พระมหาทรมานเปิดฉากแบบนี้
เริ่มด้วยการวางแผนฆ่าพระเยซู การชโลมน้ำมันที่พระบาท ยูดาสทรยศ การตั้งศีลมหาสนิท และพระเยซูเจ้าเข้าตรีทูตในสวนมะกอก นักบุญมารโกเขียนรายละเอียด เพื่อบอกเราว่า พระเยซูเจ้าเริ่มทบทวนเรื่องพระมหาทรมานอย่างสั้น ๆ ก่อนที่จะเกิดขึ้น ก่อนถูกจับพระเยซูเจ้าทรงใคร่ครวญมโนธรรม ทรงคาดคะเนเหตุการณ์ ทรงมอบพระองค์เป็นบูชายันต์ โดยสมัครพระทัย ทรงมองเห็นล่วงหน้าเรื่องการฝังพระกาย การทรยศ การทรมานเลือดโชก ทกคนจะละทิ้งพระองค์รวมทั้งเปโตรจะปฏิเสธ 3 ครั้ง ว่าไม่รู้จักพระองค์ ที่สุดพระองค์สิ้นพระชนม์ ความจริงพระองค์คิดถึงเรื่องเหล่านี้แต่นานแล้ว เริ่มตั้งแต่ตรัสว่า พระมหาทรมานใกล้เข้ามาแล้ว ทรงพูดชัดเจนเมื่อ นักบุญเปโตรประกาศเรื่องพระเทวภาพที่เมืองเซซารียา ทรงยืนยัน 3 ครั้ง ว่าไม่รู้จักระองค์ ที่สุดพระองค์ก็สิ้นพระชนม์ ถูกทรมานอย่างทารุณ พระเยซูเจ้าทรงยกเรื่องยอห์นถูกตัดศรีษะมาอ้างพร้อมกับบอกว่า พระองค์และบรรดาประกาศกจะต้องเผชิญเหตุการณ์เดียวกันจึงพูดได้ว่า พระเยซูทรงใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตสังหรณ์ในใจ เรื่องความตาย และเราล่ะ เราพยายามหนี ไม่ยอมคิดเรื่องแบบนี้ใช่หรือไม่ ขอให้คิดดูสำหรับเรา ความคิดเรื่องความตายสำคัญแค่ไหน เราเบนทุกสิ่งทุกอย่างไปยังจุดนี้หรือไม่
" งานเลี้ยงปาสกา " สำหรับพวกยิวปาสกาหมายถึงการปลดปล่อย พระเจ้าทรงช่วยเขาให้เป็นอิสระในโลกนี้
เมื่อเราเผชิญสิ่งกดดันต่าง ๆ นานาสิ่งที่อาจจะทำลายเรา รวมทั้งความตายด้วย อาศัยความเชื่อเราสามารถพบพระผู้สถิตอยู่โดยที่เราไม่เห็น แน่นอน ทุกอย่างเด็ดขาดอยู่ที่พระเจ้า พระองค์สามารถช่วยให้เราผ่านพ้นสิ่งเลวร้ายไปพบความสุขที่ไม่รู้จบสิ้น พระเยซูทรงคิดถึงความตายเหมือนการฉลองปาสกา แทนที่จะหนีความจริงที่ปวดร้าวและทำให้เสียศักดิ์ศรีี ทรงยอมรับด้วยความรักพระเจ้า ขอให้เราลองหาประสบการณ์เรื่องความตาย มันจะเปลี่ยนความหมาย นักบุญเปาโลกล่าวว่า " พระองค์ทรงถ่อมพระองค์ลง " ดำรงชีพเชื่อฟังเต็มที่ พระองค์สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน " (ฟป.2,8)พระเจ้าข้า ขอทรงช่วยข้าพเจ้าให้ยอมรับอุปสรรคต่าง ๆ ในชีวิต เช่นความทุกข์ การทดสอบ การป่วยไข้ ความชรา ความล้มเหลว ความว้าเหว่ บาปเป็นการฉลองปาสกา เป็นทางผ่านไปพบพระองค์ด้วยเถิด " รับเอาไปกินเถอะนี่เป็นกายของเรา "
รายละเอียดน่าทึ่งอย่างยิ่ง
พระเยซูทรงเสกเหล้าองุ่น แล้วทรงส่งให้สาวกดื่ม โดยตรัสว่า " นี่เป็นโลหิตของเรา " การเสกศีลในภาษาต่าง ๆ ไม่น่าเป็นปัญหาพระเจ้าข้า ขอทรงช่วยให้เรามองข้ามปัญหาปลีกย่อยเราจะได้เข้าใจธรรมล้ำลึกความรักของพระองค์ ซึ่งทรงมอบพระองค์ล่วงหน้า และให้โมทนาพระมหากรุณาธิคุณด้วยความยินดี พระองค์ตรัสไว้ในพระวรสารว่า " ชีวิตเราไม่มีใครช่วงชิงไปได้ " เรามอบให้เอง " "
เราจะไม่ดื่มเหล้าองุ่นนี้อีก
จนกว่าจะถึงเราจะดื่มเหล้าองุ่นใหม่ ในเวลาที่พระเจ้าเข้าปกครอง " นี้คือความชื่นชม ความสงบสันติในการรอคอย " วันสำคัญนั้น " ในวันนั้นทุกอย่างจะเป็นชีวิต ความรัก ความสุข การฉลองรื่นเริง เหล้าองุ่นใหม่
