www.catholic.or.th

มีข้อผิดพลาด
  • JLIB_DATABASE_ERROR_FUNCTION_FAILED

วันจันทร์ที่ 3 เมษายน 2017 สัปดาห์ที่ 5 เทศกาลมหาพรต

บทอ่านจากหนังสือประกาศกดาเนียล                             ดนล 13:41ค-62
     ทุกคนที่มาประชุมกันเชื่อเขา เพราะเขาเป็นผู้อาวุโสผู้พิพากษาประชากร จึงตัดสินลงโทษให้ประหารชีวิตนาง นางสุสันนาร้องตะโกนดังสุดเสียงว่า “ข้าแต่พระเจ้านิรันดร พระองค์ทรงทราบความลับทุกประการ และทรงทราบทุกสิ่งก่อนที่จะเกิดขึ้น พระองค์ทรงทราบว่าทั้งสองคนนี้กล่าวเท็จปรักปรำข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะต้องตายทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำสิ่งใดผิดดังที่เขาเหล่านี้กล่าวร้ายปรักปรำข้าพเจ้า”
     องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงฟังเสียงของนาง ขณะที่เขากำลังนำนางไปประหารชีวิต พระเจ้าทรงดลใจชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อดาเนียล เขาร้องตะโกนเสียงดังว่า “ข้าพเจ้าไม่ยอมมีส่วนร่วมในความตายของหญิงผู้นี้” ประชาชนทุกคนหันไปถามเขาว่า “ท่านพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร” ดาเนียลยืนอยู่ในหมู่คนทั้งหลาย พูดว่า “ชาวอิสราเอลเอ๋ย ทำไมท่านจึงโง่เขลาเช่นนี้ เหตุใดท่านจึงตัดสินลงโทษหญิงชาวอิสราเอลคนหนึ่งโดยไม่สืบสวนความจริงเสียก่อน จงกลับไปพิจารณาคดีเถิด เพราะคนเหล่านี้เป็นพยานเท็จปรักปรำนาง”
     ประชาชนทุกคนก็รีบกลับไป บรรดาผู้อาวุโสพูดกับดาเนียลว่า “เชิญมานั่งกับพวกเรา จงแสดงความคิดของท่านให้เราฟังเถิด เพราะพระเจ้าประทานความเฉลียวฉลาดเยี่ยงผู้อาวุโสให้แก่ท่าน” ดาเนียลตอบเขาว่า “จงแยกสองคนนี้ให้อยู่คนละแห่ง แล้วข้าพเจ้าจะสอบสวนเขา” เมื่อแยกทั้งสองคนจากกันแล้ว ดาเนียลก็เรียกคนหนึ่งมาถามว่า “ท่านนี่ ยิ่งแก่ก็ยิ่งชั่ว บัดนี้ บาปที่ท่านเคยทำในอดีตก็ปรากฏให้เห็น ท่านเคยตัดสินคดีอย่างอยุติธรรม ลงโทษคนบริสุทธิ์ และยกโทษให้ผู้ทำผิด ทั้งๆ ที่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า ‘อย่าประหารชีวิตผู้ชอบธรรมและบริสุทธิ์’ บัดนี้ ถ้าท่านเห็นหญิงคนนี้จริงๆ จงบอกซิว่า ท่านเห็นเขาทั้งสองคนอยู่ด้วยกันใต้ต้นไม้อะไร” เขาตอบว่า “ใต้ต้นยาง” ดาเนียลพูดว่า “โดยแท้จริงแล้ว ท่านพูดเท็จกล่าวโทษตนเอง ทูตสวรรค์ของพระเจ้าจะผ่าท่านเป็นสองส่วนตามพระบัญชาของพระองค์” ดาเนียลส่งเขากลับไปยังที่ของตน สั่งให้นำอีกคนหนึ่งออกมา พูดว่า “ท่านนี่เป็นเชื้อสายชาวคานาอัน ไม่ใช่ชาวยูดาห์ ความงดงามหลอกลวงท่าน ตัณหาทำให้ใจของท่านหลงผิดไป ท่านทั้งสองคนเคยทำเช่นนี้กับบุตรหญิงชาวอิสราเอล และเขาเหล่านั้นยอมทำตามใจท่านเพราะความกลัว แต่บุตรหญิงชาวยูดาห์ผู้นี้ทนความชั่วร้ายของท่านไม่ได้ บัดนี้ จงบอกมาซิ ท่านพบเขาทั้งสองคนอยู่ด้วยกันใต้ต้นไม้อะไร” เขาตอบว่า “ใต้ต้นโอ๊ก” ดาเนียลจึงพูดว่า “โดยแท้จริงแล้ว ท่านพูดเท็จกล่าวโทษตนเอง ทูตสวรรค์ของพระเจ้าถือดาบคอยฟันท่านเป็นสองท่อน ท่านทั้งสองคนจะต้องตายแน่”
     คนทั้งหลายที่ชุมนุมกันต่างตะโกนเสียงดังด้วยความยินดี ถวายพระพรแด่พระเจ้าผู้ทรงช่วยผู้วางใจในพระองค์ให้รอดพ้น เขาทั้งหลายรุมกล่าวโทษผู้อาวุโสทั้งสองคน เพราะดาเนียลทำให้เขาต้องยอมสารภาพว่าได้เป็นพยานเท็จ ประชาชนจึงลงโทษเขาเช่นเดียวกับที่เขาพยายามทำกับผู้อื่น โดยประหารชีวิตคนทั้งสองตามที่ธรรมบัญญัติของโมเสสกำหนดไว้ ในวันนั้นผู้บริสุทธิ์ก็ได้รอดชีวิต

