สารอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯเดือนกรกฎาคม 2011

Share |

สัมมนาสงฆ์ระดับประเทศ ครั้งที่ 28ในปีนี้จะจัดขึ้นวันที่ 11-15 กรกฎาคม 2011 ณ บ้านผู้หว่าน ในหัวข้อ “พระสงฆ์ผู้อภิบาลชุมชนศิษย์พระคริสต์” ซึ่งหัวข้อนี้เป็นหัวข้อที่น่าสนใจ ทางทีมสารฯจึงสัมภาษณ์ประธานจัดงานในครั้งนี้คือคุณพ่อศิริชาญ เอียงผาสุข และเลขาธิการฯ คือ คุณพ่อวรยุทธ กิจบำรุง

คุณพ่อวรยุทธกล่าวถึงภาพรวมของการสัมมนาพระสงฆ์ทั่วถิ่นไทยระดับประเทศจัดขึ้นทุกๆ 2 ปี และในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 28 แล้ว ย้อนไปเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว สภาพระสังฆราชฯ เห็นว่า ตอนนี้จำนวนพระสงฆ์มีมากขึ้น และโครงสร้างเปลี่ยนแปลงไป พระสงฆ์จากแสงธรรม ปีนัง โรม พระสงฆ์ 4 อีสาน พระสงฆ์หนุ่ม ก็มีการพบปะกัน มีกิจกรรมร่วมกัน และทางคณะกรรมการจัดการสัมมนาเห็นว่าการสัมมนาสงฆ์ในประดับประเทศ ควรจัดปีเว้นปีและในระหว่างปีนั้นก็จะมีการสัมมนาพระสงฆ์ระดับภูมิภาคอีสาน คืออัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสง, สังฆมณฑลอุบลราชธานี, สังฆมณฑลอุดรธานี, สังฆมณฑลนครราชสีมา และ ภูมิภาคกรุงเทพฯ ได้แก่ อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ สังฆมณฑลนครสวรรค์ สังฆมณฑลเชียงใหม่ สังฆมณฑลจันทบุรี สังฆมณฑลราชบุรี สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี

พระอัครสังฆราชเกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช เป็นประธานคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระสงฆ์ คุณพ่อวรยุทธ กิจบำรุงเป็นเลขาธิการ ซึ่งที่ผ่านมา ก็จะมีการหมุนเวียนประธานจัดงาน ปีที่แล้วเป็นคุณพ่อวัชรินทร์ ต้นปรึกษา และในปีนี้เป็นคุณพ่อศิริชาญ เอียงผาสุข เป็นประธาน หัวข้อของสัมมนาครั้งนี้คือ “พระสงฆ์ผู้อภิบาลชุมชนศิษย์พระคริสต์” เนื้อหาการสัมมนาเพื่อรองรับแผน 5 ปีของสภาพระสังฆราชฯ เน้นเรื่องวิถีชุมชนวัด (BEC) เพื่อให้สอดคล้องกับแผน 5 ปี เพราะเห็นว่าพระสงฆ์มีความสำคัญที่ทำให้แผนอภิบาลเป็นจริงในระดับสังฆมณฑล ระดับวัด ดังนั้นจึงอยากจะให้พระสงฆ์เข้าใจก่อน

บราเดอร์ทินรัตน์ คมกฤส ผู้อำนวยการสำนักนโยบายทิศทางงานอภิบาล ได้รับมอบหมายให้ประสานงานกับวิทยากรของสภาพระสังฆราชแห่งเอเชีย FABC ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับ BEC และคุณพ่อปิยะชาติ มะกรครรภ์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาฯ ฝ่ายอภิบาลคริสตชน เป็นผู้ประสานงานกับทีมของประเทศไทยที่จะร่วมมือกับวิทยากรจากต่างประเทศ

คาดว่าจะมีพระสงฆ์มาเข้าร่วมจำนวนประมาณ 350 คน ก็คิดว่าน่าจะมากที่สุดก่อนที่จะถึงวันสัมมนา ทางด้านวิทยากรก็พยายามให้พระสงฆ์ทุกๆ สังฆมณฑลฯ ทำการบ้านมาก่อน โดยจะมีคำถามทั้งหมด 8 คำถาม ในการทำความเข้าใจความเป็นทีมระดับสังฆมณฑลและเป็นข้อมูลให้กับวิทยากร

