วัดพระแม่สกลสงเคราะห์ บางบัวทอง

179 ม.5 ถ.เทศบาล 11
ต.โสนลอย   อ.บางบัวทอง
จ.นนทบุรี  11110
-------------------------------------------------------------------------

 0-2920-1015-6

ตารางมิสซา

0-2571-1717

แผนที่การเดินทาง

รูปวัด   800x600   /   1024 x768

บาทหลวงยอห์น บัปติสต์ บุญเสริม เนื่องพล



 เดิมทีก่อนที่จะมีวัดเพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีมิสซา บรรดาสัตบุรุษที่ย้ายกันมาจากที่ต่างๆ โดยเฉพาะจากสามเสนที่ย้ายกันมา ทำมาหากินอยู่ที่บางบัวทอง พวกเขาก็ได้รับกำลังใจจากการเดินทางที่ค่อนข้างลำบากของคุณพ่อแฟร์เลย์ ก็มีโอกาสโปรดศีลล้างบาปให้กับพวกเขา
 

 คุณพ่อบรัวซาร์
เป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 1 ในปี ค.ศ. 1924-1926

         คุณพ่อบรัวซาต์ ได้มาเยี่ยมเยือนพวกเขาเป็นประจำ และเปิดบัญชีศีลล้างบาปของสัตบุรุษตั้งแต่ปี ค. ศ.1920 แต่เพราะยังไม่มีวัดเพื่อใช้ประกอบพิธีมิสซา จึงทำให้บรรดาสัตบุรุษบางบัวทองต้องพายเรือแจวเรือ เพื่อไปร่วมพิธีมิสซาในวันฉลองสำคัญ เช่นปาสกา คริสต์มาสที่วัดสามเสนเป็นประจำทุกปี
           ในปี ค.ศ.1924 คุณพ่อบรัวซาต์ เห็นว่ามีคริสตังมาอยู่ที่บางบัวทองเป็นจำนวนพอสมควร คุณพ่อจึงได้ซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง

             ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดแม่พระสกลสงเคราะห์ในปัจจุบัน ซื้อห้องแถวหลังหนึ่งในตลาดเพื่อใช้เป็นวัด และ สอนคำสอนให้แก่เด็กคริสตังค์ พร้อมทั้งเปิดเป็นโรงเรียนสอนเด็กชายด้วย คุณพ่อเองได้สร้างโรงเรียนหญิงในที่ดินที่ซื้อไว้ และตั้งชื่อโรงเรียนว่า แม่พระสกลสงเคราะห์ โดยให้อยู่ในความดูแลของภคินีพระหฤทัย โดยในขณะนั้นยังไม่มีโรงเรียนสำหรับเด็กหญิงในเขต บางบัวทองเลย ภายหลังจึงได้ย้ายเด็กจากตลาดให้มาเรียนในที่ดินของวัดด้วย ในปี ค.ศ.1925 คุณพ่อซื้อไม้เตรียมสำหรับการสร้างวัด แต่ยังไม่ทันดำเนินการ คุณพ่อได้รับคำสั่งให้ย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านปลายนาในเดือนมิถุนายน ค.ศ.1926
 
 
วัดหลังแรก (ค.ศ. 1927-1931)
คุณพ่อตาปี เป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 2 ในปี ค.ศ. 1926-1940

       คุณพ่อตาปี ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดสามเสนในขณะนั้น ได้สืบทอดเจตนารมณ์ของคุณพ่อบรัวซาต์ คุณพ่อได้สร้างอาคารไม้ 2 ชั้น ยกพื้นสูง ด้วยไม้สัก มีเสาปูนข นาดใหญ่หล่อขึ้นเองเป็นตอหม้อ มีระเบียงรอบ 3 ด้าน ชั้นล่างใช้เป็นห้องเรียน เพื่อขยายโรงเรียนเดิมของคุณพ่อบรัวซาต์ อาคารนี้มีบันไดอยู่ทางขวามือขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นวัด ด้านหน้าของวัดหันไปทางทิศตะวันออก เช่นเดียวกับวัด ในปัจจุบัน เพียงแต่หอระฆังปลูกแยกออกไปต่างหากด้านซ้ายมือ วัดหลังนี้ได้ทำพิธีเสกเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1927โดย พระสังฆราชเรอเน แปร์รรอส ในความอุปถัมภ์ของแม่พระสกลสง เคราะห์ ตามความปรารถนาของคุณพ่อบริซาต์

             นอกจากสร้างวัดแล้วยังได้สร้างบ้านพักพระสงฆ์ไว้อีกด้วย ภายหลังคุณพ่อตาปี ได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็นโรงเรียนพระแม่สกลสงเคราะห์ คุณพ่อตาปี ยังได้ซื้อที่นาในบริเวณนั้นไว้เป็นกรรมสิทธิ์ของวัด คุณพ่อเห็นว่า คริสตังจาก วัดสามเสนที่ย้ายมาอยู่บางบัวทอง คงจะมีจำนวนน้อย คุณพ่อจึงเปิดให้คริสตังค์ชาวจีนเข้ามาเช่าเพื่อทำสวน จำนวนของสัตบุรุษวัดพระแม่สกลสงเคราะห์ในระยะต่อ มาจึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจำนวนนักเรียนก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ในคืนหนึ่งของเดือนมิถุนายน ค.ศ.1931 วัดพระแม่สกลสงเคราะห์หลังแรกได้ถูกเพลิงเผาผลาญไปจนหมดสิ้น
 
