www.catholic.or.th

มีข้อผิดพลาด
  • JLIB_DATABASE_ERROR_FUNCTION_FAILED

ประมุขมิสซังสยามองค์แรก

พระสังฆราชหลุยส์ ลาโน เกิดวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1637 ที่มองดูโบล แขวงลัวร์และแชร์ เวลานั้นอยู่ในเขตสังฆมณฑลชาร์ตร ปัจจุบันเรียกว่าสังฆมณฑลบลัวส์

     ขณะกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยซอร์บอน ท่านได้รู้จักคณะมิสซังต่างประเทศที่เพิ่งก่อตั้งขึ้น ค.ศ. 1658 จึงสมัครเข้าคณะนี้ หลังจากบวชเป็นพระสงฆ์แล้ว ได้ออกจากกรุงปารีสเดือนกันยายน ค.ศ. 1661 พร้อมกับพระสังฆราชฟรังซัวส์ ปัลลือ และมิสชันนารีอีก 8 องค์ เพื่อเดินทางมาเอเชีย ออกจากท่าเรือมาร์เซยวันที่ 2 มกราคม ค.ศ. 1662 มาถึงอยุธยาวันที่ 27 มกราคม ค.ศ. 1664

ท่านได้เป็นอธิการองค์แรกของบ้านเณรนักบุญยอแซฟ ที่พระสังฆราชลังแบรต์จัดตั้งขึ้นที่อยุธยา การรู้จักมักคุ้นกับพระภิกษุเป็นเวลานาน ทำให้ท่านมีความรู้ภาษาสยามและบาลีอย่างลึกซึ้ง ความสามารถนี้ทำให้มีโอกาสเข้าเฝ้าหลายครั้ง เพื่อถวายคำอธิบายเรื่องศาสนาคริสต์แด่สมเด็จพระนารายณ์และพระราชวงศ์ ท่านได้สร้างสรรค์วรรณกรรมคริสตังเป็นภาษาสยามและสามารถเขียนคำอธิบายเกี่ยวกับพระธรรมล้ำลึกของคริสตศาสนา อัครสาวก ผู้นิพนธ์พระวรสาร ผู้ก่อตั้งคณะนักพรตคนสำคัญ เป็นภาษาสยามถวายสมเด็จพระนารายณ์ตามพระราชประสงค์

เดือนสิงหาคม ค.ศ. 1671 ท่านเดินทางไปเผยแพร่ศาสนาที่พิษณุโลก และโปรดศีลล้างบาปให้เด็กใกล้ตาย 6-7 คน เมื่อกลับมาอยุธยา ท่านสร้างสถานสงเคราะห์ใกล้บ้านเณร เพื่อรักษาคนป่วยและเป็นที่พักสำหรับคนยากจนที่มารักษาตัว

     เพราะขาดแพทย์ท่านจึงต้องทำหน้าที่รักษาคนป่วยและจ่ายยารักษาโรค อาศัยความเชื่ออย่างซื่อๆ ของท่าน ท่านได้ภาวนาขอพระทรงช่วยและใช้น้ำเสกและน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ ทำให้อาการป่วยหายได้ เมื่อสมเด็จพระนารายณ์ทรงทราบ พระองค์ทรงพอพระทัยในความเมตตาของท่านและบรรดามิสชันนารี จึงมีรับสั่งให้ทำธรรมาสน์ปิดทองพระราชทานให้ท่าน พร้อมทั้งมีรับสั่งว่า “เราขอสั่งให้ท่านเทศน์สอนศาสนาที่สอนเรื่องการกุศลที่ดีเลิศนี้ ให้ทุกชนชาติที่อยู่ในอาณาจักรของเรา ธรรมาสน์ที่เรามอบให้นี้จะตั้งไว้ในวัดเพื่อให้ท่านนั่ง”

