คุณพ่อ ปรีชา นิยมธรรม แสงธรรมปริทัศน์ปีที่ 18 เดือนที่กันยายน-ธันวาคม 1994 | |||
|
|
|
|
แล้วก็มีผู้เตรียมเทศกาลคริสตสมภพเพื่อเรา พ่อค้า แม่ค้า ห้างสรรพสินค้าเตรียมสินค้าไว้สารพัดสิ่งไว้ให้เราบริโภค วิทยุโทรทัศน์เสนอรายการพิเศษ ถ้าเราพูดถึงยุโรปก็จะมีการเตรียมการณ์มากกว่านี้หลายเท่า การเตรียมการเหล่านี้จะช่วยเราคริสตชนให้เกิดความรู้สึกในใจว่า คริสตสมภพใกล้เข้ามาแล้ว เพราะบรรยากาศภายนอกดูเหมือนวิงวอน ขอร้อง สะกิดใจ ให้เราซึมซับคริสตสมภพเข้าในตัว ถ้าจะให้คริสตสมภพเป็นคริสตสมภพแท้สำหรับเรา จำเป็นที่เราจะต้องตื่นตัวตื่นใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบข้างตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นการประดับประดาร้านค้า โฆษณาต่างๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ น่าจะจุดประกายความร้อนรนที่จะเฉลิมฉลองเทศกาลนี้ เพราะสิ่งรอบตัวเรานั้นนำเสนอความคิด ยัดเยียดด้วยซ้ำไป เพราะการกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้าจะให้คริสตสมภพเป็นคริสตสมภพแท้สำหรับเรา
เราต้องพยายามให้การตระเตรียมภายนอกพูดกับเราให้เจ้าใจว่าบรรยากาศการตระเตรียมนั้นไม่เหมือนกันตามที่ต่างๆ จากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่ง จากชนกลุ่มหนึ่งไปสู่ชนอีกกลุ่มหนึ่ง ผู้อาวุโสอาจคิดอาจมีปฏิกิริยาตอบไม่เหมือนวัยรุ่น คนเจ็บป่วย คนตกงานอาจมีความรู้สึกผิดแผกไป จากคนสบายดีและมีงานทำ พิธีการเฉลิมฉลองของประเทศร่ำรวยคงไม่เหมือนกับประเทศยากจนแน่ๆ ฯลฯ
ยิ่งวันงานสมโภชคริสตสมภพและงานวันขึ้นปีใหม่ส่งท้ายปีเก่าจะกลายมาเป็นงานเดียวกันทีละเล็กทีละน้อย ตามธรรมดา วันฉลองคืออะไร? วันฉลอง งานฉลองก็เปรียบเสมือนวงเล็บในชีวิตของเรา คือเวลาที่เรากันไว้ต่างหากเพื่อเปิดโอกาสให้มาร่วมชุมนุมกัน บ่อยครั้งที่เราทำในสิ่งที่ปกติเราไม่ทำในชีวิตประจำวัน ทุกคนมารวมกันเพื่อสร้างความยินดี สร้างความสนุกเพื่อความสุข และทุกคนก็มีความรู้สึกว่ามีความเป็นหนึ่งเดียวกันและอาจรับประทานหรือดื่มมากกว่าปกติ งานฉลองเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ทุกคนต้องการ เป็นส่วนประกอบของชีวิตดังเช่น ครอบครัว การงาน ความรักความเอื้ออาทร ความสนุก สังสรรค์และความตาย คงจะเป็นชีวิตที่เศร้ามากถ้าใครคนใดไม่มีโอกาสได้มีงานฉลองในชีวิตของเขา ดังนี้คริสตสมภพอาจหลงเดินไปในหนทางและการตกระดับ "เป็นการกินอย่างเอิกเกริก" ซึ่งไม่ตรงกับความหมายจริงของ "งานฉลอง" ถ้าจะให้คริสตสมภพเป็นคริสตสมภพที่แท้ ควรมีบรรยากาศหรือความรู้สึกอะไรๆ ที่ไม่ธรรมดา