www.catholic.or.th

มีข้อผิดพลาด
  • JLIB_DATABASE_ERROR_FUNCTION_FAILED

วันพฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน 2017 สัปดาห์ที่ 12 เทศกาลธรรมดา

บทอ่านจากหนังสือปฐมกาล                                          ปฐก 16:1-12,15-16
    ซาราย ภรรยาของอับรามไม่มีบุตรให้เขา นางมีทาสหญิงชาวอียิปต์คนหนึ่งชื่อฮาการ์ นางซารายจึงพูดกับอับรามว่า “นี่แน่ะ องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่โปรดให้ฉันมีบุตร จงไปร่วมหลับนอนกับทาสหญิงของฉันเถิด บางทีนางจะเกิดบุตรให้ฉันได้” อับรามก็ฟังคำแนะนำของนาง
     เมื่ออับรามอยู่ในแผ่นดินคานาอันได้สิบปีแล้ว นางซารายยกนางฮาการ์ทาสหญิงชาวอียิปต์ของตนให้เป็นภรรยาของอับรามสามี อับรามได้ร่วมหลับนอนกับนางฮาการ์ นางก็ตั้งครรภ์ เมื่อนางฮาการ์รู้ว่าตนตั้งครรภ์แล้ว นางก็หยิ่งผยองและดูหมิ่นนายหญิงของตน นางซารายจึงบ่นกับอับรามว่า “เป็นความผิดของท่านที่นางดูหมิ่นฉัน ฉันให้ทาสหญิงคนนี้ไว้ในอ้อมอกของท่าน แต่เมื่อเขารู้ว่าเขาตั้งครรภ์แล้ว เขาก็ดูหมิ่นเหยียดหยามฉัน ขอให้องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงตัดสินเราทั้งสองคนเถิดว่า ใครผิดใครถูก” อับรามตอบนางซารายว่า “ทาสหญิงอยู่ใต้อำนาจของท่าน จงทำกับนางตามที่ท่านเห็นสมควรเถิด” นางซารายจึงข่มเหงนางฮาการ์จนนางต้องหนีไป
     ทูตสวรรค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าพบนางฮาการ์ในถิ่นทุรกันดารใกล้ตาน้ำข้างทางไปเมืองชูร์ จึงถามว่า “ฮาการ์ทาสหญิงของนางซารายเอ๋ย ท่านมาจากไหน และจะไปไหน” นางตอบว่า “ข้าพเจ้ากำลังหนีให้พ้นจากนางซาราย นายหญิงของข้าพเจ้า” ทูตสวรรค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าจึงสั่งว่า “จงกลับไปหานายหญิงของท่าน และยอมอยู่ใต้อำนาจของนางเถิด” ทูตสวรรค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้ากล่าวอีกว่า “เราจะให้ลูกหลานของท่านทวีจำนวนขึ้นมากมายจนนับไม่ถ้วน” ทูตสวรรค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้ายังเสริมอีกว่า  “นี่แน่ะ ท่านตั้งครรภ์แล้วจะคลอดบุตรชาย และจะตั้งชื่อเขาว่าอิชมาเอล เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงฟังเสียงร้องทุกข์ของท่าน เขาจะเป็นเสมือนลาป่า มือของเขาจะต่อสู้กับคนทั้งปวง และมือของคนทั้งปวงจะต่อสู้กับเขา เขาจะอยู่เผชิญหน้ากับพี่น้องทุกคน”
     นางฮาการ์ให้กำเนิดบุตรชายแก่อับราม อับรามตั้งชื่อบุตรที่นางฮาการ์คลอดนั้นว่า อิชมาเอล อับรามมีอายุแปดสิบหกปีเมื่อนางฮาการ์คลอดอิชมาเอลให้เขา

 

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมัทธิว                                มธ 7:21-29
     เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “คนที่กล่าวแก่เราว่า ‘พระเจ้าข้า พระเจ้าข้า’ นั้นมิใช่ทุกคนจะได้เข้าสู่อาณาจักรสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์นั่นแหละจะเข้าสู่สวรรค์ได้ ในวันนั้น หลายคนจะกล่าวแก่เราว่า ‘พระเจ้าข้า พระเจ้าข้า ข้าพเจ้าทั้งหลายได้ประกาศพระวาจาในพระนามพระองค์ ขับไล่ปีศาจในพระนามพระองค์ และได้ทำอัศจรรย์หลายประการในพระนามพระองค์มิใช่หรือ’ เมื่อนั้น เราจะกล่าวแก่เขาว่า ‘เราไม่เคยรู้จักท่านทั้งหลายเลย ท่านผู้ทำความชั่ว จงไปให้พ้นหน้าเรา’”
     “ผู้ใดฟังถ้อยคำเหล่านี้ของเราและปฏิบัติตาม ก็เปรียบเสมือนคนมีปัญญาที่สร้างบ้านไว้บนหิน ฝนจะตก น้ำจะไหลเชี่ยว ลมจะพัดโหมเข้าใส่บ้านหลังนั้น บ้านก็ไม่พัง เพราะมีรากฐานอยู่บนหิน ผู้ใดที่ฟังถ้อยคำเหล่านี้ของเรา และไม่ปฏิบัติตามก็เปรียบเสมือนคนโง่เขลาที่สร้างบ้านไว้บนทราย เมื่อฝนตก น้ำไหลเชี่ยว ลมพัดโหมเข้าใส่บ้านหลังนั้น มันก็พังทลายลงและเสียหายมาก”
     เมื่อพระเยซูเจ้าตรัสถ้อยคำเหล่านี้จบแล้ว ประชาชนต่างพิศวงในคำสั่งสอนของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงสอนเขาอย่างผู้มีอำนาจ ไม่ใช่สอนเหมือนบรรดาธรรมาจารย์ของเขา

 

ข้อคิด
     บ่อยๆ เรานับถือพระเจ้าที่ริมฝีปากด้วยการภาวนา แต่จิตใจอยู่ห่างจากพระองค์ ปฏิเสธพระองค์ในชีวิต เราหลอกลวงมนุษย์ได้ แต่หลอกลวงพระเจ้าไม่ได้ เพราะพระองค์ทรงล่วงรู้ เล็งเห็นทะลุจิตใจ รากฐานบ้านที่มั่นคงเรียกร้องให้เราฟังพระวาจาและปฏิบัติตาม พระเยซูเจ้าทรงสอนอย่างผู้มีอำนาจ น่าเชื่อถือ เพราะพระองค์ปฏิบัติก่อนแล้วจึงสอน และปฏิบัติตามที่สอน