ด้านสถานที่รับรองผู้เข้าร่วมสัมมนานั้นคุณพ่อประเสริฐ ตรรกเวศม์ผู้รับผิดชอบ ได้มีการเตรียมการของบ้านผู้หว่าน แต่ก็อาจจะไม่เพียงพอ จึงได้ติดต่อบ้านธารพระพร ของซาเลเซียน

คุณพ่อศิริชาญ เอียงผาสุข ประธานจัดงานครั้งนี้ ได้กล่าวถึงความคิดเห็นของการสัมมนาครั้งนี้

1.ในการสัมมนาครั้งนี้คงจะมีพระสงฆ์มาเข้าร่วมสัมมนามากพอสมควรทีเดียว เนื่องจากแผนอภิบาล คริสตศักราช 2010 - 2015  สภาพระสังฆราชฯ ได้มองเห็นถึงความจำเป็นที่บรรดาพระสงฆ์ผู้ซึ่งเป็นผู้อภิบาลชุมชนของพระคริสตเจ้า  จะได้เข้าถึงวิสัยทัศน์และพันธกิจของแผนอภิบาล เพื่อนำจะได้นำไปสู่ภาคปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างแท้จริง

2.เรื่องเด่นในการสัมมนาครั้งนี้คือ “วิถีชุมชนวัด”  ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนแผนอภิบาล คริสตศักราช 2010 - 2015 นี้ มุ่งเน้นชีวิตทั้งส่วนบุคคล และส่วนรวม  โดยเริ่มจาก “ฟังพระวาจาของพระเจ้าและปฏิบัติตาม” การสัมมนาในครั้งนี้มุ่งเน้นที่บรรดาพระสงฆ์  จะได้รับความรู้ และเข้าใจถึงการมีส่วนร่วมของพระศาสนจักร ทั้งพระสงฆ์ และฆราวาส  พร้อมทั้งพัฒนาบทบาทของพระสงฆ์เอง ในฐานะผู้นำชุมชนคริสตชน และให้โอกาสผู้นำฆราวาสได้มีส่วนร่วมในบทบาทผู้นำอย่างจริงจัง  อีกทั้งจะได้เรียนรู้จากการนำเสนอประสบการณ์จากทีมวิทยากร และได้มีโอกาสอภิปรายในกลุ่มใหญ่ กลุ่มย่อย แลกเปลี่ยนความรู้  ความเข้าใจ และประสบการณ์การทำงานที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น

สำหรับเอกสารในการสัมมนาพระสงฆ์ครั้งนี้ จะมีการศึกษาเอกสารAsIPA คือ เอกสาร B/2 ชุมชนคริสตชนย่อย, C/4 พระศาสนจักรที่ทุกคนมีส่วนร่วม, D/9 ภาวะผู้นำในวิถีทางใหม่ ผู้นำแบบเสริมสร้าง และยังมีเอกสารเสริม คือ การแบ่งปันพระวาจา Group Response และ 7 Step ฯลฯ

และเมื่อจบการสัมมนาครั้งนี้แล้วพระสงฆ์ได้เรียนรู้และพัฒนาการเป็นผู้นำและผู้อภิบาลชุมชนคริสตชนย่อย  พร้อมกับเรียนรู้การใช้บทเรียนและเครื่องมือในงานวิถีชุมชนวัด และได้มีประสบการณ์กับพระเจ้าและชีวิตหมู่คณะผ่านทางการแบ่งปันพระวาจาจะต้องเป็นผู้นำมีความเข้าใจ วิถีชุมชนวัด BEC ขึ้น เพื่อจะกลับไปทำงานกับสัตบุรุษในชุมชนคริสตชนย่อย และพระศาสนจักรที่ทุกคนมีส่วนร่วม

สุดท้ายนี้ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้อ่านสารสังฆมณฑลฯ ฉบับนี้ร่วมใจกันภาวนาเพื่อการสัมมนาครั้งนี้เป็นไปด้วยการนำโดยพระจิตเจ้า และหลังจากการสัมมนาครั้งนี้เ พระสงฆ์ซึ่งเป็นผู้อภิบาลชุมชนศิษย์พระคริสต์ จะนำความเข้าใจเรื่องวิถีชุมชนวัด กลับไปพัฒนาชุมชนคริสตชนในวัดของตนและเพื่อให้ชุมชนศิษย์พระคริสต์และสมาชิกทุกคนได้มีส่วนร่วมในพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย และยังผลมาสู่คริสตชนกลุ่มย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