วัดหลังที่ 2 (ค.ศ.1933-1992)
             แม้กระนั้นคุณพ่อตาปีเองก็มิไ ด้ท้อถอย คุณพ่อลงมือสร้างวัดหลังที่ 2 ในปีต่อมา และทำการเสกเดือนมกราคม ค.ศ.1933 โดยพูดถึงวัดพระแม่สกลสงเคราะห์ว่า ผู้หว่านข้าว รดนาด้วยน้ำตา คุณพ่อตาปี ได้ดูแลวัดตลอดจนถึงปี ค.ศ.1940 ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ในบางครั้งคุณพ่อได้มอบให้คุณพ่อหลุยส์ สง่า สังขรัตน์ ปลัดของคุณพ่อที่สามเสนมาแทนบ้าง
 
คุณพ่อหลุยส์ สง่า สังขรัตน์  ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 3 ในปี ค.ศ.1940-1945
           ช่วงที่เกิดกรณีพิพากอินโดจีน คุณพ่อหลุยส์สง่า สังขรัตน์ ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดพระแม่สกลสงเคราะห์ ดังนั้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1940 เป็นต้นมา วัดแม่พระสกลสงเคราะห์ จึงมิได้ขึ้นอยู่กับวัดสามเสนอีกต่อไป คุณพ่อหลุยส์ได้สร้างบ้านพักพระสงฆ์ขึ้นใหม่เป็นอาคารไม้สองชั้น ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของวัดซึ่งใช้เป็นบ้านพักพระสงฆ์ ก่อนที่จะรื้อถอนออกไปในปี ค.ศ.1992
 
คุณพ่อปอล สวัสดิ์  กฤษเจริญ  ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 4 ในปี ค.ศ.1945-1946

คุณพ่อวิกเตอร์ ลารเก ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 5 เดือนมกราคม-เดือนมิถุนายน ค.ศ.1947

 
คุณพ่อยวงบัปติสตากิมฮั้ง แซ่เล้า ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 6 ในปี ค.ศ. 1947-1965
             ในปี ค.ศ.1950 คุณพ่อกิมฮั้ง แซ่เล้า ได้มาประจำที่วัดแห่งนี้ คุณพ่อได้สร้างอาคารเรียน 2 ชั้นและปรับปรุงบริเวณ ปลูกต้นไม้ มะม่วง มะพร้าว เป็นจำนวนมาก คุณพ่อเล่นออร์แกนได้เก่งมาก คุณพ่อเป็นนักดนตรีที่ต้องการให้ลูกๆในวัด ได้มีโอกาสฝึกฝนร้องบทเพลงเกรกอเรียน ซึ่งได้มีการหัดขับร้องอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ในบทเทศน์ระหว่างมิสซา จะมี 2 ภาษา ทั้งไทยและจีน คุณพ่อได้อยู่วัดพระแม่สกลสงเคราะ ห์นานถึง 18 ปี ดังนั้นในปี ค.ศ.1965 เมื่อคุณพ่อต้องย้ายไป จึงเป็นเหตุแห่งความอาลัยอาวรณ์ของบรรดาสัตบุรุษเป็นจำนวนมาก

คุณพ่อคาเบรียล โรเชอโร   ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 7 ในปี ค.ศ.1965-1970
ในปี ค.ศ.1965  เมื่อคุณพ่อคาเบรียล โรเชอโร ได้รับการแต่งตั้งจากพระสังฆราช ยวง นิตโย ให้มาประจำท ี่วัดพระแม่สกลสงเคราะห์ งานที่คุณพ่อโรเชอโร จะต้องดำเนินการต่อให้สำเร็จนั้นยังมีอีกหลายอย่าง ในขณะนั้นโรงเรียนของวัดมีเพียงอาคารไม้ 2 ชั้น เพียงหลังเดียว ซึ่งเป็นทั้งห้องครูใหญ่ ห้องเรียน ห้องขายขนม ห้องครัว อยู่รวมกัน มีห้องเรียนใช้ได้เพียง 6 ห้อง และเยื้องกันมีอาคาร 2 ชั้น ซึ่งสร้างได้แต่เฉพาะชั้นบน มีห้องเรียนเพียง 2 ห้องเท่านั้น

