บทอ่านจากหนังสือกิจการอัครสาวก กจ 7:51-59,8:1ก
ในครั้งนั้น ท่านผู้ดื้อรั้น ใจกระด้างและหูตึงทั้งหลายเอ๋ย ท่านต่อต้านพระจิตเจ้าอยู่เสมอ บรรพบุรุษของท่านเคยทำเช่นไร ท่านก็ทำเช่นนั้น มีประกาศกคนใดบ้างที่บรรพบุรุษของท่านมิได้เบียดเบียน เขาฆ่าผู้ที่ประกาศล่วงหน้าถึงการเสด็จมาของพระเยซูเจ้าผู้ทรงชอบธรรม และบัดนี้ท่านทั้งหลายก็ทรยศและฆ่าพระองค์ด้วย ท่านทั้งหลายได้รับธรรมบัญญัติผ่านทางทูตสวรรค์ แต่ก็หาได้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัตินั้นไม่”
เมื่อได้ฟังดังนั้น ทุกคนรู้สึกขุ่นเคืองเจ็บใจ ขบฟันคำรามเข้าใส่สเทเฟน สเทเฟนเปี่ยมด้วยพระจิตเจ้า เพ่งมองท้องฟ้า มองเห็นพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า และเห็นพระเยซูเจ้าทรงยืนอยู่เบื้องขวาของพระเจ้า จึงพูดว่า “ดูซิ ข้าพเจ้าเห็นท้องฟ้าเปิดออก และเห็นบุตรแห่งมนุษย์ทรงยืนอยู่เบื้องขวาของพระเจ้า” ทุกคนจึงร้องเสียงดัง เอามืออุดหู วิ่งกรูกันเข้าใส่สเทเฟน ฉุดลากเขาออกไปนอกเมืองแล้วเริ่มเอาหินขว้างเขา บรรดาพยานนำเสื้อคลุมของตนมาวางไว้ที่เท้าของชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ “เซาโล” ขณะที่คนทั้งหลายกำลังเอาหินขว้างสเทเฟน สเทเฟนอธิษฐานภาวนาว่า “ข้าแต่พระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดรับวิญญาณของข้าพเจ้าด้วย” เซาโลเป็นคนหนึ่งที่เห็นชอบกับการที่สเทเฟนถูกฆ่า
บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น ยน 6:30-35
เวลานั้น ประชาชนจึงทูลถามว่า “ท่านทำเครื่องหมายอัศจรรย์ใดเพื่อพวกเราจะได้เห็น และจะได้เชื่อในท่าน ท่านทำอะไร บรรพบุรุษของเราได้กินมานนาในถิ่นทุรกันดาร ดังที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า พระองค์ประทานขนมปังจากสวรรค์ให้เขากิน”
พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า มิใช่โมเสสที่ให้ขนมปังจากสวรรค์แก่ท่าน แต่เป็นพระบิดาของเราที่ประทานขนมปังแท้จากสวรรค์ให้ท่าน เพราะขนมปังของพระเจ้า คือขนมปังซึ่งลงมาจากสวรรค์ และประทานชีวิตให้แก่โลก”
ประชาชนจึงทูลว่า “นายขอรับ โปรดให้ขนมปังนี้แก่พวกเราเสมอเถิด” พระเยซูเจ้าตรัสแก่เขาว่า “เราเป็นปังแห่งชีวิต ผู้ที่มาหาเราจะไม่หิว และผู้ที่เชื่อในเราจะไม่กระหายอีกเลย”
ข้อคิด
พระเยซูเจ้าตรัสว่า เงื่อนไขการได้มาซึ่งชีวิตนิรันดร์นั้นเกี่ยวข้องกับความเชื่อในพระองค์ ใครก็ตามที่ต้องการชีวิตนี้ก็ต้องเชื่อ หากไม่เชื่อก็ไม่ได้ชีวิตที่พระองค์สัญญา เชื่ออะไรล่ะ? พระองค์บอกว่าก่อนอื่นหมดให้เชื่อมั่นในสิ่งที่พระองค์กล่าว เชื่อว่าแม้ว่าเวลานี้เราอาจจะไม่เข้าใจ เชื่อประการที่สองคือเชื่อว่าพระบิดาเจ้าสวรรค์ทรงส่งพระเยซูเจ้ามาในโลกนี้เพื่อภารกิจไถ่กู้โลกจากอำนาจมืด เชื่อประการที่สามคือ ใครก็ตามที่ยึดมั่นในพระองค์ เคารพ และรักพระองค์ จะได้อาหารหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณ ชาวคริสต์เราจึงต้องรื้อฟื้นความเชื่อในพระองค์ และไตร่ตรองความหมายของชีวิตเสมอ ใช่แล้ว..ความจริงของชีวิตนั้นลึกล้ำนัก การตริตรองพร้อมกับพระองค์ก็จะให้ความสว่างแก่เราไม่มากก็น้อยแน่นอน