www.catholic.or.th

มีข้อผิดพลาด
  • JLIB_DATABASE_ERROR_FUNCTION_FAILED

วันศุกร์ที่ 13 มกราคม 2017 น.ฮีลารี พระสังฆราชและนักปราชญ์

บทอ่านจากจดหมายถึงชาวฮีบรู                                      ฮบ 4:1-5,11
     พี่น้อง ทั้งๆ ที่มีพระสัญญาว่าจะให้เข้าไปในที่พักผ่อนกับพระองค์ แต่เราก็ต้องกลัวว่า อาจมีบางคนที่ไปไม่ถึง ความจริง เราได้รับข่าวดีเช่นเดียวกับเขาเหล่านั้น แต่พระวาจาที่ได้ยินนั้นไม่เป็นประโยชน์ต่อเขา เพราะเขาไม่มีความเชื่อเหมือนกับผู้ที่ฟัง แต่เราผู้มีความเชื่อเข้าไปในที่พักผ่อนได้ดังที่พระองค์ตรัสไว้ในพระคัมภีร์ว่า “เราปฏิญาณขณะที่กำลังโกรธว่า เขาเหล่านั้นจะไม่มีวันเข้าไปในที่พักผ่อนของเรา และงานของพระเจ้าก็สำเร็จไปแล้วตั้งแต่ทรงเนรมิตสร้างโลก เพราะพระองค์ตรัสไว้ในพระคัมภีร์อีกตอนหนึ่งเกี่ยวกับวันที่เจ็ดว่า “พระเจ้าทรงพักผ่อนจากการงานทุกอย่างในวันที่เจ็ด เรื่องนี้พระองค์ยังตรัสอีกว่า เขาเหล่านั้นจะมิได้เข้าไปในที่พักผ่อนของเรา
     ดังนั้น เราจงรีบเข้าสู่ที่พักผ่อนนั้นเถิด เพื่อจะได้ไม่มีใครพลาดพลั้งตามแบบอย่างความดื้อรั้นในครั้งกระโน้น

 

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก                             มก 2:1-12
     ต่อมาอีกสองสามวัน พระเยซูเจ้าเสด็จกลับมาที่เมืองคาเปอรนาอุม เมื่อเป็นที่รู้กันว่าพระองค์ประทับอยู่ในบ้าน ประชาชนจำนวนมากจึงมาชุมนุมกันจนไม่มีที่ว่างแม้กระทั่งที่ประตู พระองค์ประทานพระโอวาทสอนประชาชนเหล่านั้น ชายสี่คนหามคนอัมพาตคนหนึ่งมาเฝ้าพระองค์ แต่เขานำคนอัมพาตนั้นฝ่าฝูงชนเข้าไปถึงพระองค์ไม่ได้ เขาจึงเปิดหลังคาบ้านตรงที่พระองค์ประทับอยู่ แล้วหย่อนแคร่ที่คนอัมพาตนอนอยู่ลงมาทางช่องนั้น เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเห็นความเชื่อของคนเหล่านี้จึงตรัสแก่คนอัมพาตว่า “ลูกเอ๋ย บาปของท่านได้รับการอภัยแล้ว” ที่นั่นมีธรรมาจารย์บางคนนั่งอยู่ด้วย เขาคิดในใจว่า “ทำไมคนนี้จึงพูดเช่นนี้ เขากล่าวดูหมิ่นพระเจ้า ใครอภัยบาปได้นอกจากพระเจ้าเท่านั้น” ทันใดนั้น พระเยซูเจ้าทรงทราบความคิดของเขาด้วยพระจิตของพระองค์ จึงตรัสว่า “ท่านทั้งหลายคิดเช่นนี้ในใจทำไม อย่างใดง่ายกว่ากัน การบอกคนอัมพาตว่า ‘บาปของท่านได้รับการอภัยแล้ว’ หรือบอกว่า ‘ลุกขึ้น แบกแคร่เดินไปเถิด’ แต่เพื่อให้ท่านรู้ว่า บุตรแห่งมนุษย์มีอำนาจอภัยบาปได้บนแผ่นดิน” พระองค์ตรัสแก่คนอัมพาตว่า “เราสั่งท่าน จงลุกขึ้น แบกแคร่ กลับไปบ้านเถิด” เขาก็ลุกขึ้นแบกแคร่ออกเดินไปทันทีต่อหน้าคนทั้งปวง ทุกคนต่างประหลาดใจ ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าและพูดว่า “พวกเรายังไม่เคยเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อนเลย”

ข้อคิด
(ข้อคิด จาก บทอ่านจากจดหมายถึงชาวฮีบรู ฮบ 4:1-5,11
/ บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก มก 2:1-12)

คนพิการสามารถทำทุกอย่างได้...ถ้าทำตามเงื่อนไขดังนี้
     1.ทุกคนจะมีความบกพร่องบางอย่างทางร่างกายและจิตใจ...ทุกคนมีบาปไม่มากก็น้อย
ตัวเราเองต้องอยากรับการรักษาจากความบกพร่อง และมีความเชื่อจริง ว่าพระเจ้าจะทรงช่วยได้
     2.สรรหาคนใกล้ชิดให้นำพาไปพบพระเยซูเจ้า ทุกวันนี้พระองค์อยู่ใกล้ชิดเรามากกว่าสมัยก่อน เพราะพระองค์ทรงกลับฟื้นคืนชีพแล้ว
     3. ความเชื่อเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยผลักดันเราให้มุ่งมั่น เดินทางพร้อมกับพระคริสตเจ้าและกับเพื่อนพี่น้องของเรา…วิทยาศาสตร์สมัยนี้ทำให้มนุษย์รู้จักพึ่งพากันและกัน มากกว่าพึ่งอัศจรรย์แต่อย่างเดียว