี้กลับเป็นปัจจุบันเสมอไป สัตบุรุษสามารถมารับพระคุณเหล่านี้ จิตใจของเขาจึงเปี่ยมด้วยพระหรรษทานที่ช่วยให้รอด (sc 102)

พระคริสตเจ้าผู้เป็นคนกลางระหว่างพระเจ้าและมนุษย์ เกิดมาเหมือนเราทุกอย่าง “ณ เมืองเบธเลเฮม เมื่อสองพันกว่าปีที่ผ่านมา... พระเจ้าทรงทำตามพระดำริและทรงให้เราทราบถึงแผนการเร้นลับที่ทรงตั้งพระทัยทำให้สำเร็จทางพระเยซูคริสต์ แผนการของพระเจ้าที่จะทรงทำให้เสร็จเมื่อถึงกำหนดก็คือ นำทุกสิ่งที่ทรงตั้งพระทัยทำให้สำเร็จทางพระเยซูคริสต์

แผนการของพระเจ้าที่จะทรงทำให้สำเร็จเมื่อถึงกำหนดก็คือ นำทุกสิ่งที่ทรงสร้างทั้งในสวรรค์และในโลกให้มารวมกัน โดยมีพระเยซูคริสต์เป็นประมุข” (อฟ 1:9-10) (สู่พันปีที่สาม 3) พระคริสตเจ้า คือผลสำเร็จแห่งปรารถนาของบรรดาหลักธรรมทั้งมวลในโลก พระองค์แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นคือ ความบริบูรณ์

ความเป็นพระเจ้าในองค์พระคริสตเจ้านั้นตรัสกับมนุษย์ถึงเรื่องของพระองค์ ด้วยพระองค์ (สู่พันปีที่สาม 6) และพระองค์ยังคงเป็น “พระเยซูคริสต์ทรงเป็นอย่างเดียวกัน วานนี้ และตลอดไป” (ฮบ 13:8)