หน้าหลักเช็คเมลล์ติดต่อเราสมุดเยี่ยมลิงค์คาทอลิกแผนผังเวบไซด์

ค้นหาข้อมูล :

บริการด้วยการพัฒนามนุษย์

คำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะรับใช้มวลมนุษย์ พระศาสนจักรจึงยื่นความช่วยเหลือให้แก่ชายหญิงทุกคน โดยไม่มีการแบ่งแยก พระศาสนจักรพยายามร่วมมือกับพวกเขาในการเสริมสร้างอารยธรรมแห่งความรัก  บนฐานคุณค่าสากลแห่งสันติภาพ ความยุติธรรม ความเป็นปึกแผ่นและเสรีภาพ ซึ่งจะสำเร็จได้ก็ในองค์พระคริสตเจ้า ตามที่สภาสังคายนาวาติกันที่ 2 ได้กล่าวไว้อย่างน่าประทับใจว่า “ความยินดีและความหวัง ความทุกข์และความกังวลของประชาชนในยุคนี้ โดยเฉพาะของคนยากจน และผู้ที่ถูกข่มเหงด้วยวิธีใดก็ตาม ล้วนเป็นความยินดี ความหวัง ความทุกข์และความกังวลของบรรดาศิษย์ของพระคริสตเจ้าทั้งนั้น อันที่จริงแล้ว ไม่มีสิ่งใดเลยที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์อย่างแท้จริง ที่มิได้สะท้อนอยู่ในหัวใจของพวกเขา” ดังนั้น พระศาสนจักรในเอเซีย ซึ่งประกอบไปด้วย คนยากจน และผู้ที่ถูกกดขี่เป็นจำนวนมาก จึงได้รับการเชื้อเชิญให้เจริญชีวิตแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งจะแสดงออกเป็นพิเศษ ด้วยการรับใช้ผู้ยากจนและคนไร้ที่พึ่งด้วยความรัก

หากในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ คำสั่งสอนของพระศาสนจักรได้เน้นให้มีการพัฒนาบุคคลอย่างถูกต้อง และทั้งครบมากขึ้นเรื่อยๆก็เพื่อตอบสนองสถานภาพอันแท้จริงของประชากรโลก และด้วยความสำนึกที่แสดงตัวออกมามากขึ้นว่า มิใช่การกระทำของบุคคลเท่านั้น หากแต่ว่าบางครั้งโครงสร้างของชีวิตสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ ก็อาจเป็นโทษแก่ความเป็นอยู่ของมนุษย์ ช่องว่างที่ไม่สมดุลระหว่างผู้ที่ได้ประโยชน์ พลังในการผลิต ทรัพย์สินเงินทอง โดยใช้ผู้ที่ตกขอบของความเจริญก้าวหน้าเป็นเครื่องมือ เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างถอนรากถอนโคน ทั้งในด้านความนึกคิดและโครงสร้าง ซึ่งจะเข้าข้างมนุษย์แต่ละคนมากขึ้น สิ่งท้าทายอันสำคัญในด้านศีลธรรมที่นานาชาติและองค์กรนานาชาติเกี่ยวกับการพัฒนา กำลังเผชิญอยู่ก็คือ ความกล้าหาญที่จะผนึกกำลังกัน ที่จะสามารถกระทำอะไรสักอย่างหนึ่ง ซึ่งมีความแปลกใหม่แต่มีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะเอาชนะการขาดการพัฒนา ซึ่งทำให้มนุษย์อยู่ในที่ที่ไม่เหมาะสมกับการเป็นมนุษย์ และการ “พัฒนามากจนเกินไป” ซึ่งมักจะทำให้บุคคลกลายเป็นเพียงหน่วยเศรษฐกิจหน่วยหนึ่ง ในเครือค่ายบริโภคนิยม ซึ่งกดขี่มนุษย์มากขึ้น ในการแสวงหาหนทางที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขในเรื่องนี้ “พระศาสนจักร ไม่มีคำตอบด้านเทคนิคที่จะมอบให้” แต่ “ขอมอบวิธีแก้ไขขั้นแรกของปัญหาเร่งด่วนเรื่องการพัฒนา เมื่อพระศาสนจักรประกาศความจริงเกี่ยวกับพระคริสตเจ้า เกี่ยวกับพระศาสนจักรเอง และเกี่ยวกับมนุษย์ ด้วยการนำเอาความจริงข้อนี้มาประยุคให้เข้ากับสถานการที่แท้จริง เหตุว่าการพัฒนาบุคคลนั้น มิใช่เรื่องที่เกี่ยวกับเทคนิคหรือเศรษฐกิจ ในส่วนที่ลึกลงไปแล้ว เรื่องนี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับมนุษย์และศีลธรรม

