www.catholic.or.th

มีข้อผิดพลาด
  • JLIB_DATABASE_ERROR_FUNCTION_FAILED

วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ 2017 สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา

บทอ่านจากหนังสือปฐมกาล                                          ปฐก9:1-15
       พระเจ้าทรงอวยพรโนอาห์และบรรดาบุตรของเขา ตรัสว่า “จงมีลูกมาก ทวีจำนวนขึ้นจนเต็มแผ่นดิน บรรดาสัตว์ทั้งปวงบนแผ่นดิน บรรดานกในท้องฟ้า บรรดาสิ่งที่เลื้อยคลานบนแผ่นดิน และปลาทั้งสิ้นในทะเลจะกลัวท่าน เรามอบสัตว์ทั้งปวงไว้ในอำนาจของท่าน” สิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวทั้งหมดจะเป็นอาหารของท่าน ดังที่เราให้พืชเขียวเป็นอาหารแก่ท่านแล้ว แต่ท่านอย่ากินเนื้อที่มีเลือดติดอยู่ เพราะเลือดนั้นคือชีวิต เราจะทวงเลือดซึ่งเป็นชีวิตของท่านเราจะทวงจากสัตว์ทั้งปวงและจากมนุษย์ด้วยเราจะทวงชีวิตมนุษย์จากเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
        ผู้ใดหลั่งเลือดของเพื่อนมนุษย์ เลือดของเขาจะต้องถูกหลั่งโดยมนุษย์เช่นเดียวกัน เพราะพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ตามภาพลักษณ์ของพระองค์ จงมีลูกมากและทวีจำนวนขึ้น จงออกไปทั่วแผ่นดิน และปกครองแผ่นดินเถิด
        พระเจ้าตรัสกับโนอาห์และบรรดาบุตรของเขาว่า “ดูซิ บัดนี้เราจะทำพันธสัญญาของเรากับท่านและกับลูกหลานของท่านในภายหน้าและกับบรรดาสิ่งมีชีวิตที่อยู่กับท่านด้วย คือ นก สัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่าทุกชนิดที่อยู่กับท่าน สัตว์ทุกชนิดที่ออกมาจากเรือ และที่จะมีชีวิตบนแผ่นดิน เราจะทำพันธสัญญาของเราไว้กับท่านว่า เราจะไม่ให้น้ำวินาศมาทำลายสรรพสิ่งที่มีชีวิตอีก และน้ำวินาศจะไม่ท่วมทำลายแผ่นดินอีกเลย”
       พระเจ้าตรัสว่า “นี่คือเครื่องหมายแห่งพันธสัญญาซึ่งเวลานี้เรากำลังทำระหว่างเรากับท่าน และกับบรรดาสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่อยู่กับท่านสืบไปทุกชั่วอายุ เราจะตั้งรุ้งของเราไว้บนเมฆ รุ้งนี้จะเป็นเครื่องหมายแห่งพันธสัญญาระหว่างเรากับแผ่นดิน เมื่อเราจะให้เมฆอยู่เหนือแผ่นดิน และรุ้งจะปรากฏขึ้นบนเมฆ เราจะระลึกถึงพันธสัญญาระหว่างเรากับท่านและกับสรรพสิ่งที่มีชีวิต และน้ำวินาศจะไม่ท่วมทำลายสิ่งมีชีวิตทั้งหมดอีก

 

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญมาระโก                                มก 8:27-33
       เวลานั้น พระเยซูเจ้าเสด็จพร้อมกับบรรดาศิษย์ไปตามหมู่บ้านต่างๆในบริเวณเมืองซีซารียาแห่งฟีลิปขณะทรงพระดำเนินพระองค์ตรัสถามบรรดาศิษย์ว่า “คนทั้งหลายว่าเราเป็นใคร” เขาทูลตอบว่า “บ้างว่าเป็นยอห์นผู้ทำพิธีล้างบ้างว่าเป็นประกาศกเอลียาห์บ้างก็ว่าเป็นประกาศกองค์หนึ่ง” พระองค์ตรัสถามอีกว่า “ท่านล่ะว่าเราเป็นใคร” เปโตรทูลตอบว่า “พระองค์คือพระคริสตเจ้า” พระองค์ทรงกำชับบรรดาศิษย์มิให้กล่าวเรื่องเกี่ยวกับพระองค์แก่ผู้ใด
        พระเยซูเจ้าทรงเริ่มสอนบรรดาศิษย์ว่า “บุตรแห่งมนุษย์จะต้องรับการทรมานอย่างมาก จะถูกบรรดาผู้อาวุโสมหาสมณะและธรรมาจารย์ปฏิเสธไม่ยอมรับและจะถูกประหารชีวิตแต่สามวันต่อมาจะกลับคืนชีพ” พระองค์ทรงประกาศพระวาจานี้อย่างเปิดเผยเปโตรนำพระองค์แยกออกไปทูลทัดทานแต่พระเยซูเจ้าทรงหันไปทอดพระเนตรบรรดาศิษย์ทรงตำหนิเปโตรว่า “เจ้าซาตานถอยไปข้างหลังเราอย่าขัดขวางเจ้าไม่คิดอย่างพระเจ้าแต่คิดอย่างมนุษย์”

 

ข้อคิด
       นับตั้งแต่พระเยซูเจ้าได้ทรงเริ่มภารกิจแห่งการไถ่กู้มวลมนุษย์อย่างเปิดเผยจนถึงวันที่นักบุญเปโตรประกาศความเชื่อของท่าน พระองค์ได้ทรงเผยแสดงตนเองผ่านทางการเทศน์สอนและอัศจรรย์ต่างๆ มากมายวันนี้พระองค์ทรงพูดกับผู้ที่ต้องการติดตามพระองค์อย่างตรงๆ และชัดเจนว่าวิถีทางการเป็นพระเมสสิยาห์ของพระองค์เป็นวิถีทางแห่งไม้กางเขนหรือวิถีทางแห่งความทุกข์ทรมาน ด้วยความนบนอบต่อพระประสงค์ของพระบิดา พระองค์จะทรงมอบชีวิตทั้งครบเพื่อเป็นสินไถ่สำหรับมวลมนุษย์วิถีทางแห่งไม้กางเขนที่พระองค์ทรงพูดถึงนั้นเรียกร้องการตัดสละน้ำใจและความต้องการของตนเองเพื่อจะได้มีช่องว่างในหัวใจและคิดถึงคนอื่นมากขึ้น แน่นอน วิถีทางนี้เป็นวิถีทางของทุกคนที่ต้องการติดตามพระองค์ โดยไม่มีใครยกเว้น