 

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น                                 ยน 8:1-11
     เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จไปยังภูเขามะกอกเทศ เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น พระองค์เสด็จไปในพระวิหารอีก ประชาชนเข้ามาห้อมล้อมพระองค์ พระองค์ประทับนั่ง แล้วทรงเริ่มสั่งสอน
     บรรดาธรรมาจารย์และชาวฟาริสีนำหญิงคนหนึ่งเข้ามา หญิงคนนี้ถูกจับขณะล่วงประเวณี เขาให้นางยืนตรงกลาง แล้วทูลถามพระองค์ว่า “อาจารย์ หญิงคนนี้ถูกจับขณะล่วงประเวณี ในธรรมบัญญัติ โมเสสสั่งเราให้ทุ่มหินหญิงประเภทนี้จนตาย ส่วนท่านจะว่าอย่างไร” เขาถามพระองค์เช่นนี้เพื่อจับผิดพระองค์ หวังจะหาเหตุกล่าวโทษพระองค์ แต่พระเยซูเจ้าทรงก้มลง เอานิ้วพระหัตถ์ขีดเขียนที่พื้นดิน เมื่อคนเหล่านั้นยังทูลถามย้ำอยู่อีก พระองค์ทรงเงยพระพักตร์ขึ้น ตรัสว่า “ท่านผู้ใดไม่มีบาป จงเอาหินทุ่มนางเป็นคนแรกเถิด” แล้วทรงก้มลงขีดเขียนบนพื้นดินต่อไป เมื่อคนเหล่านั้นได้ฟังดังนี้ ก็ค่อยๆ ทยอยออกไปทีละคน เริ่มจากคนอาวุโส จนเหลือแต่พระเยซูเจ้าตามลำพังกับหญิงคนนั้น ซึ่งยังคงยืนอยู่ที่เดิม พระเยซูเจ้าทรงเงยพระพักตร์ขึ้น ตรัสกับนางว่า “นางเอ๋ย พวกนั้นไปไหนหมด ไม่มีใครลงโทษท่านเลยหรือ” หญิงคนนั้นทูลตอบว่า “ไม่มีใครเลย พระเจ้าข้า” พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เราก็ไม่ลงโทษท่านด้วย ไปเถิด และตั้งแต่นี้ไป อย่าทำบาปอีก”


ข้อคิด
     พระเยซูเจ้าทรงป้องกันหญิงผู้น่าสงสารจากการถูกลงโทษตามแบบฉบับมาตรฐานของชาวยิว เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้เปี่ยมด้วยความรัก ความเมตตา และพร้อมให้อภัย พระองค์ประณามบาป แต่พระองค์ทรงรักคนบาป และทรงรอคอยการกลับใจของเขา สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส เตือนสติชาวโลกในยุคปัจจุบันนี้ว่า “พระเจ้าไม่ต้องการให้คนบาปตาย แต่ต้องการให้กลับใจ” และ“อย่าเที่ยววิจารณ์คน โดยไม่มองตนเอง” เยซูเจ้ามักจะทำสิ่งไม่คาดฝันให้เกิดกับชีวิตของเราด้วยพระเมตตาของพระองค์เสมอ