ต้องเจือปนด้วยกลิ่นไอและสัมผัสของ "งานฉลอง" โดยไม่จำเป็นต้องมีอาหารเลิศรสหรือจัดงานใหญ่โตหรือมีของแพงๆ ก็ได้ แต่การบังเกิดของพระกุมารน่าจะเป็นโอกาสมีอะไร "สักอย่าง" ประทับตราตรึงใจเราบ้างคือน่าจะมีหมายอะไรบอกว่า "เป็นพิเศษ" สักอย่าง เพราะแท้จริงแล้วต้นกำเนิดนั้น คริสตสมภพคือวันแห่งความโดดเดี่ยวเงียบเหงาประสามนุษย์ แต่ในความเงียบเหงาโดดเดี่ยวประสามนุษย์ของวันนั้น มีมิตรภาพ มีความยินดี และนี่คือ กุญแจดอกสำคัญไปสู่ "งานฉลอง" ที่ผ่านไปอย่างเป็นผลสำเร็จ เพราะ จิตใจที่เปิดกว้างสู่คนรอบข้าง สู่สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว และนักบุญลูกาได้บอกให้รู้ว่าในคืนอันโดดเดี่ยวแต่สุขใจของคริสตสมภพบรรดาคนเลี้ยงแกะได้พบความยินดีและสันติ (เทียบ ลูกา 2:8-20) โดยทั่วไปดูเหมือนว่าคริสตสมภพจะเป็น "งานฉลอง"
ของบรรดาหนูน้อยทั้งหลาย (เป็นพิเศษในประเทศยุโรป โดยเฉพาะในเช้าของคริสตสมภพ 25 ธันวาคม ที่พวกเขาจะไปดูที่รองเท้าของตนว่ามีของขวัญอะไรบ้าง แล้วก็จะเห็นความยินดีปรีดา ความตื่นเต้นของสีหน้าและอิริยาบถของพวกเขาเหล่านั้น
) และครอบครัวส่วนมากก็ปรารถนาให้ลูกๆ ได้มาร่วมฉลองคืนคริสตสมภพคล้ายๆ กับมีความปรารถนาลึกๆ จะได้พบบรรยากาศอันอบอุ่นในวัยเด็กของตนอีกครั้ง คงไม่ผิดทีเดียวถ้าจะกล่าวว่าเด็กๆ เป็น "ดารา" ของงานฉลองคริสตสมภพแต่ก็เป็นที่น่าเสียดายว่า เด็กหลายคนได้รับการเอาอกเอาใจมากมีเดียว ส่วนเด็กจำนวนไม่น้อยบนโลกต้องนั่งตาปริบๆ เพราะพวกเขาไม่มีโอกาสได้รับของขวัญใดๆ เลย
ประสบการณ์ความจริงกับเราข้อนี้เตือนใจให้เรานึกถึงอาณาจักรสวรรค์ "พระอาณาจักรสวรรค์เป็นของผู้ที่เหมือนเด็กเล็กๆ " เป็นการเชิญอันเน้นย้ำให้พวกเรา ผู้ใหญ่ กลับเป็นเหมอนเด็ก ถอดหน้ากากแห่งความมารยาของชีวิตของพวกเรา เมื่อเผชิญหน้ากับโลกแข็งกระด้างน่าเบื่อหน่าย คริสตสมภพเป็นประดุจท่อธารอันเย็นฉ่ำสำหรับมนุษย์ทุกคนทั่วหน้า คริสตสมภพอยู่เบื้องหน้าเราเหมือนกับบอกเราว่า "ลุกขึ้นมาใช้ชีวิตด้วยลำแข้งตนเองสิ มัวปล่อยให้เป็นทาส เป็นเครื่องเล่นของเหตุการณ์ในชีวิตและความจำเจของชีวิตประจำวันทำไม!!!" คริสตสมภพอันแท้จริง คือพระเป็นเจ้าผู้บังเกิดเป็น "กุมารน้อย" ชาวยิว และคุกคามจากความรุนแรงและความเกลียดชังของคนในสมัยนั้น และคนสมัยของเราด้วย ไม่มีใครเคยคิดว่าองค์พระเยซู จะเกิดเป็นกุมารน้อยแบบชาวอพยพในระหว่างการเดินทาง น่าคิด น่ารำพึงพินิจ น่าที่เราจะพยายามเข้าใจความหมายให้ลึกซึ้งขึ้น พระเป็นเจ้านำเสนอพระองค์และกิจการของพระองค์บ่อยครั้งในชีวิตประจำวันของเราโดยที่เราไม่คิดและคาดฝันมาก่อน และในรูปลักษณ์ที่เราไม่รู้มาก่อน |