จะไม่มีความตาย ความทุกข์โศก ร้องไห้คร่ำครวญ หรือความเจ็บปวดอีกต่อไป แต่จะมีงานเลี้ยงของพระชุมพา ( วิวรณ์ 21 , 4 ) เราทุกคนกำลังเดินทางไปพบวันสุดท้าย วาระสุดท้ายของกาลเวลา อาณาจักรของพระเจ้าจะสมบูรณ์ วาระสุดท้ายของจักรวาล
พระเยซูสั่งศิษย์ว่า นั่งคอยอยู่ที่นี่ระหว่างเราอธิษฐาน
ในระหว่างพระทรมาน พระเยซูทรงอธิษฐานเรื่อยไป
ทรงภาวนาสองครั้ง ครั้งแรกในสวนมะกอก และที่ภูเขากัลวาริโอ นักบุญมารโกบอกเราว่า พระเยซูทรงอธิษฐานภาวนาเป็นภาษาอาราเบียน ภาษาที่ทรงใช้ตั้งแต่เด็ก พระแม่มารีย์สอนพระองค์สวด " อับบา " แปลว่า " เอโลอี " แปลว่าพระเป็นเจ้า พระเจ้าข้า ขอทรงช่วยให้ข้าพเจ้ากล้าสวดเมื่อมีความทุกข์ยากเหมือนพระองค์ว่า 1.ขอโปรดปัดเป่าความทุกข์นี้
2.ไม่ใช่ตามแบบที่ข้าพเจ้าพอใจ แต่ตามที่ทรงพอพระทัย ข้อคิดพิเศษ 1.มุ่งสู่ความสงัดเงียบ
ขอให้เราติดตามพระเยซู ทรงแจ้งให้ทราบว่าทุกคนจะละทิ้งพระองค์ เปโตรซึ่งรับผิดชอบอัครสาวกมากที่สุดจะปฏิเสธพระองค์ ทรงนำสาวกทั้งสามไปด้วยขณะเข้าตรีทูต และทรงหลับมาพบเขาทั้งสามครั้ง เพื่อขอให้เขจาตื่นเฝ้า แต่เขากลับหลับสบายแล้วทั้งสามหนีไป บนกางเขนรู้สึกว่าพระบิดาทอดทิ้งพระองค์ นี่แหละความสงัดเงียบวิเวกวังเวง ทรงสิ้นพระชนม์โดดเดี่ยว พระองค์ไม่เคยหักหลังใคร ทรงนอบน้อมต่อสภาพมนุษย์
2.การดำเนินคดีต่อพระเยซูในสองประเด็น ก.ทรงเป็นบุตรพระเจ้า ข.ทรงเป็นกษัตริย์ พระเยซูเป็น " นักบวช " ในสายตาของสมณะคณะสงฆ์อาวุโส เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเผยให้โลกรู้จักเอกลักษณ์แท้จริง ผู้ถูกลงโทษคือพระเยซูแห่งนาซาเร็ธ " พระมหาสมณะจึงซักพระองค์ต่อไปว่า ท่านเป็นพระคริสต์
พระบุตรของผู้ประเสริฐหรือ ใช่ พระเยซูเจ้าตรัสตอบ ท่านจะเห็นบุตรมนุษย์นั่งเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้าสูงสุด และเสด็จมาเหนือเมฆ " ความลับทั้งหมดถูกเปิดเผยในที่สุด พระเยซูตรัสชัดเจนว่าเป็นใคร ตลอดเวลาสามปีที่เทศน์สอน ทรงขอให้ปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ เพราะทรงเกรงว่าประชาชนไม่อาจเข้าใจ เมื่อมองดูกางเขน ทรงเป็นพระบุตรพระเจ้า แต่ไม่เหมือนที่มนุษย์นึกคิด
ทรงเป็นกษัตริย์แต่ไม่เหมือนที่มนุษย์รอคอย พระบุตรองค์นี้ทรงเป็นความรักโดยไม่เห็นแก่ตัวเลย ความรักของพระองค์สูงสุด ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อคนอื่น การเป็นกษัตริย์พระองค์เป็นความรักไม่ใฝ่ฝันครอบครองใคร ทรงเป็นผู้รับใช้ที่มอบชีวิตเพื่อคนอื่น นี้คือมติใหม่สุดไม่มีใครเข้าใจอะไรเลย คนที่เดินผ่านไปสั่นหัวต่อกษัตริย์ของพวกยิว เขากล่าวหาพระองค์จะทำลายพระวิหาร หัวหน้าสมณะเยาะเย้ยว่า
ถ้าพระเยซูทรงเป็นกษัตริย์ ก็ลงจากกางเขน เขาจะได้เชื่อ โจรสองคนที่ถูกตรึงกางเขนทางขวาและทางซ้ายพูดหยาบคายต่อพระองค์ พวกสาวกก็หลบหนีหมด " ทหารทรยศนายร้อยผู้หนึ่ง ซึ่งยืนเฝ้ากางเขนอยู่ได้ยินพระองค์เปล่งวาจาเช่นนั้นพูดว่า แท้จริงแล้วท่านผู้นี้เป็นบุตรของพระเจ้า " |