www.catholic.or.th

มีข้อผิดพลาด
  • JLIB_DATABASE_ERROR_FUNCTION_FAILED

วันพุธที่ 9 สิงหาคม 2017 สัปดาห์ที่ 18 เทศกาลธรรมดา

บทอ่านจากหนังสือกันดารวิถี                                          กดว 13:1-2ก,25-14:1,26-30,34-35
     ในครั้งนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับโมเสสว่า “จงส่งคนไปสำรวจแผ่นดินคานาอันที่เรากำลังจะมอบให้แก่ชาวอิสราเอล” หลังจากสำรวจดินแดนนั้นได้สี่สิบวัน เขาก็กลับ มาหาโมเสส อาโรน และชุมชนชาวอิสราเอลที่คาเดช ในถิ่นทุรกันดารปาราน เขารายงานสิ่งที่ตนเห็นให้ทุกคนในที่ประชุมรู้ และนำผลิตผลของแผ่นดินมาให้ทุกคนดู
     เขาบอกโมเสสว่า “พวกเราได้สำรวจแผ่นดินนั้นตามที่ท่านให้ทำ แผ่นดินนั้นเป็นแผ่นดินที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์ นี่คือผลิตผลของแผ่นดินนั้น แต่ประชาชนที่อาศัยอยู่ที่นั่นมีกำลังเข้มแข็ง เมืองก็ใหญ่โตและมีป้อมปราการป้องกันอย่างดี พวกเรายังเห็นลูกหลานของยักษ์อานาคอยู่ที่นั่นด้วย ชนชาวอามาเลขอาศัยอยู่ในดินแดนเนเกบ ส่วนชาวฮิตไทต์ เยบุสและอาโมไรต์อาศัยอยู่ในดินแดนแถบภูเขา ชาวคานาอันอาศัยอยู่ตามชายทะเลและริมฝั่งแม่น้ำจอร์แดน”
     คาเลบสั่งประชาชนที่อยู่กับโมเสสให้เงียบและพูดว่า “พวกเราต้องรีบขึ้นไปยึดครองแผ่นดิน พวกเราสามารถทำได้อย่างแน่นอน” แต่ผู้ที่ไปสำรวจกับเขาพูดว่า “พวกเราไม่อาจเข้าโจมตีชนเหล่านี้ได้ เพราะเขาแข็งแรงกว่าพวกเรามาก” เขาจึงแพร่ข่าวเท็จไปในหมู่ชาวอิสราเอลถึงแผ่นดินที่เขาไปสำรวจมาว่า “แผ่นดินที่เราไปสำรวจมานั้นเป็นแผ่นดินที่กลืนกินผู้อาศัยของตน ผู้คนที่พวกเราไปเห็นมามีรูปร่างสูงมาก พวกเราเห็นยักษ์ที่นั่นด้วย เป็นลูกหลานของยักษ์อานาค เรารู้สึกตัวว่าเหมือนตั๊กแตน และเขาคงจะมองเราเช่นนั้นด้วย” ชุมชนอิสราเอลทั้งหมดเริ่มตะโกนเสียงดังและร่ำไห้ตลอดทั้งคืน
     องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับโมเสสและอาโรนอีกว่า “ชุมชนชั่วร้ายนี้จะบ่นว่าเราอีกนานเท่าไร เราได้ยินชาวอิสราเอลบ่นว่าเรามานานแล้ว จงบอกเขาว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ เรามีชีวิตอยู่แน่ฉันใด เราสาบานว่าจะกระทำกับท่านทั้งหลายตามที่เราได้ยินท่านพูด ท่านจะต้องตายในถิ่นทุรกันดารนี้ คือผู้ที่จดชื่อในทะเบียนจำนวนประชากรที่มีอายุตั้งแต่ยี่สิบปีขึ้นไปซึ่งได้บ่นว่าเรา จะต้องตาย เราสาบานว่า แผ่นดินที่เราสัญญาจะให้ท่านเข้าพำนักอยู่นั้น จะไม่มีท่านผู้ใดเข้าไปอาศัยอยู่ นอกจากคาเลบบุตรของเยฟุนเนห์ และโยชูวาบุตรของนูนเท่านั้น ท่านทั้งหลายใช้เวลาสี่สิบวันสำรวจแผ่นดิน ท่านจะต้องรับโทษเป็นเวลาสี่สิบปี โดยคิดหนึ่งวันเป็นหนึ่งปี แล้วท่านจะรู้ว่าการทรยศต่อเรานั้นหมายความว่าอย่างไร เรา องค์พระผู้เป็นเจ้าได้สาบานจะทำเช่นนี้กับชุมชนชั่วร้ายที่ได้รวมหัวกันต่อต้านเรา เขาทุกคนจะต้องตายในถิ่นทุรกันดารนี้”

 

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว                                มธ 15:21-28
     เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จจากที่นั่น มุ่งไปเขตเมืองไทระและเมืองไซดอน ทันใดนั้น หญิงชาวคานาอันคนหนึ่งจากเขตแดนนี้ร้องว่า “โอรสกษัตริย์ดาวิดเจ้าข้า โปรดเมตตาข้าพเจ้าด้วยเถิด บุตรสาวของข้าพเจ้าถูกปีศาจสิงต้องทรมานมาก” แต่พระองค์มิได้ตรัสตอบประการใด บรรดาศิษย์จึงเข้ามาทูลพระองค์ว่า “โปรดประทานตามที่นางทูลขอเถิด เพราะนางร้องตะโกนตามหลังพวกเรามา” พระองค์ทรงตอบว่า “เราถูกส่งมาเพื่อแกะที่พลัดหลงของวงศ์วานอิสราเอลเท่านั้น แต่นางเข้ามากราบพระองค์ทูลว่า “พระเจ้าข้า โปรดช่วยข้าพเจ้าด้วยเถิด” 26พระองค์ทรงตอบว่า “ไม่สมควรที่จะเอาอาหารของลูก มาโยนให้ลูกสุนัขกิน” นางทูลว่า “ถูกแล้วพระเจ้าข้า แต่แม้แต่ลูกสุนัขก็ยังได้กินเศษอาหารที่ตกจากโต๊ะของนาย” พระเยซูเจ้าจึงตรัสกับนางว่า “นางเอ๋ย ความเชื่อของเจ้ายิ่งใหญ่ จงเป็นไปตามที่เจ้าปรารถนาเถิด” และบุตรหญิงของนางก็หายเป็นปกติตั้งแต่บัดนั้น

 

ข้อคิด
     ประชากรอิสราเอลบ่น ที่เขายังไมได้เข้าในดินแดนพระสัญญา. นักสำรวจที่โมเสสส่งไปสำรวจแผ่นดินคานาอันที่พระเจ้าหมายมั่นจะมอบให้ชาวอิสราเอลนั้น ไม่ได้ไปทำหน้าที่จริงจัง จึงรายงานสิ่งที่เขาคิดและไม่เป็นความจริง . ผลที่ตามมาคือชาวอิสราเอลต้องรอเข้าดินแดนพระเจ้าสัญญานานถึง 40 ปี.
สิ่งที่เราหวาดหวั่นในชีวิตไม่ใช่ความยากลำบาก แต่เราจะทำอะไรกับมันต่างหาก. มันอาจจะทำให้เราดีขึ้นหรือทำให้เราพบกับความขมขื่นก็ได้