www.catholic.or.th

มีข้อผิดพลาด
  • JLIB_DATABASE_ERROR_FUNCTION_FAILED

วันอังคารที่ 13 มิถุนายน 2017 ระลึกถึง น.อันตนแห่งปาดัว พระสงฆ์และนักปราชญ์

บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวโครินธ์ ฉบับที่สอง      2 คร 1:18-22
     พี่น้อง พระเจ้าทรงเป็นพยานได้ว่า ถ้อยคำที่เรากล่าวแก่ท่านนั้นมิได้เป็นการบอกทั้งจริงและไม่จริงในเวลาเดียวกัน พระคริสตเยซูพระบุตรของพระเจ้า ผู้ซึ่งข้าพเจ้า สิลวานัส และทิโมธีประกาศให้ท่านรู้จักนั้น พระองค์ไม่ตรัสทั้งจริงและไม่จริงพร้อมกัน แต่ตรัสว่าจริงเท่านั้น พระสัญญาทั้งปวงของพระเจ้าสำเร็จลงในพระองค์ด้วยคำว่า “จริง” เพราะเหตุนี้เราจึงกล่าวคำว่า “อาเมน” โดยทางพระองค์ เป็นการถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า ผู้ที่ทรงตั้งเราและท่านทั้งหลายในพระคริสตเจ้า และทรงเจิมเรานั้นคือพระเจ้า พระองค์ทรงประทับตราเรา ทรงประทานพระจิตเจ้าไว้ในดวงใจของเราเป็นเครื่องประกันด้วย

 

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว                                 มธ 5:13-16
     เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “ท่านทั้งหลายเป็นเกลือดองแผ่นดิน ถ้าเกลือจืดไปแล้ว จะเอาอะไรมาทำให้เค็มได้อีกเล่า เกลือนั้นย่อมไม่มีประโยชน์อะไร นอกจากจะถูกทิ้งให้คนเหยียบย่ำ”
“ท่านทั้งหลายเป็นแสงสว่างส่องโลก เมืองที่ตั้งอยู่บนภูเขาจะไม่ถูกปิดบัง ไม่มีใครจุดตะเกียงแล้วเอามาวางไว้ใต้ถัง แต่ย่อมตั้งไว้บนเชิงตะเกียง จะได้ส่องสว่างแก่ทุกคนในบ้าน ในทำนองเดียวกัน แสงสว่างของท่านต้องส่องแสงต่อหน้ามนุษย์ เพื่อคนทั้งหลายจะได้เห็นกิจการดีของท่าน และสรรเสริญพระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์”

 

ข้อคิด
     พระเยซูเจ้าทรงประสงค์ให้ศิษย์ดีเกินตัว ไม่ใช่เอาแต่ดีพอตัว ไปวัด ทำบุญทำทาน เพียงเพื่อเอาตัวรอดไปสวรรค์ แก่นแห่งการเป็นศิษย์ของพระองค์คือความรัก “ใครที่เห็นท่านรักก็รู้ว่าท่านเป็นศิษย์ของเรา” ดังนั้น ไม่มีศิษย์คนใดที่เป็นศิษย์ตัวคนเดียว ไม่มีคริสตชนคนใดเป็นคริสตชนตามลำพังได้ เพราะเป็นศิษย์หรือเป็นคริสตชนก็คือรัก และจะรักได้ต้องต้องมีสองคนขึ้นไป เช่นนี้ ชีวิตศิษย์จึงเป็นดังเกลือซึ่งรสชาติเลยจากตัวแทรกซึมไปสู่สิ่งรอบข้าง ชีวิตศิษย์เป็นดังแสงสว่างที่หลุดเลยตนเองไปส่องสว่างให้รอบด้าน เช่นนี้ศิษย์จะเป็นดังงานศิลปะงดงาม ใครที่มาเห็นมาชมก็พลอยชื่นชมยกย่องศิลปินไปด้วย ฉันใดก็ฉันนั้น