คำสอนเกี่ยวกับสังคมของพระศาสนจักร ซึ่งได้ใช้เป็นกฎเกณฑ์ในการพิจารณา และเป็นมาตรฐานเพื่อการตัดสินใจและเป็นแนวปฏิบัติ ก่อนอื่นคำสอนเหล่านี้มีไว้เพื่อสมาชิกของพระศาสนจักร ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สัตบุรุษผู้มีส่วนในการพัฒนามนุษย์ จะต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงคำสอนหลักเหล่านี้ และให้เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจการแพร่ธรรม บรรดาพระสังฆราชผู้ร่วมประชุมสมัชชา จึงได้เน้นถึงความสำคัญของการให้บรรดาสัตบุรุษได้รับการอบรมอย่างเข้มข้นในเรื่องคำสอน ที่เกี่ยวกับสังคมของพระศาสนจักร ในกิจกรรมด้านการศึกษาต่างๆ โดยเฉพาะในบ้านเณร และสถานอบรมนักบวช ผู้นำคริสตชนในพระศาสนจักรและในสังคม โดยเฉพาะฆราวาสชายหญิง ผู้มีความรับผิดชอบต่อสาธารณชน ควรจะได้รับการอบรมอย่างดีในเรื่องคำสอนเหล่านี้ เพื่อพวกเขาจะได้เป็นแรงบันดาลใจและช่วยให้สังคมโลกมีชีวิตชีวามากขึ้น และให้โครงสร้างของสังคมเปี่ยมไปด้วยเชื้อแป้งแห่งพระวรสาร คำสอนเกี่ยวกับสังคมของพระศาสนจักร ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ผู้นำคริสตชนเหล่านี้สำนึกในหน้าที่ของตนเท่านั้น แต่ยังช่วยให้พวกเขามีแนวปฏิบัติ ที่สนใจในด้านการพัฒนามนุษย์ และช่วยให้พวกเขาหลุดพ้นจากความคิดผิดๆ เกี่ยวกับตัวบุคคลและกิจการของบุคคล

ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ของแต่ละบุคคล

จุดมุ่งหมายแรกและจุดหมายปลายทางการพัฒนาก็คือมนุษย์ มิใช่ทรัพย์สินเงิ นทองหรือเทคโนโลยี ดังนั้น การพัฒนาที่พระศาสนจักรส่งเสริม จึงกว้างไกลกว่าปัญหาด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี การพัฒนาเริ่มต้นและสิ้นสุดลงด้วยความเป็นบุคคลทั้งครบของมนุษย์ ซึ่งได้ถูกสร้างขึ้นมาตามพระฉายาของพระเป็นเจ้า และได้รับพระพรแ ห่งศักดิ์ศรีและเสรีภาพ ซึ่งเป็นของแต่ละคนโดยเฉพาะ ซึ่งพระเป็นเจ้าทรงประทานให้ การประกาศระดับนานาชาติ เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน และการริเริ่มหลายอย่างที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการประกาศนี้ เป็นเครื่องหมายว่า มีการให้ความสนใจเพิ่มขึ้น ใน ระดับโลกเกี่ยวกับศักดิ์ศรีของมนุษย์ น่าเสียดายที่การประกาศถูกละเมิดในทางปฏิบัติ ห้าสิบปีหลังจากการประกาศอย่างสง่า ว่าด้วย “การประกาศสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน” คนเป็นจำนวนมาก ก็ยังถูกเอารัดเอาเปรียบและถูกบีบบังคับในรูปแบบที่เลวทราม ต่ำช้า ซึ่งทำให้มนุษย์ตกเป็นทาสของผู้ที่มีอิทธิพลมากกว่า เป็นทาสของอุดมการอำนาจทางด้านเศรษฐกิจ ระบบการเมืองที่กดขี่ข่มเหง ผู้มีอำนาจทางด้านวิทยาศาสตร์ หรือแม้กระทั่งการจู่โจมของสื่อมวลชน

บรรดาพระสังฆราชผู้ร่วมประชุมสมัชชา ตระหนักดีถึงการละเมิดสิทธิมนุษย์ ชนอย่างต่อเนื่อง ในหลายภาคของโลก และโดยเฉพาะในเอเซีย “ซึ่งมีคนเป็นจำนวนล้านๆ ที่ต้องทนทุกข์ทรมาน เนื่องจากการถูกข่มเหง ถูกเอารัดเอาเปรียบและความยากจน หรือเป็นผู้ที่ตกขอบสังคม พวกท่านกล่าวว่า บรรดาประชากรทั้งสิ้นของพระเป็ นเจ้าในเอเซีย จะต้องตระหนักแน่ในใจถึงการท้าทาย ซึ่งไม่สามารถหลบหลีกได้ และยกเลิกไม่ได้ ในอันที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องในการปกป้องสิทธิมนุษยชน และการส่งเสริมความยุติธรรมและสันติ

เลือกรักผู้ที่ยากจน

การแสวงหาหนทางที่จะส่งเสริมศักดิ์ศรีของมนุษย์นั้น พระศาสนจักรได้แสด งให้เห็นถึงการเลือกรักผู้ยากจน และผู้ที่ไม่มีสิทธิ ไม่มีเสียง เหตุว่าพระคริสตเจ้าตรัสว่า คนเหล่านี้คือพระองค์นั่นเอง (ดู มธ.25:40) ความรักนี้โอบอ้อมไปถึงทุกคน เป็นแ ต่เพียงให้ลำดับในการ