www.catholic.or.th

มีข้อผิดพลาด
  • JLIB_DATABASE_ERROR_FUNCTION_FAILED

วันอังคารที่ 27 มิถุนายน 2017 น.ซีริล แห่งอเล็กซานเดรีย พระสังฆราชและนักปราชญ์แห่งพระสาสนจักร

บทอ่านจากหนังสือปฐมกาล                                          ปฐก 13:2,5-18
     ในครั้งนั้น อับรามมั่งมีมาก มีฝูงแพะแกะ เงินทอง โลทซึ่งไปกับอับรามมีฝูงแกะ โค และกระโจมของตนด้วย ที่ดินแถบนั้นไม่กว้างขวางพอที่จะให้เขาทั้งสองคนอยู่ร่วมกันได้ เพราะต่างคนต่างมีทรัพย์สมบัติมากมาย จึงอยู่รวมกันไม่ได้ คนเลี้ยงสัตว์ของอับรามกับคนเลี้ยงสัตว์ของโลทวิวาทกัน เวลานั้น ชาวคานาอันและชาวเปริสซียังอาศัยอยู่ในแผ่นดินนั้น อับรามจึงบอกโลทว่า “เราอย่าวิวาทกันเลย อย่าให้คนเลี้ยงสัตว์ของท่านกับคนเลี้ยงสัตว์ของฉันวิวาทกัน เพราะเราเป็นญาติกัน แผ่นดินทั้งหมดอยู่ต่อหน้าท่านไม่ใช่หรือ จงแยกจากฉันเถิด ถ้าท่านไปทางซ้าย ฉันจะไปทางขวา ถ้าท่านไปทางขวา ฉันจะไปทางซ้าย”
โลทเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าตลอดลุ่มแม่น้ำจอร์แดนไปจนถึงโศอาร์ มีน้ำบริบูรณ์เหมือนอุทยานขององค์พระผู้เป็นเจ้าหรือเหมือนแผ่นดินอียิปต์ เวลานั้นองค์พระผู้เป็นเจ้ายังไม่ได้ทำลายเมืองโสโดมและโกโมราห์ ดังนั้น โลทจึงเลือกเอาลุ่มแม่น้ำจอร์แดนทั้งหมดไว้เป็นของตน แล้วย้ายกระโจมไปทางตะวันออก เขาทั้งสองคนจึงแยกกัน อับรามอาศัยอยู่ในแผ่นดินคานาอัน ส่วนโลทอาศัยอยู่ท่ามกลางหัวเมืองในลุ่มแม่น้ำตั้งกระโจมอยู่ใกล้ชานเมืองโสโดม ชาวเมืองโสโดมเป็นคนชั่วช้าทำบาปผิดต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นอันมาก
     เมื่อโลทแยกไปแล้ว องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับอับรามว่า “จงเงยหน้าขึ้นจากที่ที่ท่านอยู่ มองไปทางทิศเหนือทิศใต้ ทิศตะวันออกและทิศตะวันตก แผ่นดินทั้งหมดที่ท่านเห็นนี้ เราจะมอบให้ท่านและให้ลูกหลานของท่านตลอดไป เราจะทำให้ลูกหลานของท่านมีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนเหมือนฝุ่นผงของแผ่นดิน ผู้ใดนับฝุ่นผงของแผ่นดินได้ ก็จะนับจำนวนลูกหลานของท่านได้เช่นเดียวกัน ท่านจงลุกขึ้นเดินทางไปให้ทั่วแผ่นดินนี้ ทั้งด้านยาวและด้านกว้างเถิด เพราะว่า เราจะมอบให้ท่าน”
     อับรามจึงย้ายกระโจมมาอาศัยอยู่ที่หมู่ต้นโอ๊กของมัมเร ที่เฮโบรน แล้วสร้างพระแท่นบูชาถวายแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าที่นั่น

 

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว                                  มธ 7:6,12-14
     เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “อย่าให้ของศักดิ์สิทธิ์แก่สุนัข อย่าโยนไข่มุกให้สุกรเพราะมันจะเหยียบย่ำทำให้เสียของ และหันมากัดท่านอีกด้วย”
     “ท่านอยากให้เขาทำกับท่านอย่างไร ก็จงทำกับเขาอย่างนั้นเถิด นี่คือธรรมบัญญัติและคำสอนของบรรดาประกาศก”
“จงเข้าทางประตูแคบ เพราะประตูและทางที่นำไปสู่หายนะนั้นกว้างขวาง คนที่เข้าทางนี้มีจำนวนมาก แต่ประตูและทางซึ่งนำไปสู่ชีวิตนั้นคับแคบ คนที่พบทางนี้มีจำนวนน้อย”

 

ข้อคิด
     “ท่านอยากให้เขาทำอย่างไรกับท่าน ก็จงทำอย่างนั้นแก่เขา” นี่คือกฎทอง ทุกศาสนาสอนเหมือนกัน พระเยซูเจ้ายังตรัสอีกว่า “จงเข้าทางประตูแคบ เพราะประตูและทางที่นำไปสู่หายนะนั้นกว้างขวาง คนที่เข้าทางนี้มีจำนวนมาก แต่ประตูและทางที่นำไปสู่ชีวิตนั้นคับแคบ คนที่พบทางนี้มีจำนวนน้อย” มีคำพังเพยว่า “ทางเตียนเวียนลงนรก ทางรกวกขึ้นสวรรค์” ท่านเลือกเข้าประตูและทางแบบไหน แคบคือใช้ชีวิตเคร่งครัด ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ มีวินัย ตามเสียงมโนธรรม หรือ กว้างคือ ใช้ชีวิตปล่อยตัวตามราคตัณหา พระเยซูเจ้าแบกกางเขนนำหน้าเราไปแล้ว และตายบนไม้กางเขน ทรงเชิญชวนเราที่เป็นศิษย์ของพระองค์ให้เสียสละ แบกกางเขนทุกวันตามพระองค์ไป