www.catholic.or.th

มีข้อผิดพลาด
  • JLIB_DATABASE_ERROR_FUNCTION_FAILED

วันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน 2017 สัปดาห์ที่ 9 เทศกาลธรรมดา

บทอ่านจากหนังสือโทบิต                                              ทบต 12:1,5-15,20
     เมื่องานแต่งงานผ่านไปแล้ว โทบิตเรียกโทบียาห์บุตรชายมาพบ พูดว่า “ลูกเอ๋ย อย่าลืมจ่ายเงินตอบแทนผู้ร่วมเดินทางไปกับลูก ลูกควรเพิ่มเงินให้เขามากกว่าที่ตกลงกันไว้”
โทบียาห์จึงเรียกราฟาเอลมา พูดว่า “ท่านจงรับครึ่งหนึ่งของทรัพย์สินทั้งหมดที่ท่านนำกลับมาเป็นค่าตอบแทน แล้วจงไปเป็นสุขเถิด”
     ราฟาเอลจึงเรียกเขาทั้งสองคนไปพูดเป็นการส่วนตัวว่า “จงถวายพระพรแด่พระเจ้า และประกาศต่อหน้าผู้มีชีวิตทุกคนว่าพระองค์ทรงกระทำสิ่งดีทั้งหลายแก่ท่าน เพื่อมนุษย์ทุกคนจะได้สรรเสริญและถวายพระพรแด่พระนามพระองค์ จงประกาศอย่างเหมาะสมให้ทุกคนรู้จักกิจการที่พระเจ้าทรงกระทำ และอย่าเหนื่อยหน่ายที่จะขอบพระคุณพระองค์ การรักษาความลับของกษัตริย์เป็นสิ่งที่ดี แต่การเปิดเผยและประกาศกิจการของพระเจ้าเป็นการสมควรอย่างยิ่ง จงทำดีไว้เถิด แล้วความชั่วร้ายจะไม่มากล้ำกรายท่าน การอธิษฐานภาวนาจากใจจริง และการให้ทานด้วยใจกว้างมีค่ามากกว่าความร่ำรวยที่ได้มาอย่างอยุติธรรม การให้ทานดีกว่าการสะสมทองคำ การให้ทานช่วยให้พ้นจากความตายและช่วยชำระบาปทุกชนิด ผู้ที่ให้ทานจะมีชีวิตที่สมบูรณ์ ผู้ทำบาปและทำความอยุติธรรมเป็นศัตรูแก่ชีวิตของตน”
     “ข้าพเจ้าจะแสดงความจริงทุกอย่างแก่ท่าน จะไม่ปิดบังสิ่งใดไว้เลย ข้าพเจ้าเคยบอกท่านแล้วว่าการรักษาความลับของกษัตริย์เป็นสิ่งที่ดี แต่การเปิดเผยกิจการของพระเจ้าเป็นการสมควร จงรู้เถิดว่าเมื่อท่านและนางซาราห์กำลังอธิษฐานภาวนา ข้าพเจ้าก็นำคำอธิษฐานภาวนาของท่านไปถวายแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงพระสิริรุ่งโรจน์ เพื่อพระองค์จะได้ทรงระลึกถึงท่าน ข้าพเจ้าทำเช่นเดียวกันเมื่อท่านฝังศพผู้ตาย ท่านไม่ได้ลังเลที่จะลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารเพื่อไปฝังศพ พระเจ้าทรงส่งข้าพเจ้ามาทดสอบความเชื่อของท่าน และในเวลาเดียวกัน พระองค์ทรงส่งข้าพเจ้ามารักษาท่าน และรักษานางซาราห์บุตรสะใภ้ ข้าพเจ้าคือราฟาเอล หนึ่งในบรรดาทูตสวรรค์เจ็ดองค์ ซึ่งเฝ้าอยู่ตลอดเวลาเฉพาะพระพักตร์องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงพระสิริรุ่งโรจน์”
บัดนี้ จงถวายพระพรแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าบนแผ่นดิน และขอบพระคุณพระเจ้าเถิด ข้าพเจ้ากำลังจะกลับไปหาพระองค์ผู้ทรงส่งข้าพเจ้ามา จงบันทึกทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับท่าน” แล้วราฟาเอลก็อันตรธานไป

 

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก                              มก 12:38-44
     เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับประชาชนขณะที่ทรงสั่งสอนว่า “จงระวังบรรดาธรรมาจารย์ที่ชอบสวมเสื้อยาวเดินไปมา พอใจให้คนทั้งหลายคำนับตามลานสาธารณะ พอใจนั่งแถวหน้าในศาลาธรรม พอใจนั่งที่หัวโต๊ะในงานเลี้ยง คนพวกนี้กินบ้านของหญิงม่าย และอธิษฐานภาวนายืดยาวเพื่อให้คนมอง คนเหล่านี้จะรับโทษหนักกว่าผู้อื่น”
ขณะที่พระองค์ประทับนั่งตรงหน้าตู้ทาน ทอดพระเนตรเห็นประชาชนใส่เงินลงในตู้ทาน คนมั่งมีหลายคนใส่เงินจำนวนมาก หญิงม่ายยากจนคนหนึ่งเข้ามา เอาเหรียญทองแดงสองเหรียญใส่ลงในตู้ทาน พระองค์จึงทรงเรียกบรรดาศิษย์เข้ามาตรัสว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า หญิงม่ายยากจนคนนี้ได้ทำทานมากกว่าทุกคนที่ได้ใส่เงินลงในตู้ทาน เพราะทุกคนเอาเงินที่เหลือใช้มาทำทาน แต่หญิงคนนี้ขัดสนอยู่แล้ว ยังนำเงินทั้งหมด นำทุกอย่างที่มีอยู่สำหรับเลี้ยงชีวิตมาทำทาน”

 

ข้อคิด
     ในขณะที่คนยังติดอยู่กับสิ่งภายนอกและมองกันแค่สิ่งที่เห็นด้วยตา ในความเป็นจริงแล้ว แก่นของคนอยู่ในจิตใจ ดังนั้น การจะถือว่าคนเป็นอย่างที่ตาเห็น ก็ถือว่าเป็นข้อมูลที่ยังไม่ครบถ้วน หลายครั้งจึงถูกหลอกจากสิ่งที่เห็นด้วยตา ในขณะที่ใจไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรือเป็นตรงกันข้าม พระเยซูเจ้าทรงตำหนิบรรดาธรรมาจารย์ที่ชอบสร้างภาพจากสิ่งที่เป็นและสิ่งที่ทำภายนอก แต่พระองค์ทรงชื่นชอบออกนอกหน้า เมื่อมีหญิงหม้ายหยอดเหรียญทองแดงสองเหรียญลงในตู้ทาน คนอื่นมองว่าไร้ค่า แต่ใจของเธอเปี่ยมล้นด้วยคุณค่า เพราะสิ่งที่ให้ เธอให้จากชีวิต ในขณะที่คนอื่นให้สิ่งเหลือกินเหลือใช้