     ค.ศ. 1673 ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นพระสังฆราชเกียรตินามแห่งเมแตลโลโปลิส ประมุขมิสซังนานกิงและมิสซังสยาม และได้รับอภิเษกที่อยุธยาวันที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 1674 ท่านเป็นคนเรียบง่าย สุภาพถ่อมตน ตามที่มีบันทึกไว้ ตอนบ่ายของวันที่ได้รับอภิเษก ท่านไปเยี่ยมคนยากจนและนักโทษ และไปรักษาคนป่วยที่โรงพยาบาลเหมือนเช่นที่เคยปฏิบัติ แม้จะเป็นประมุขมิสซังแล้ว ท่านยังให้เกียรติพระสังฆราชลังแบรต์จนถึงวันที่พระสังฆราชลังแบรต์มรณภาพ

เมื่อเดินทางมาประจำที่บางกอก ท่านได้รับพระราชทานที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาเหนือวัดสมอราย บนที่ดินผืนนี้ท่านได้สร้างวัด “วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล” (วัดคอนเซปชัญปัจจุบัน) และรวบรวมคริสตังที่อยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวโปรตุเกสที่ถูกขับไล่มาจากเขมร แล้วตั้งเป็นกลุ่มคริสตชน นอกจากนี้ ยังสร้างโรงพยาบาล 2 หลังสำหรับผู้ป่วยชายและหญิงด้วย

     ค.ศ. 1676 ท่านเดินทางไปเผยแพร่ศาสนาที่พิษณุโลกเป็นครั้งที่สอง และให้คุณพ่อปิแอร์ ลังคลัวส์ ประจำอยู่ที่นั่น ค.ศ. 1679 หรือ ค.ศ. 1680 ท่านย้ายบ้านเณรไปอยู่บนที่ดินพระราชทานอีกผืนหนึ่งทางตะวันตกเฉียงเหนือใกล้กรุงศรีอยุธยาชื่อ “มหาพราหมณ์” อยู่ริมคลองชื่อเดียวกันที่เชื่อมกับแม่น้ำเจ้าพระยา

     วันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 1680 ท่านได้รับอำนาจปกครองมิสซังญี่ปุ่น แต่ไม่สามารถเดินทางไปที่นั่นได้เลย วันที่ 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 1681 ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ปกครองทั่วไปของมิสซังสยาม มิสซังตังเกี๋ย และมิสซังโคชินจีน ค.ศ. 1682 ท่านเดินทางไปมิสซังโคชินจีน ขึ้นบกที่เมืองญาตรังแล้วเดินทางต่อไปจนถึงเมืองไฟโฟ ที่นั่นท่านอภิเษกคุณพ่อมาโฮต์เป็นพระสังฆราชเกียรตินามแห่งบิด แล้วจัดการประชุมสมัชชาขึ้น

     เมื่อกลับมามิสซังสยาม ท่านได้สร้างวัดที่อยุธยาชื่อ “วัดนักบุญยอแซฟ” มีพิธีเสกและเปิดวันที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 1685 ในสมัยนั้น อับเบ เดอ ชัวซี ได้บรรยายลักษณะของท่านไว้ว่า “เป็นคนสูงใหญ่ ท่าทางดี มีอายุแค่ 45 ปี แต่ดูราวกับอายุ 60 ปี เวลา 24 ปี ในมิสซัง ทำให้ท่านดูโทรมไป”

     ค.ศ. 1685 เชอร์วาลิเยร์ เดอ โชม็องต์ ราชทูตฝรั่งเศสและคณะ อัญเชิญพระราชสาส์นของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 มาถวายสมเด็จพระนารายณ์ และมาเจรจาขอทำสนธิสัญญาการเมืองและศาสนา ท่านได้มีส่วนในการเจรจาเกี่ยวกับภารกิจต่างๆ และได้รับเชิญเป็นล่ามเมื่อคณะราชทูตฝรั่งเศสเข้าเฝ้าถวายพระราชสาส์นวันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 1685 ณ พระราชวังที่อยุธยา

     ค.ศ. 1688 เกิดโศกนาฏกรรมที่ทำลายความหวังทั้งหมดของมิสชันนารีและชาวฝรั่งเศส