                 คุณพ่อโรเชอโร ได้หาเงินมาสนับสนุนเพื่อสร้างต่อเติมอาคารไม้ 2 ชั้น ที่ค้างอยู่ให้เสร็จไ ด้อีก 2 ห้อง เรียนและสร้างอาคารชั้นเดียวด้านทิศเหนือขนานกับวัด อีก 5 ห้องเรียน และสิ่งที่นับได้ ว่าได้นำความเจริญมาสู่วัดเป็นเป็นอย่างมาก คือ คุณพ่อได้เจรจากับผู้เช่าหลายราย ขอให้ผู้เช่าเหล่านั้นยินยอมย้ายออกไป เพื่อก่อสร้างถนนคอนกรีตมาตรฐานขนาด 8 เมตรจากตลาดสด เข้ามาถึงวัด แต่น่าเสียดายที่เงินที่คุณพ่อได้มานั้นหมดเสียก่อน จึงได้ถนนคอนกรีตเพียงครึ่งเดียว คุณพ่อได้ขอให้ภคินีคณะเซนต์ปอลเดอชาร์ตมาดูแลโรงเรียน ทำให้โรงเรียนมีนักเรียนเพิ่มขึ้นทุกปี แต่แล้วใน ป ี ค.ศ.1971 คุณพ่อประสบอุบัติเหตุ ตกลงจากหน้าต่างห้องนอนลงมา และถึงแก่มรณภาพที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส
 
คุณพ่อมีคาแอล อดุลย์ คูรัตน์   ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 8  ในปี ค.ศ.1971-1973
             คุณพ่อได้สะสางงานต่างๆ ของทางโรงเรียน ให้เรียบร้อยยิ่งขึ้น คุณพ่อได้พยายามให้เด็กและเยาวชนของวัดได้มีโอกาสร่วม กิจกรรมเพื่อช่วยเหลือปรับปรุงบริเวณวัด และโรงเรียนให้สะอาดสวย งามมากขึ้น คุณพ่อได้ฝึกหัดให้เด็กรู้จักขับร้องเพลงให้ดีและไพเราะ ความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว ตรงไป ตรงมาของคุณพ่อ ทำให้สัตบุรุษชาวบางบัวทอง ยกย่องและนับถือเป็นอย่างยิ่ง และคุณพ่อได้สร้างกำแพงรั้วด้านหน้าของวัดเป็นคอนกรีตแทนไม้ที่ชำรุดทรุดโทรมไป คุณพ่อได้จากวัดพระแม่สกล สงเคราะห์ไปในปี ค.ศ.1973  
 
 
คุณพ่อยอแซฟ วิจิตร ลิขิตธรรม   ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 9 ในปี ค.ศ. 1973-1976
             คุณพ่อได้เปิดให้วัดมีการติดต่อกับสังคมภายนอกวัดที่กว้างไกลมากขึ้น ทั้งสัตบุรุษต่างวัด และพี่น้องชาวต่างศาสนา คุณพ่อศรัทธาต่อแม่พระเป็นพิเศษ คุณพ่อได้สนับสนุนและร่วมแรงในการสร้างแผ่นปูนเพื่อใช้ปูถนนเข้าไปตามบ้านและสวนผัก เพื่อให้สัตบุรุษสามารถมาร่วมพิธีมิสซาได้โดย สะดวกยิ่งขึ้น   
 
 
คุณพ่อเปโตร สานิจ สถะวีระวงส์  ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 10 ในปี ค.ศ.1976-1979

 
คุณพ่อปอล ถาวร กิจสกุล   ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 11 ในปี ค.ศ. 1979-1981
               คุณพ่อคิดจะสร้างศาลาแม่พระ เพื่อเป็นที่สวดศพ และใช้เป็นสถานที่สำหรับกิจกรรมที่เกี่ยว ข้องกับทางวัดและโรงเรียน ศาลาพระแม่ได้เริ่มลงมือก่อสร้างและวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 1981 แต่ยังไม่ทันเสร็จเรียบร้อย คุณพ่อก็ได้ย้ายไปก่อน
 
คุณพ่อยวง ไพริน  เกิดสมุทร ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 13  ในปี ค.ศ. 1986-1987
คุณพ่อได้รื้อฟื้นการแห่แม่พระ ทุกวันเสาร์ต้นเดือน ปรับปรุงบริเวณวัดให้สวยงามยิ่งขึ้น

คุณพ่อเปโตร สุรสิทธิ์  ชุ่มศรีพันธุ์ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 14  ในปี ค.ศ. 1987-1991
             คุณพ่อได้พัฒนาทั้งวัดและโรงเรียนอย่างเต็มรูปแบบ โดยสร้างอาคารเรียนของประถม มัธยม และอนุบาล โรงอาหาร วัด สุสา น ศาลาสวดศพ รวมทั้งโรงเลี้ยงติดกับศาลาสวดศพด้วย งานพัฒนาเริ่มจากการถมที่ดิน บ่อน้ำ ร่องสวน รวมบริเวณโดยรอบวัด และโรงเรียน เมื่อถมที่ดินเสร็จแล้วในเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ.1989 จึงเริ่มลงมือก่อสร้างอาคารเรียนหลังแรก เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 5 ชั้น เสร็จทันใช้ในปีการศึกษา 2533 และในช่วงปลายปีนั้น ก็เริ่มทำการก่อสร้างสุสานใหม่ด้วย
             ในระหว่างนั้นผู้เช่าที่ดินทำ